ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนสำหรับการเข้าตลาดของ GO Wholesale ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงในตลาดค้าส่ง “ฟู้ด เซอร์วิส” ที่ถูกจับตามองว่าจะเข้ามาเขย่าบัลลังก์ของผู้นำตลาดอย่างแม็คโครได้อย่างสูสีในระยะยาว
หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไตรมาสที่4 ของปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ก็สามารถเปิดสาขาไปแล้ว 5 สาขา สาขาล่าสุดก็คือสาขาเซ็นทรัล พระราม 2 ที่เป็นสาขาแรกในเขตกรุงเทพฯ และเป็นสาขาที่มีพื้นที่ขายมากสุดคือ 15,000 ตารางเมตร โดยเป็นการปรับเปลี่ยนจากร้านท็อปส์ คลับ ที่ปิดตัวลงมาเป็น GO Wholesale
ตามแผนที่ถูกให้ข่าวเมื่อวันเปิดสาขาพระราม 2 ของ สุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและต่างประเทศ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทลนั้นจะมีการใช้งบลง 3,000 – 3,500 ล้านบาท ในการขยายสาขาเพิ่มอีก 7 สาขา ทำให้เมื่อถึงสิ้นปีจะมีสาขาครบ 12 สาขา ซึ่งถือว่ามากกว่าที่วางเป้าไว้ว่าจะขยายสาขาให้ได้อย่างน้อยๆ ปีละ 10 สาขา ทำให้ตามแผน 5 ปี ที่วางไว้ตั้งแต่ต้นจะสามารถทำให้บรรลุเป้าหมายในการขยายสาขาได้มากกว่า 50 สาขาครอบคลุมเกือบทั้งประเทศ

ทำไม GO Wholesale ถึงต้องเร่งขยายสาขา...
คำตอบก็คือในฐานะที่เป็นผู้มาใหม่ จำเป็นต้องมีจำนวนสาขาในมือให้สามารถ Cover เพื่อที่จะทำให้มีสเกลในการทำตลาดมากพอ เนื่องจาก GO Wholesale เป็นร้านค้าประเภทค้าส่งที่ขายสินค้าราคาถูก และเพื่อให้สามารถทำเรื่องราคาได้ จำเป็นต้องมีสเกลที่มากพอ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะสามารถทำกำไรได้ตามตัวเลขที่วางไว้ได้
การมีสาขาอยู่ในมือให้ได้ตามจำนวนที่วางไว้ ยังเป็นเรื่องของการทำให้ถึงจุดคุ้มทุน หรือ Break Even Point ได้ ซึ่งคสุชาดา บอกว่า น่าจะทำให้ถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 2 ปี ที่จะมีสาขาอยู่ในมือทั้งหมดประมาณ 20 สาขา ขึ้นไป
“ตลาดค้าส่งฟู้ด เซอร์วิสเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ และยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก โดยตัวเลขมูลค่าตลาดที่รวมเรื่องท่องเที่ยวเข้ามาแล้วน่าจะอยู่ในหลัก 3 ล้านล้านบาทขึ้นไป นั่นคือในแง่ของดีมานด์ ส่วนซัพพลายนั้นมีผู้ประกอบการเพียง 2 – 3 รายอยู่ในตลาดนี้ การมีสาขาที่ครอบคลุมทุกพื้นที่จึงเป็นอีกการสร้างโอกาสในการเติบโตที่ดี”

ที่ผ่านมา GO Wholesale สามารถเปิดสาขาไปได้แล้ว 5 สาขา ได้แก่ ศรีนครินทร์, เชียงใหม่, อมตะ ชลบุรี, พัทยาใต้ และเซ็นทรัล พระราม 2 โดยสาขาอมตะ ชลบุรี จะเป็นสาขาที่มีขนาดเล็กสุด มีพื้นที่ขายประมาณ 5,000 ตารางเมตร ส่วนที่พระราม 2 จะเป็นสาขาที่ใหญ่สุด มีพื้นที่มากถึง 15,000 ตารางเมตร ซึ่งสุชาดา บอกว่า การมีสาขาขนาดใหญ่ก็กลายเป็นข้อดี ตรงที่สามารถเลือกสินค้าเข้ามาวางขายให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้กว้างมากขึ้น
โดยสาขาพระราม 2 นอกจากจะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการ HoReCa และร้านโชวห่วย ร้านอาหารสตรีท ฟู้ดแล้ว ยังมีกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่ ซึ่งในย่านนี้มีหมู่บ้านจัดสรรเป็นจำนวนมาก การนำเสนอสินค้าจึงมีการเพิ่มหมวดสินค้า “โฮม ซัพพลาย” อาทิ น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน และของใช้ที่เกี่ยวกับบ้านเข้ามา นอกเหนือจากกลุ่มอาหารสด และอาหารแห้ง โดยแบ่งพื้นที่เป็นโซนเอ นำเสนอเครื่องดื่ม และวัตถุดิบสำหรับธุรกิจเครื่องดื่ม โซนบี นำเสนอบรรจุภัณฑ์, ภาชนะ, อุปกรณ์ห้องครัว, สินค้าอุปโภคบริโภค และแหล่งรวมอาหารแช่แข็งขนาดใหญ่ โซนซี รวมอาหารสด ทั้งเนื้อสัตว์ และอาหารทะเลสด เป็นต้น

ส่วนแผนการขยายสาขาเพิ่มอีก 7 สาขาในปีนี้นั้น มีการมองทำเลการเปิดไว้ที่รังสิต และถนนรามคำแหง สำหรับในเขตกรุงเทพฯ ส่วนในต่างจังหวัดจะมีเมืองใหญ่ๆ อาทิ ภูเก็ต และขอนแก่น เป็นต้น
“เราเชื่อมั่นว่า ด้วยปัจจัยที่เข้ามาสนับสนุนภาคธุรกิจค้าส่งค้าปลีกในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคภาค เอกชนที่ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากแรงหนุนด้านการท่องเที่ยวและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงนโยบายของภาครัฐที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เหล่านี้จะเอื้อโอกาสให้เราบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยคาดว่าสิ้นปี 2567 GO Wholesale จะมีสาขาให้บริการรวมทั้งสิ้น 11- 12 สาขา”