หนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจจากงาน World Marketing Forum ครั้งที่ 3 โดยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (Marketing Association of Thailand) ร่วมกับ สหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย (Asia Marketing Federation ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ คือหัวข้อ “Unveiling Marketing 6.0”เจาะลึกเนื้อหา Marketing 6.0: The Future is Immersive กับโลก Marketingverse ที่ไม่มีเส้นกั้นพรมแดน โดย Iwan Satiawan ผู้ร่วมเขียนหนังสือ “Marketing 6.0 The Future is Immersive” กับ Philip Kotler และ Hermawan Kartjaya ได้กล่าวถึงเนื้อหาที่เกี่ยวกับอิทธิพลของเทคโนโลยีดิจิทัลกับการตลาดในยุคปัจจุบัน

Iwan Satiawan เริ่มต้นกล่าวถึงยุคของการตลาดที่เริ่มตั้งแต่
1.0 - Product เป็นเรื่องตัวผลิตภัณฑ์ พัฒนาขึ้นเพื่อขาย
2.0 - Customer มองความต้องการของลูกค้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการ
3.0 - Sustainability เน้นเรื่องความยั่งยืน ที่ต่อยอดไปให้ไกลกว่าตัวผลิตภัณฑ์และบริการ
4.0 - Digital แนวคิดการตลาดในโลกดิจิทัล เช่น การทำ Engagement
5.0 - AI-Driven บทบาทของ AI ในการผลักดันทางการตลาด
โดยการปฏิวัติครั้งล่าสุดของ Marketing 6.0 คือเรื่องของ Immersive Experiences หรือการสร้างประสบการณ์ที่สมจริงแบบไร้เส้นแบ่ง ซึ่งยังคงเกี่ยวข้องกับเรื่องของ AI ที่มีพื้นฐานมาจาก Marketing 5.0 นอกจาก AI ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Blockchain, AR, VR เป็นต้น เพื่อเป็นตัวผลักดันให้การตลาดได้ก้าวเดินต่อไป
ใน Immersive Marketing มีองค์ประกอบหลายอย่าง ได้แก่
1. Storytelling Experience – การบอกเล่าเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงและต่อเนื่องกันด้วยวิธีการที่สม่ำเสมอกับลูกค้า
2. Multisensory Experience – การเอาประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์
3. Interactive Experience - การสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า
4. Participative Experience – การสร้างโอกาสให้ลูกค้าได้เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์
5. Frictionless Experience – การซึมซับประสบการณ์ได้อย่างราบรื่นไม่สะดุด

Immersive Experiences คล้ายการปฏิวัติของ Omni-Channel Marketing เป็นขั้นต่อไปของการตลาดแบบ Omni-channel ที่จะก้าวไปสู่การตลาดแบบ META เริ่มแรกเป็นการทำตลาดแบบ Multi ที่มีทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในการเข้าหาลูกค้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน และไม่นำมารวมกัน ต่อมาเป็นการทำตลาดแบบ Omni ที่นำเรื่องของออนไลน์และออฟไลน์มาผสานกันแบบไร้รอยต่อ ส่วนในโลกของ Immersive เป็นการนำดิจิทัลเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีออนไลน์ในพื้นที่ทางกายภาพ หรือนำการปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพ (The Physical Realities) ไปใช้บนพื้นที่ออนไลน์ ซึ่งเป็นการ ตลาดแบบไร้เส้นแบ่งที่เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น การนำประสบการณ์ดิจิทัลไปใช้กับช่องทางกายภาพ
สำหรับการนำประสบการณ์ดิจทัลไปใช้กับช่องทางกายภาพเกิดขึ้นได้หลายมิติ คือ
1. Seamless Transactions เป็นการทำธุรกรรมแบบไร้รอยต่อ เช่น การจ่ายเงินแบบไม่ต้องสัมผัส
2. Contextual Recommendations การลองสวมใส่เสื้อแบบเสมือนจริง สามารถอ่านอารมณ์ของผู้ใช้ได้
3. Interactive Engagements การสร้างส่วนร่วมแบบมีปฏิสัมพันธ์ทั้งในหน้าร้านและดิสเพลย์
4. Augmented Discoveries เป็นการใช้แอปพลิเคชัน หรือ QR Code ที่อยู่ในร้านค้า
5. Pre-And Post-Experience เป็นเรื่องของประสบการณ์ก่อนและหลัง โดยสามารถใช้แอปพลิเคชันบนมือถือเพื่อส่งมอบประสบการณ์บางอย่างจากสี่มิติแรกไปสู่ลูกค้าได้ในแอปเดียว

Immersive Marketing เป็นการสร้างใหม่ เพื่อการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ที่เกิดขึ้นได้บนโลกเสมือนจริง โดยแนวคิดของ Metaverse ต้องมี 5 องค์ประกอบ คือ 1.Virtual Assets สินทรัพย์เสมือนจริงที่มีอยู่จริงทางกายภาพ 2. Avatars การนำคนเข้าไปสู่โลกเสมือนจริง 3. User Experience ประสบการณ์ผู้ใช้งาน 4. Creator Economy เศรษฐกิจของผู้สร้าง และ 5. Governance การกำกับดูแลในโลกเสมือนจริง เพื่อให้ Metaverse สามารถดำเนินการได้เหมือนโลกจริง
Immersive Experiences ที่เกิดขึ้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในรูปแบบ Metamarketing จะสามารถส่งมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าได้โดยผ่านเทคโนโลยี 5 ตัว คือ
1. loT for Data Capture ใช้ในการเก็บข้อมูลและตีความสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกจริงไปสู่โลกเสมือนจริง
2. AI for Data Processing เพื่อประเมินผลข้อมูลที่เกิดขึ้นมากมาย
3. Spatial Computing for Experience modeling เพื่อส่งมอบประสบการณ์ในมิติที่ดีขึ้น
4. AR & VR for The Interface เพื่อเชื่อมต่อโลกจริงกับโลกเสมือน
5. Blockchain for The Infrastructure เป็นการทำแบบ Decentralized เพื่อขยายโลกจริงออกไป
“เราสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์บนโลกเสมือนจริงใน 2 สภาพแวดล้อม คือเป็นสภาพแวดล้อมที่ลูกค้าจะได้ประสบการณ์อีกแบบหนึ่ง และได้ในเชิง Metamarketing ไปพร้อมกันด้วย” Iwan Satiawan กล่าว