“เทรนด์ที่เกิดขึ้นกับค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตในทั่วโลกจะมีทิศทางที่คล้ายๆ กัน นั่นคือ ผู้บริโภคจะมีการช้อปในไฮเปอร์มาร์เก็ตน้อยลง เพราะการตุนสินค้าในแต่ละเดือนลดลง แล้วหันมาซื้อแบบท็อปในกรณีที่สินค้าบางตัวขาดหรือหมดจากร้านค้าปลีกขนาดเล็กใกล้บ้าน คอนวีเนียนสโตร์จึงเป็นเสมือนที่สต็อกสินค้าของพวกเขา ในทางกลับกัน ไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งในร้านค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตก็เปลี่ยนไปจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง จากแค่มาเพื่อซื้อสินค้าแล้วกลับ ก็เปลี่ยนเป็นการมาใช้ชีวิต หรือพักผ่อน ไฮเปอร์มาร์เก็ตเองจึงต้องมีการปรับรูปแบบของสโตร์ให้มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และสิ่งบันเทิงต่างๆ มากขึ้น เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของพวกเขา”
นั่นคือคำกล่าวของวิชัย เบญญาดิลก รองประธานฝ่ายจัดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี ที่สะท้อนภาพของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการทำตลาดของค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตว่ากำลังจะเปลี่ยนไปจากเดิม
สิ่งที่สะท้อนภาพดังกล่าวออกมาได้อย่างชัดเจนก็คือ แม้ราคาจะเป็นกลยุทธ์หลักในการทำตลาดของค้าปลีกเซ็กเม้นต์นี้ แต่ผู้เล่นทั้ง 2 รายต่างก็มีการเดินหน้าปรับภาพลักษณ์ด้วยการยกระดับภาพลักษณ์ของไฮเปอร์มาร์เก็ตให้เป็น Hight Image Low Price คือขายสินค้าราคาถูก แต่มีภาพลักษณ์ที่ไม่ใช่แค่การช้อปปิ้งแบบเบสิคที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น
ส่วนหนึ่งของการก้าวข้ามไปสู่จุดดังกล่าวก็คือ การปรับเปลี่ยนในเรื่องของการนำเสนอสินค้าในสโตร์ที่มีการเติมเต็มสินค้าที่มีภาพของความเป็นพรีเมียมเข้าไปมากขึ้น อาทิ ตัวสินค้านำเข้าที่จะเข้ามาช่วยสร้างสีสัน โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหาร ซึ่งการที่จะทำให้สามารถยกระดับภาพลักษณ์ในภาพรวมได้ จะต้องมีการจัดการในเรื่องของการบริหารตัวสินค้าตั้งแต่ต้นทาง จนถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่การทำตลาดนั้น ก็ไม่ได้มองแค่การใช้เรื่องของราคา หรือการจัดรายการส่งเสริมการขายที่ถูกผลักออกมาจากตัวผู้ประกอบการค้าปลีก แต่เป็นการนำเรื่องของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคเข้ามาเป็นแกนหลักในการทำแคมเปญการตลาดในแต่ละช่วงเวลา
เรียกได้ว่า เป็นการมองผู้บริโภคที่แตกต่างไปจากเดิมที่เป็นการมองผู้บริโภคทางกายภาพจากเรื่องของอายุ อาชีพ หรือรายได้ มาเป็นการมองเรื่องของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ซึ่งการทำในเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมี “บิ๊กดาต้า”ที่ได้จากการทำ CRM ผ่านบัตรสมาชิกเข้ามาเป็นตัวช่วย ซึ่งปัจจุบันบิ๊กซี่มีฐานคนถือบัตรบิ๊กการ์ดของตัวเองอยู่ประมาณกว่า 12 ล้านคน