ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของธุรกิจค้าส่ง การชิงความได้เปรียบด้วย ‘ราคา’ อาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืนอีกต่อไป เมื่อพฤติกรรมผู้ประกอบการยุคใหม่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ซันนี่ ซิดิค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารสินค้าธุรกิจค้าส่ง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด เปิดเผยว่า Food Trend ของประเทศไทยมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ค่อนข้างแตกต่างจากหลายประเทศ อาหารเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย ราคาไม่สูง และคนไทยก็ทานอาหารนอกบ้านหรือสั่งอาหารบ่อยกว่าหลายประเทศ เพราะฉะนั้น Food Trend ในประเทศไทยจึงเกิดเร็ว เปลี่ยนเร็ว ขณะเดียวกัน Restaurant Life Cycle ก็สั้นลงเช่นกัน ร้านเปิดใหม่เยอะมาก แต่ก็มีการปิดตัวเร็วเหมือนกัน
รวมถึงโจทย์ใหญ่ที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญคือพื้นที่ครัวที่เล็กลง แรงงานฝีมือที่หายากขึ้น และต้นทุนคงที่ที่พุ่งสูง กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GO Wholesale ต้องออกสินค้า Own Brand จากเดิมที่เป็นเพียงสินค้าราคาประหยัดสู่การเป็น Business Destination ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น Solution ในการแก้ปัญหาให้ธุรกิจ B2B เพื่อตอบโจทย์ความสะดวก และช่วยให้เจ้าของร้านบริหารจัดการธุรกิจได้ง่ายขึ้นในยุคที่คนทำร้านอาหารต้องคิดมากกว่าแค่เรื่องสูตรอาหาร
ข้อมูลล่าสุดจาก GO Wholesale เผยให้เห็น Insight ที่น่าสนใจว่าฐานลูกค้าในปัจจุบันไม่ใช่กลุ่มเดิม ๆ อีกต่อไป กว่า 64% คือกลุ่ม Gen Y และ Gen Z (อายุ 25-44 ปี) ซึ่งเป็นกลุ่มเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ที่เน้นAgility และพร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ
นอกจากนี้ 55% ของลูกค้าทั้งหมดคือกลุ่ม Business Customers โดยแบ่งเป็นกลุ่ม HoReCa (โรงแรม, ร้านอาหาร, จัดเลี้ยง) 35% และร้านค้าปลีกอาหาร 20% ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ได้มองหาเพียงแค่วัตถุดิบ แต่เขามองหา “ตัวช่วย” ที่จะทำให้ธุรกิจไปต่อได้ในวันที่ต้นทุนพุ่งสูง

สินค้า Own Brand ของ GO Wholesale ถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 แบรนด์หลัก ที่มีการแบ่งกลุ่มลูกค้าและประเภทสินค้าอย่างชัดเจน โดยเน้นไปที่ Value หรือคุณค่าที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน แบ่งเป็น
1. A CHOICE เป็นแบรนด์เรือธงที่เน้นความเป็น Professional Choice สำหรับกลุ่มลูกค้า HoReCa (โรงแรม, ร้านอาหาร, จัดเลี้ยง) โดยเฉพาะ กลุ่มสินค้าครอบคลุมทั้ง อาหารสด (Fresh Food), อาหารแช่แข็ง, สินค้าอุปโภคบริโภค (Grocery) และอุปกรณ์ต่าง ๆ แก้ Pain Point เรื่องการขาดแคลนแรงงานและพื้นที่ครัวที่จำกัด โดยการพัฒนาสินค้าที่เป็น Solution เช่น เนื้อสัตว์ตัดแต่งสำเร็จรูป หรือกุ้งที่ปอกเปลือกและตัดแต่งตามความต้องการใช้งาน เพื่อช่วยประหยัดเวลา และเพิ่ม Productivity
2. SUPER SAVE วางตำแหน่งเป็นแบรนด์ในกลุ่ม Economy ที่ยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพ กลุ่มสินค้าเริ่มต้นจากกลุ่ม Non-food โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ (Packaging) เช่น ถ้วยกระดาษ, แก้วน้ำ, ถุงพลาสติกสำหรับอาหาร และทิชชู ปัจจุบันเริ่มขยายเข้าสู่สินค้าอาหารพื้นฐาน เช่น เฟรนช์ฟรายส์ และผลไม้แช่แข็ง กลุ่มนี้จะเน้นความประหยัดที่มาพร้อมกับความ Trusting และ Safe Product ตอบโจทย์ร้านค้าที่ต้องการควบคุมต้นทุนโดยไม่เสียมาตรฐานความปลอดภัย
3. PRO SAVE แบรนด์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเจาะตลาด Professional Cleaning โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นโอกาสใหม่ในตลาด กลุ่มสินค้าเน้นไปที่เคมีภัณฑ์ทำความสะอาด (House Chemical) เช่น น้ำยาล้างจาน, น้ำยาถูพื้น และน้ำยาสำหรับซักล้างที่ใช้ในโรงแรมหรือร้านอาหาร จะเน้นความใช้งานง่าย ได้คุณภาพระดับมืออาชีพเหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความสะอาดที่วางใจได้ในราคาที่เหมาะสม

ทำไมต้องทำ Own Brand? ในวันที่เจ้าตลาดมีอยู่เต็มเชลฟ์
การทำ Own Brand ของ GO Wholesale เรียกว่าเป็นการวางกลยุทธ์เพื่อเป็น Solution หรือทางออกในการแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการอย่างตรงจุด โดยไล่เรียงเหตุผลสำคัญดังนี้
1. แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและลดขั้นตอนในครัว ปัจจุบันเจ้าของร้านอาหารเผชิญกับปัญหาการหาพนักงานได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ สินค้า Own Brand อย่างแบรนด์ A CHOICE จึงถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มProductivity และประหยัดเวลา เช่น การนำเสนอเนื้อสัตว์ที่ตัดแต่งมาให้แล้ว หรือกุ้งที่ปอกเปลือกและจัดการตามความต้องการใช้งาน ทำให้เชฟไม่จำเป็นต้องจ้างคนมาเตรียมวัตถุดิบเอง และไม่ต้องเสียเวลาทำขั้นตอนเหล่านี้ในครัว
2. ตอบโจทย์พื้นที่ครัวที่จำกัด ปัจจุบันพื้นที่เช่ามีราคาสูงทำให้พื้นที่ห้องครัวของร้านอาหารมีขนาดเล็กลง สินค้า Own Brand จึงเข้ามาเป็น Convenient Solution ที่ช่วยให้การจัดการในครัวทำได้ง่ายขึ้น
3. สร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่า แม้จะมีแบรนด์อื่นอยู่แล้ว แต่ลูกค้ายังคงมองหาทางเลือกที่แตกต่างหรือสินค้าที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจของเขา การทำ Own Brand ทำให้ GO Wholesale สามารถสร้างสินค้าที่ตอบสนอง Food Trend ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและตรงกับ insight ของลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ดี
4. Value for Money เน้นความคุ้มค่าที่ได้รับมากกว่าแค่ราคาถูก การใช้สินค้า Own Brand ช่วยให้ร้านอาหารบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการอยู่รอดของธุรกิจอาหาร
5. การรักษามาตรฐานและความต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการ Product Testing และ QA อย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะมีคุณภาพเดียวกันทุกครั้งที่ซื้อ
6. การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มที่ต้องการสินค้าคุณภาพสูงสำหรับมืออาชีพอย่าง A CHOICE กลุ่มที่เน้นความประหยัดและคุ้มค่าอย่าง SUPER SAVE ไปจนถึงกลุ่มเคมีภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะทางอย่าง PRO SAVE ซึ่งบางเซกเมนต์อาจยังมีสินค้าไม่ครอบคลุมเพียงพอ

ปัจจุบัน Own Brand ของ GO Wholesale มีอยู่ 1,800 SKU แบ่งเป็น A Choice 1,100 SKU, Super Save 600 SKU และ Pro Save 100 SKU และปีนี้มีแผนจะเพิ่มสินค้า Own Brand ประมาณ 120-150 SKU โดยถูกขับเคลื่อนผ่าน GO Application ซึ่งมียอดดาวน์โหลดทะลุ 1 ล้านครั้ง และมีผู้ใช้งานประจำ (MAU) ถึง 250,000 รายต่อเดือน มีอัตราการเติบโตของ Own Brand อยู่ที่ 11% ต่อปี
ท้ายที่สุดแล้ว ซันนี่มองว่าไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ธุรกิจอาหารเป็นธุรกิจพื้นฐานที่ทุกคนต้องบริโภค สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าคนจะกินหรือไม่กิน แต่คือเขาจะกินอะไร และคุณค่าของอาหารเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายเป็นอย่างไร รวมถึงเวลาที่เราพัฒนาสินค้า เราจะดู Pain Point ของร้านอาหารก่อน เช่น ปัญหาเรื่องต้นทุนแรงงาน หรือเวลาที่ใช้ในการเตรียมวัตถุดิบ รวมถึงดูว่า Food Trend กำลังเปลี่ยนไปในทิศทางไหน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ GO Wholesale เลือกพัฒนาสินค้าจาก Pain Point ของลูกค้า เพื่อให้ Own Brand ก้าวข้ามการเป็นเพียงสินค้าทางเลือก สู่การเป็นสินค้า Destination ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง