ขยะยังคงเป็นปัญหาระดับโลกที่หลายประเทศต้องเผชิญ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในตัวเมืองอย่างรวดเร็ว บวกกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้ทั่วโลกเผชิญปัญหาในทิศทางเดียวกัน คือมีตัวเลขปริมาณขยะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ในประเทศไทย ปัญหาขยะนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จากสถิติของกรมควบคุมมลพิษ ปี 2565 พบว่า คนไทยประมาณ 66 ล้านคน สร้างขยะเฉลี่ยเกือบ 7,000 ตันต่อ/วัน หรือประมาณ 1.2 กิโลกรัม/คน/วัน มีปริมาณขยะมูลฝอยที่ถูกกำจัดไม่ถูกวิธีกว่า 7.10 ล้านตัน และปริมาณขยะตกค้างถึง 9.91 ล้านตัน นอกจากนี้ในปี 2566 ประเทศไทยติดอันดับ 10 ประเทศที่มีขยะพลาสติกไหลลงทะเลต่อปีมากที่สุด สถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเรารอช้าไม่ได้ที่จะต้องหันมามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ จึงได้ร่วมมือกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าสานต่อโครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม “เพาเวอร์กรีน” (Power Green Camp) ครั้งที่ 18 ภายใต้แนวคิด “Waste Warriors ภารกิจพิทักษ์โลก: Green Cloud – Green Tech – Green Influencer” ด้วยเล็งเห็นว่ากุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาขยะ คือการปลูกฝังองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะที่ถูกต้องให้กับเยาวชน รวมถึงการให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่สามารถเข้ามาช่วยจัดการปัญหาขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส - สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ค่ายเพาเวอร์กรีนดำเนินการมาเป็นปีที่ 18 แล้ว บ้านปูต้องการเพิ่มความเข้มข้นในเนื้อหาของค่ายฯ ไปพร้อมกับติดตามเทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เราภูมิใจที่ปีนี้มีเยาวชนให้ความสนใจในปัญหาขยะอย่างมาก โดยในปีนี้มีเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทั่วประเทศให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 335 คน จาก 181 โรงเรียน 63 จังหวัด ก่อนจะคัดเลือกเหลือ 50 คน 48 โรงเรียน 30 จังหวัดมาเข้าร่วมกิจกรรมกับทางโครงการฯ”
ค่ายเพาเวอร์กรีนในปีนี้เน้นการนำ “เทคโนโลยีดิจิทัล” มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง (Green Cloud Computing) เช่น การฝึกใช้เครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลมาช่วยในกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อพัฒนาการจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพ และการเรียนรู้เทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Green Technology) เช่น ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS) ซึ่งเป็นกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างและลักษณะของข้อมูลเชิงพื้นที่ การถ่ายภาพหรือเก็บข้อมูล การจำแนกคุณสมบัติข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล การแสดงผลและเผยแพร่ ตลอดจนปลูกฝังให้เยาวชนกล้าคิด กล้าแสดงออก เปิดทางสู่การเป็น Green Influencer ร่วมเป็นกระบอกเสียงเล็กๆ ต่อไป ที่มาพร้อมการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อเป็นกระบวนการต่อเนื่องหลังจากเรียนรู้ทฤษฎีด้วยการนำมาปฏิบัติจริงในพื้นที่ภาคสนาม
การเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ในรูปแบบ “วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม - เรียนรู้สู่การปฏิบัติ” จะช่วยให้เยาวชนได้เห็นภาพปัญหาและทางแก้ไขอย่างชัดเจน เอื้อแก่การนำไปปรับใช้หรือบอกต่อให้กับชุมชนตัวเองและคนอื่นๆ ต่อไปได้อย่างง่ายดาย


สำหรับกิจกรรมภาคปฏิบัติที่เป็นเรื่องใกล้ตัวของเยาวชนมากที่สุด คือการเรียนรู้การจัดการ “ขยะอินทรีย์” หรือขยะจำพวกเศษอาหารเหลือทิ้ง ซึ่งถือเป็นขยะที่มีสัดส่วนมากที่สุดในบรรดาขยะมูลฝอยทั้งหมด ทางโครงการฯ ได้ปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักแยกขยะในทุก ๆ มื้ออาหาร และสร้างเกมการแข่งขันระหว่างกลุ่ม ‘Zero Food Waste Challenge’ เพื่อให้เยาวชนช่วยกันลดปริมาณขยะอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เห็นปลายทางของการจัดการขยะอินทรีย์ ผ่านการทำกิจกรรมกับวิสาหกิจเพื่อสังคม “เบตเทอร์ฟลาย” (Betterfly) ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการเพื่อสังคมภายใต้โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม (Banpu Champions for Change) หรือ BC4C รุ่นที่ 10 อีกหนึ่งโครงการเพื่อสังคมของบ้านปู เพื่อเรียนรู้จัดการขยะเศษอาหารเหลือทิ้งในชุมชนโดยใช้หนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly) เป็นตัวช่วยในกระบวนการย่อยสลาย และแปรรูปขยะให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
การกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยหนอนแมลงวันลาย เป็นอีกหนึ่งวิธีทางธรรมชาติที่ให้ธรรมชาติดำเนินการจัดการกันเอง ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ แม้เศษอาหารเหลือทิ้งในแต่ละมื้อจะเป็นขยะสำหรับมนุษย์ แต่ในทางกลับกันขยะอินทรีย์เหล่านี้ คืออาหารชั้นยอดของหนอนแมลงวันลาย
หนอนดังกล่าวจึงทำหน้าที่เป็นผู้กำจัดขยะอินทรีย์ ด้วยการรับประทานเข้าไปแล้วขับถ่ายออกมา กลายเป็นปุ๋ยให้คนในชุมชนสามารถนำผลผลิตจากหนอนแมลงวันลายไปปลูกผักไว้รับประทานในครัวเรือนต่อไปได้ ขณะเดียวกันในอีกทางหนึ่งเมื่อโตเต็มวัยหนอนแมลงวันลายยังสามารถใช้นำไปเป็นอาหารให้กับไก่และปลาดุกได้อีกด้วย


ทั้งนี้ หนอนแมลงวันลายบางส่วนจะถูกกักไว้เพื่อผสมพันธุ์ ให้กลายเป็นแมลงวันลายออกเพาะพันธุ์หนอนตัวใหม่ๆ มากำจัดขยะอินทรีย์ต่อไป ทำให้เกิดวัฏจักรการกำจัดขยะอินทรีย์ในชุมชนโดยการใช้หนอนแมลงวันลาย นำมาซึ่งการลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่มาจากเศษอาหาร และไม่ต้องไปแย่งชิงพื้นที่ในการฝังกลบ
นอกจากการเรียนรู้การจัดการขยะอินทรีย์แล้ว ค่ายเพาวเวอร์กรีน ยังออกแบบกิจกรรมให้เยาวชนได้เรียนรู้ปัญหาขยะประเภทอื่น ๆ และเส้นทางการจัดการขยะอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง ทั้งการเรียนรู้เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงที่สามารถสัมผัสอาหารและเครื่องดื่มได้ (Food Grade) จากบริษัทชั้นนำใน จังหวัดระยอง ซึ่งการนำขยะพลาสติกมาผ่านกระบวนการคัดแยก ทำความสะอาด และรีไซเคิลเพื่อผลิตเม็ดพลาสติกนี้สามารถลดขยะพลาสติกในประเทศได้ถึง 60,000 ตัน/ปี
นอกจากนี้ ค่ายเพาวเวอร์กรีนยังได้ร่วมกับมูลนิธิเทอร์ราไซเคิลไทย (TerraCycle Thai Foundation) พาเยาวชนลงเรือออกสำรวจปัญหาขยะ เก็บขยะในพื้นที่ชุมชนคลองลาดพร้าวใจกลางกรุงเทพฯ รวมน้ำหนักประมาณ 1,300 กิโลกรัม พร้อมเรียนรู้การคัดแยกขยะก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดการขยะอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ยังได้ร่วมเก็บขยะชายหาด ณ หาดท่าวัง เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี พร้อมจำลองพื้นที่หน้าหาดเป็นห้องเรียนวิทยาศาสตร์ให้เยาวชนได้ทำการทดลอง เรียนรู้การปนเปื้อนของขยะพลาสติกแบบเรียลไทม์ และได้ทำการเก็บตัวอย่างทราย และพืช ไปทำการทดลองเชิงลึกเพื่อหาค่าไมโครพลาสติกในห้องปฏิบัติการณ์ทางวิทยาศาสตร์อีกครั้ง ณ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

“การเรียนรู้ในรูปแบบ “วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม – เรียนรู้สู่การปฏิบัติ” เป็นสิ่งที่บ้านปูให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพื่อให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติมีกระบวนการคิด การแก้ไขปัญหาตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาและสร้างเสริมศักยภาพให้แก่เยาวชนที่ได้มาร่วมโครงการครั้งนี้จะทำให้พวกเขาเป็นเครือข่ายเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันการปกป้อง ฟื้นฟู และมีส่วนร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ หรือระดับนานาชาติ” คุณรัฐพล กล่าวทิ้งท้าย