หากพูดถึงเส้นทางการเดินทางของ
“มูลนิธิโอสถสภา” คงต้องเท้าความไปเมื่อ 132 ปีที่แล้ว ก่อนที่บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) จะกลายมาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศไทยในปัจจุบัน ชื่อเดิมของโอสถสภาคือ
“เต็ก เฮง หยู” แปลว่า การเจริญโดยการช่วยเหลือผู้อื่น จากความมุ่งมั่นดังกล่าวได้กลายมาเป็นปณิธานในการก่อตั้ง “มูลนิธิโอสถสภา” ขึ้นในปีพ.ศ. 2538 โดยที่ผ่านมามูลนิธิโอสถสภาได้ดำเนินการให้การช่วยเหลือสังคม ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และกิจกรรมสาธารณกุศลมาโดยตลอด ตามความตั้งใจของ
คุณสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ที่มีปณิธานว่า
“เมื่อทำธุรกิจและได้ผลกำไรมา ก็ต้องช่วยเหลือตอบแทนสังคมด้วย” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจในการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน และดูแลสังคม
เพราะ “โอกาส” คือ “พลัง” สำหรับการเริ่มต้นชีวิตข้อมูลจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเดือนมิถุนายน 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีคนพิการกว่า 2.2 ล้านคน และเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องการการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน แต่ด้วยข้อจำกัดทางร่างกายที่อาจทำให้คนพิการถูกมองว่าแตกต่าง หรือไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ทั้งๆ ที่พวกเขาก็มีศักยภาพ มีทักษะความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ได้ดีเช่นเดียวกับคนทั่วไป หากพวกเขาได้เรียนรู้ ทดลอง ฝึกปฏิบัติ และได้รับ “โอกาส” พวกเขาจะสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี พึ่งพาตัวเอง ดูแลครอบครัวได้ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างภาคภูมิใจ
นี่จึงเป็นที่มาของการมอบโอกาส สร้างอาชีพคนพิการ ที่ริเริ่มมาจากแนวคิดที่ว่า “ให้เบ็ดดีกว่าให้ปลา” เพราะการที่จะช่วยเหลือคนพิการให้สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืนนั้น ต้องช่วยสนับสนุนให้พวกเขาสามารถดูแลหาเลี้ยงชีพตัวเองได้ มีกำลังกาย มีกำลังใจที่ดี โอกาสจึงเปรียบเสมือนจิกซอว์ชิ้นสำคัญที่เติมเต็มภูมิทัศน์ของการให้ความช่วยเหลือคนพิการได้อย่างสมบูรณ์
กว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิโอสถสภา พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ จึงบูรณาการความร่วมมือ ค้นหาคนพิการ ช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ พร้อมสนับสนุนการปรับปรุงพื้นที่อยู่อาศัย และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างกำลังกายกำลังใจให้คนพิการมีความพร้อมในการประกอบอาชีพ ร่วมส่งต่อโอกาส สร้างอาชีพให้คนพิการและครอบครัวกว่า 2,000 คน เพื่อให้พวกเขามีพลังเพื่อก้าวต่อไปและมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
ประเมินศักยภาพ เข้าใจความถนัด ส่งเสริมอย่างยั่งยืน
เพราะคนพิการแต่ละคนมีจุดแข็งและความสามารถแตกต่างกัน การประเมินศักยภาพ เข้าใจความถนัด เตรียมความพร้อมในทุกมิติจะช่วยลดช่องว่างและสามารถให้การสนับสนุนได้ถูกจุด คนพิการสามารถประกอบอาชีพได้จริงและมีความสุขในการทำงาน
โดยในปี 2566 มูลนิธิโอสถสภาได้ต่อยอดการดำเนินงานโครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการตามมาตรา 35 ของบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) มอบโอกาสเพื่อสร้างก้าวแรกให้คนพิการ ด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพตามทักษะความสามารถของคนพิการ ตั้งเป้าหมายในการส่งมอบอาชีพให้แก่คนพิการจำนวน 150 ราย ในจังหวัดขอนแก่น สระบุรี และกรุงเทพมหานคร โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จากทั้งภาครัฐและองค์กรส่วนท้องถิ่น อาทิ เครือข่ายนักกายภาพบำบัดในชุมชน เครือข่ายสาธารณสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน และหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น เป็นต้น เพื่อร่วมค้นหา คัดเลือก เตรียมความพร้อม ประเมินคนพิการในมิติต่างๆ จัดอบรมพัฒนาศักยภาพคนพิการ พร้อมส่งมอบอุปกรณ์ใน 4 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม งานเกษตร งานบริการ และงานฝีมือ ตามความถนัดและความสนใจของคนพิการที่เข้าร่วมโครงการ
มูลนิธิโอสถสภาได้วางแนวทางการมอบอาชีพให้แก่คนพิการในโครงการไว้ว่าต้องเป็นอาชีพที่คนพิการสามารถทำเองได้ที่บ้าน หรือสามารถรวมกลุ่มกันทำงานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ลงทุนไม่มาก และที่สำคัญคือต้องเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถสร้างรายได้ มีผลกำไรกลับมาหมุนเวียนหล่อเลี้ยงให้คนพิการสามารถประกอบอาชีพของตนต่อไปได้อย่างยั่งยืน โดยในปีนี้มูลนิธิได้ส่งมอบทุนสนับสนุนสร้างอาชีพคนพิการที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นช่างตัดผม ช่างตัดเย็บ ขายอาหารและเครื่องดื่ม นวดแผนไทย ปลูกผักไร้สารพิษ ทำบ่อเลี้ยงปลา และอื่นๆ อีกมากมาย
ก้าวต่อไป เพราะไม่ย่อท้อ