ปีที่ผ่านมา มิชลินได้เปิดตัว Michelin’s Pilot Sport 4S เป็นกลุ่มยางคุณภาพสูงสำหรับรถซูเปอร์คาร์ ที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการผลิตชั้นสูง ซึ่งมิชลินได้ให้ความสำคัญกับการผสานสมรรถนะที่หลากหลายไว้ในยางมิชลินทุกเส้น ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย อายุการใช้งานที่ยาวนาน และประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน รวมทั้งสมรรถนะเด่นอื่นๆ ที่เหมาะกับสไตล์การขับขี่ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด MICHELIN Total Performance ที่เป็นจุดเด่นทำให้ยางมิชลินแตกต่างจากยางอื่นๆ ทั่วไป
“เราไม่เลือกที่จะทำสินค้าเก่งด้านใดด้านหนึ่ง แต่เราพยายามสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์ได้ในทุกๆ ด้าน คือเก่งทั้งบนถนนแห้ง บนถนนเปียก มีความเงียบ นุ่ม และคงทน นี่คือความยากซึ่งหากไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมเราก็ทำไม่ได้ แต่นี่คือสิ่งที่เราทำได้ และแม้ว่าซูเปอร์คาร์จะเป็นตลาดที่ไม่ใหญ่มาก แต่เมื่อเราสามารถตอบโจทย์การใช้งานกลุ่มนี้ได้ ก็จะส่งผลต่อภาพรวมของ Brand Image ได้เป็นอย่างดี”
ที่ผ่านมา มิชลิน ยังมีผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง นั่นคือ “บีเบนดั้ม” หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อของ “Michelin Man” สัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับมิชลินมานานกว่า 123 ปี ที่มีการพัฒนาการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หน้าตาของ Michelin Man เปลี่ยนไปทุกๆ 10 – 20 ปี จนมาถึงเวอร์ชั่นปัจจุบัน ซึ่งได้มีการเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว ยังคงมีรูปลักษณ์ที่เข้ากับยุคสมัย มีสายตาและรอยยิ้มที่เป็นมิตรซึ่งทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกผูกพันใกล้ชิดได้มากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ทำให้คนยังมองเห็น และจดจำได้มาโดยตลอด
ในแง่ของการสื่อสารการตลาด มิชลินยังได้จัดทำแคมเปญ “มิชลิน พร้อมข้างคุณ..ทุกนาทีสำคัญ” เป็นการนำเสนอในเชิง Emotional เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า มิชลินคือผู้ช่วยหลักในเรื่องของการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งเพื่อพาผู้ขับขี่ไปหาคนที่รักได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นหน้าที่สำคัญที่มิชลินพร้อมจะอยู่เคียงข้างในทุกนาทีสำคัญ โดยมี Michelin Man เป็นตัวเชื่อม เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามากว่า 100 ปี
วันนี้ผู้บริโภคมองภาพของมิชลิน คือ แบรนด์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมียม และเป็นแบรนด์ที่สะท้อนภาพของความปลอดภัย เป็นแบรนด์ที่ดีที่ผู้บริโภคอยากได้ และต้องการเข้าถึง แต่การจะรักษาความเป็นผู้นำ และภาพลักษณ์ที่ดีของ แบรนด์ไว้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนได้นั้น คุณเอกชัย มองว่า ในแง่การทำงานต้องมี “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง”