BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
12,972
VIEWS

ถอดบทเรียนจากอังกฤษถึงไทย ไฮเปอร์มาร์เก็ตปั้นเฮ้าส์แบรนด์แฟชั่นกันอย่างไร

มี.ค. 18, 2561 R.Somboon

เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่าทำไมห้างค้าปลีกทั้งหลายถึงไม่ยอมเรียกแบรนด์สินค้าแฟชั่นที่ตัวเองเป็นเจ้าของแบรนด์ว่า “เฮ้าส์แบรนด์” แต่หันไปเรียกว่าไพรเวท เลเบล แบรนด์ หรือเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ที่มีวางขายเฉพาะสโตร์ของตัวเองแทน

เรื่องนี้ นักวิชาการด้านค้าปลีกอย่าง ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ให้เหตุผลไว้อย่างน่าฟังว่า เป็นเพราะห้างค้าปลีกเหล่านั้นต้องการทำให้ภาพพจน์ของแบรนด์แฟชั่นที่ตัวเองเป็นเจ้าของมีภาพที่ดีกว่าการเป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ เพราะสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ที่ใช้ชื่อแบรนด์เดียวกับห้างหรือรีเลทกับห้างจะถูกมองว่าเป็นสินค้าราคาถูก ซึ่งจะทำให้การทำตลาดเพื่อผลักดันให้แบรนด์ติดตลาดเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก

เฮ้าส์แบรนด์ ณ วันนี้ ไม่ใช่เป็นแต่เพียงแค่ Commodity Product แล้ว เพราะปัจจุบันเฮ้าส์แบรนด์ เริ่มแผ่ขยายมายังแคทากลอรี่อื่น ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของการสร้าง Store Loyalty ให้เกิดกับผู้บริโภคไทย ซึ่งที่ผ่านมาหลายค่าย ต่างพากันหาจุดต่างให้แก่สโตร์ของตนเอง

สำหรับเฮ้าส์แบรนด์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เดิมทีแผนกเสื้อผ้าในไฮเปอร์มาร์เก็ต มีมาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้ถูกนำมาพูด เพราะช่วงนั้นยังเป็นการปูฐานของไฮเปอร์มาร์เก็ต และเน้นสู้กันด้วยสงคราม “แคมเปญราคาถูก” จนกลายมาเป็นพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคไทย อย่างกลยุทธ์ซื้อสองแถมหนึ่ง

แต่ด้วยการมองเห็นโอกาสของตลาดสตีท แฟชั่น ที่มีขนาดของตลาดที่ใหญ่มาก ถ้าสามารถเข้าไปแทรกและดันเสื้อผ้าเฮ้าส์แบรนด์เข้าไปแชร์ตลาดแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ก็จะสามารถสร้างรายได้ให้กับเหล่าบรรดาไฮเปอร์มาร์เก็ตได้เป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งนั่นอาจจะเป็น “ไบเบิล” ในการทำค้าปลีกอย่างหนึ่งของบรรดายักษ์ใหญ่พวกนี้ก็ได้ที่การทำตลาดส่วนหนึ่งจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อเข้าไปเปลี่ยนตลาดที่เป็นเทรดดิชันนั่ลแบบดั้งเดิมให้เป็นโมเดิร์นเทรด ไม่เว้นแม้ตลาดเสื้อผ้าแฟชั่น

นั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่มีการเติมเต็มสินค้าแฟชั่นเข้ามาในสโตร์ของตัวเอง พร้อมกับมีทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการยกระดับเรื่องของภาพลักษณ์ให้เป็นแฟชั่นที่มีดีไซน์ที่ทันสมัย แต่มีราคาที่ควักง่ายไม่ต้องคิดนาน

วันนี้เรามีตัวอย่างในการสร้างตลาดแฟชั่นของไฮเปอร์มาร์เก็ตมาให้ศึกษากัน.....

ถอดรหัสเทสโก้

ปั้นตลาดแฟชั่นอย่างไร

ปัจจุบันไฮเปอร์มาร์เก็ต เริ่มปรับอิมเมจไม่เป็นแค่สำหรับตลาดระดับล่าง แต่พยายามทำภาพให้ไต่ขึ้นมาจากระดับแมสแบบล่างจ๋ามายังกลุ่มลูกค้าระดับกลางบนที่เป็นแมสพรีเมียมมากขึ้น สังเกตได้จากบางสาขาของเทสโก้ โลตัส ที่มีการปรับรูปแบบของดีไซน์ภายในสโตร์ รวมถึงการนำเสนอสินค้าให้มีความเป็นพรีเมียมมากขึ้น

แต่สิ่งที่ยังอยู่คู่กับเทสโก้ โลตัสก็คือการขายสินค้าราคาถูก เป็นการก้าวข้ามจากการเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตที่มีภาพของร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าเบสิค ในราคาถูก มาสู่การเป็นร้านค้าปลีกที่มีภาพลักษณ์บนขึ้น แต่ยังคงเน้นการขายสินค้าราคาถูกเมื่อเทียบกับร้านค้าปลีกในเซ็กเม้นต์ข้างเคียงอย่างซูเปอร์มาร์เก็ต หรือห้างสรรพสินค้า

เช่นเดียวกับสินค้าที่เป็นแฟชั่นเฮ้าส์แบรนด์ในไฮเปอร์มาร์ท ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน แม้จะมีสินค้าเสื้อผ้าวางขาย แต่ไม่ใช่แฟชั่น เพราะเน้นที่กลยุทธ์ราคาเพียงอย่างเดียว พร้อมกับขายแบบแมสมาก ๆ

แต่ไม่กี่ปีมานี้ เทสโก้ โลตัสเริ่มให้ความสำคัญกับการทำตลาดสินค้าเสื้อผ้า โดยมีการนำแบรนด์หลักๆ ของตัวเองที่วางขายในยูเคอย่าง F&F ที่จับคนทำงานทั่วไป และแบรนด์แอสซายน์ที่จับวัยรุ่น เข้ามาวางขายในสโตร์ โดยให้พื้นที่เพื่อดิสเพลย์สินค้ามากกว่าในอดีต

เทสโก้ โลตัสได้เปิดตัว "ร้านเสื้อผ้าแอสซายน์" แห่งแรกในสาขาปากเกร็ดเมื่อ 3 – 4 ปีที่แล้ว จากเดิมเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่มีจำหน่ายในแผนกเสื้อผ้าแฟชั่น ที่มียอดขายเติบโตดี จึงได้แยกออกมาพัฒนาเป็นร้านสแตนด์อะโลน อยู่ภายในศูนย์

ขณะเดียวกัน ก็มีการโปรโมทแบรนด์ F&F ด้วยการจัดแฟชั่นโชว์นอกห้าง เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ให้เป็นแบรนด์แฟชั่นที่มีดีไซน์ที่ทันสมัยไม่แพ้แบรนด์อื่นๆ

ว่าไปแล้ว แม้ยักษ์ไฮเปอร์มาร์เก็ตในบ้านเราจะทำตลาดสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มาหลายปี แต่ตลาดก็ยังไม่เบ่งบานเต็มที่เหมือนกับไฮเปอร์มาร์เก็ตในแถบยุโรป หรืออเมริกา เพราะที่นั่นผู้บริโภคยอมรับในสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของไฮเปอร์มาร์เก็ตในทุกตลาดแล้ว ตั้งแต่ของกิน ของใช้ และเสื้อผ้า สำหรับเสื้อผ้า กลายเป็นกรณีน่าศึกษาอีกเรื่องที่เกิดขึ้นในวงการแฟชั่น แบรนด์ตลาดเมืองไทย อาจจะไม่คุ้นกับแบรนด์จอร์จ (GEORGE)  สินค้าเสื้อผ้า และรองเท้าเฮ้าส์แบรนด์ของวอล-มาร์ท จากอเมริกา (อดีตเคยอยู่ภายใต้แอสด้า (ASDA) เชนซูเปอร์มาร์เก็ตจากอังกฤษ) เข้ามาสู่อ้อมอกของวอล-มาร์ท

ทำให้แบรนด์จอร์จ แตกกิ่งก้านสาขาไปมากกว่าการวางขายเฉพาะแต่ไฮเปอร์มาร์เก็ตวอล-มาร์ทเท่านั้น เพราะวอล-มาร์ท เปิด “จอร์จ สโตร์” ช็อปสแตน อะโลน ตั้งตามถนนแฟชั่น หลังจากนั้นไม่นาน จอร์จ สโตร์ ก็เดินหน้าขยายช่องทางไม่หยุด มีหลากช่องทาง หลายรูปแบบ  จุดแข็งประการหนึ่งของจอร์จ อยู่ที่การแบ่งตลาดออก 3 กลุ่ม คือ จอร์จ แบบดั้งเดิม ราคาถูก จับตลาดล่าง, จอร์จ เสื้อผ้าราคาไม่สูง แต่คุณภาพดี สำหรับกลุ่มรายได้ปานกลาง และจอร์จ ที่เน้นแฟชั่น-ดีไซน์ที่อินเทรนด์ ราคาขายแพงขึ้นมาอีกหน่อย เจาะวัยรุ่น วัยทำงานรายได้ปานกลาง  จากนั้นไม่นาน จอร์จ แผ่ขยายอาณาจักรออกไปในตลาดต่างแดน จำหน่ายผ่านสาขาของวอล-มาร์ทที่มีทั่วโลกกว่า 5,000 แห่งทั่วโลก

แม้ว่าเวลานี้เส้นทางของตลาดแฟชั่นเฮ้าส์แบรนด์ในไทย ยังคงต้องออกแรงพัฒนาอีกมาก แต่จากนี้ไปน่าจับตามองว่าตลาดจะพลิกโฉมเปลี่ยนแปลง ไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งมร. มาร์ค รัฟลีย์ ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส เปิดเผยกับเราว่า สินค้าแฟชั่นในเทสโก้ โลตัส มีทิศทางการเติบโตที่ดี ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากเรื่องของคุณภาพสินค้า ความหลากหลายของดีไซน์ และราคาที่สามารถควักซื้อได้ง่าย เชื่อว่าทิศทางการเติบโตนี้ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง

กำเนิดจอร์จ

กรณีศึกษาของจอร์จไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการแฟชั่นเฮ้าส์แบรนด์ เพราะเป็นเคสที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่ถือเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงการสร้างแบรนด์แฟชั่นในห้างค้าปลีกได้เป็นอย่างดี

เสื้อผ้าแบรนด์นี้เกิดขึ้นจากไอเดียของดีไซเนอร์ชื่อดังจอร์จ เดวี่ส์ในปี 1990 ที่อังกฤษ เริ่มออกวางขายครั้งแรกในพื้นที่ห้าสาขาของแอสด้า ซูเปอร์มาร์เก็ตเชนท้องถิ่นขนาดกลางของกลุ่มเกษตรกรท้องถิ่นจากเมืองยอร์คเชีย ประเทศอังกฤษ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคที่มีรายได้ปานกลาง ซึ่งตรงกับกลุ่มลูกค้าหลักของแอสด้าที่ผลัดเปลี่ยนหน้าตาเข้ามาจับจ่ายใช้สอยซื้อของกินของใช้เข้าบ้านที่แอสด้าวันละจำนวนมาก

ด้วยความที่เป็นเสื้อผ้าราคาถูก ดีไซน์ไม่เลว แถมยังครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายแบบยกทั้งครอบครัวตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงคนเฒ่าคนแก่ หรือชุดสุดหล่อฟ่อเฟี้ยวสวยจ๊าบร่ายยาวไปถึงสูทหรูสุดมาดขรึม รวมทั้งชุดราตรีสุดสวยทำให้ยอดขายของจอร์จเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสร้างความหวั่นไหวไปถึงผู้เล่นหลายๆรายในตลาดเสื้อผ้าเมืองผู้ดี...โดยเฉพาะในกลุ่มเสื้อผ้าราคาประหยัด

อย่างไรก็ตามยอดขายของจอร์จก็ไม่ได้หวือหวาอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน จนกระทั่งการเข้ามาของซูเปอร์บิ๊กวอล-มาร์ทในปี 1999 ที่กวาดเอาทั้งกิจการของแอสด้าและจอร์จของพ่อนักออกแบบเดวี่ส์ไปรวมไว้เป็นหนึ่งเดียวในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลวอลมาร์ท...สถานการณ์ของแอสด้าในขณะนั้นดูจะไม่สู้ดีนักเพราะมีส่วนแบ่งในตลาดค้าปลีกของอิงแลนด์เป็นอันดับสามห่างจากเจ้าตลาดอย่างเทสโก้และเซ้นท์เบอรี่รองแชมป์อยู่มากโข.....ส่วนคู่แข่งเบอร์ 4 และเบอร์ 5 ในช่วงเวลานั้นอย่างเซฟเวย์และมอริสันก็ไล่จี้ตูดมาติดๆ

วอลมาร์ทแปรรูปแอสด้าเสียใหม่โดยนำเอานโยบายที่สร้างความสำเร็จทั่วโลกมาใช้ โดยเฉพาะนโยบายเรื่องราคาสินค้าที่กล้ารับประกันว่าถูกกว่าที่อื่นถึง10-14% กับสโลแกนที่ว่า (Everyday low prices) หรือราคาถูกทุกๆวัน...พร้อมทั้งส่งสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเอง (House Brand หรือ Own Label) ลงสู้ศึกอีกระลอกหลากหลายยี่ห้อ เช่นแอสด้า สมาร์ท ไพรซ์, แอสด้า แบรนด์, แอสด้า กู๊ด ฟอร์ ยู, ออร์แกนิค, แอสด้า เอ็กซ์ตร้า สเปเชียลและมอร์ ฟอร์ คิด....นับรวมๆกันแล้วจนถึงปัจจุบันนี้แอสด้ามีสินค้าเฮาส์แบรนด์ทั้งสิ้นกว่า 6,000 ชิ้น ทำเงินให้แอสด้ากว่า 40% จากรายได้ทั้งหมด 21,700 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา

สำหรับจอร์จแล้วการได้เข้ามาอยู่ในสังกัดของวอลมาร์ทมหาอำนาจค้าปลีกแห่งยุคซึ่งสามารถหาแหล่งผลิตเสื้อผ้ารองเท้าราคาถูกจากทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าจะเป็นแหล่งผลิตในจีน, อินโดนีเชีย, ตุรกี, โมร็อกโก, โรมาเนีย หรือประเทศไทยของเรา

ทำให้วอลมาร์ทสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ และมันมีประโยชน์อย่างมหาศาล  เพราะมันหมายถึงความได้เปรียบทางด้านการแข่งขันที่เหนือคู่แข่งรายอื่นๆด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าประมาณ 30%

ไม่เพียงเท่านั้นวอลมาร์ทยังไล่ล่าเอาบรรดาเหล่าดีไซเนอร์เสื้อผ้าดาวรุ่งทั้งหลายมาร่วมทัพช่วยกันออกแบบเสื้อผ้ารองเท้าจอร์จคอลเลคชั่นใหม่ เพื่อดันให้จอร์จ กลายเป็นแบรนด์อินเทรนและก้าวตามทันกระแสแฟชั่นบนแคทวอล์คจากกระบวนการออกแบบของนักออกแบบจอร์จไปจนถึงขั้นตอนการผลิตและถูกส่งไปวางขายในสโตร์ใช้ระยะเวลาเพียงเจ็ดอาทิตย์ และในทุกๆสี่อาทิตย์จะมีสินค้ารุ่นใหม่ๆของจอร์จผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้ลูกค้าได้เลือกซื้อกัน

เมื่อมาถึงตรงนี้แล้ววอลมาร์ทไม่ได้มองจอร์จเป็นเพียงแค่สินค้าเฮาส์แบรนด์เท่านั้น เพราะข้อได้ เปรียบหลายๆอย่างที่มีอยู่ประกอบกับเสียงตอบรับจากผู้บริโภค ทำให้วอลมาร์ทตัดสินใจจับเสื้อผ้ายี่ห้อจอร์จ แยกออกเป็นสามกลุ่มเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาด คือมีทั้งจอร์จแบบดั้งเดิมที่เป็นเสื้อผ้าราคาถูกสำหรับกลุ่มลูกค้าตลาดล่าง, จอร์จสำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่มีรายได้ปานกลาง และมองหาเสื้อผ้าราคาไม่สูงแต่คุณภาพดี และจอร์จที่มาในแบบแฟชั่นจ๋าราคาสูงขึ้นมาอีกนิด แต่ได้ดีไซน์เท่แต่ราคาไม่บ้าเลือดสำหรับกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานรายได้ปานกลาง

นอกจากนี้วอลมาร์ทยังประกาศท้าชนกับเหล่าผู้เล่นในตลาดเสื้อผ้าทุกกลุ่มด้วยการรุกเข้าไปเปิดจอร์จ สโตร์ซึ่งเป็นร้านขายเสื้อผ้าจอร์จแบบสแตนด์อโลนบนถนนแฟชั่นหรือในแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆ เริ่มจากที่ครอยดอน ตามมาด้วยเพรสตัน, ลีดส์, นอร์ทแธมตันและที่เมืองลิเวอร์พูล เป็นต้น                      

อีกทั้งยังได้ติดต่อขอเช่าพื้นที่ขายในบิ๊ก ดับเบิลยูทั้ง 21 สาขา ของกลุ่มค้าปลีกวูเวอร์ทเพื่อให้เสื้อผ้าจอร์จมีช่องทางจำหน่ายกระจายไปทั่วทั้งเกาะอังกฤษมากยิ่งขึ้น นอกเหนือไปจากเครือข่ายสาขาของแอสด้า

แม้ปัจจุบัน แบรนด์จอร์จะไม่เป็นที่ฮือฮาเท่าในอดีต  แต่จอร์จก็คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจถึงเส้นทางการเติบโตของแบรนด์แฟชั่นที่ก้าวขึ้นมาจากสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มาสู่การเป็นแบรนด์แฟชั่นที่แพร่หลายไปในหลายประเทศช่วงระยะเวลาหนึ่ง.....

สูตรสำเร็จของการปั้นแฟชั่นเฮ้าส์แบรนด์

ไม่ว่าจะเป็นเทสโก้ วอล มาร์ท คาร์ฟู หรือ ไฮเปอร์มาร์เก็ตรายไหนๆ ต่างก็มีสูตรสำเร็จในการสร้างแฟชั่นเฮ้าส์แบรนด์แทบจะไม่แตกต่างกัน เริ่มตั้งแต่การจับจุดความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการของคุณภาพดี ราคาไม่สูงนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับแฟชั่นแบรนด์ทั่วๆไป

หลังจากนั้น เมื่อคลอดเฮ้าส์แบรนด์ๆนั้นแลว้ ถ้ายังไม่มีการทำการตลาดสนับสนุนก็จะใช้กลยุทธ์ราคาและการดิสเพลย์ที่โดดเด่น เข้ามาเป็นตัวช่วยสร้างแรงกระตุ้นคอแฟชั่นราคาถูกทั้งหลาย

แต่เมื่อมองเห็นแววหรือเห็นโอกาสทางการตลาด การทำการตลาดเพื่อสนับสนุนการขายจะถูกทยอยส่งลงมาแบบเป็นชิ้นเป็นอันไม่ว่าจะเป็นการออกคอลเลคชั่นสินค้าอย่างต่อเนื่องตามซีซั่นเหมือนที่แบรนด์แฟชั่นชั้นนำเขาทำกัน รวมถึงการจัดอีเว้นต์เพื่อโปรโมทคอลเลคชั่นนั้นๆ ซึ่งเทสโก้ โลตัส ทำได้เท่กว่าเพื่อนตรงที่มีการออกมาทำอีเว้นต์นอกสโตร์ตามย่านสำคัญๆต่างๆ อาทิ การจัดเดินแฟชั่นโชว์ที่สยาม เป็นต้น

เมื่อแบรนด์ได้รับการตอบรับ ขั้นตอนสำคัญในการทำแบรนด์อีกอย่างก็คือ การนำดีไซน์เนอร์ชื่อดัง เข้ามาสร้างเป็นจุดขายของแฟชั่นแต่ละคอลเลคชั่นที่ส่งลงตลาด อาจจะมีการแยกช็อปและวางขายนอกสโตร์เพื่อดันเป็นเนชั่นแบรนด์อย่างเต็มตัว แล้วแต่นโยบายหรือการมองเห็นโอกาส

แต่ไม่ว่าจะมาไม้ไหน การมีศักยภาพและเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ก็น่าจับตามองไม่น้อยว่า แฟชั่นเฮ้าส์แบรนด์จะเข้ามาแชร์ตลาดหรือกวาดส่วนแบ่งในส่วนที่สตรีทแฟชั่นถือครองอยู่ได้เหมือนกับที่ทำสำเร็จมาแล้วในหลายๆสินค้า.....

ห้างเซ็นทรัล เดินหน้าผลักดันสนับสนุนแบรนด์แฟชั่นและบิวตี้ เตรียมจัดงาน “Central The Fashion Disruptors 2026” จับมือ “HERA Thailand”

เจาะลึกความสำเร็จ HOUSE OF LITTLEBUNNY แบรนด์ไทยที่สร้างปรากฏการณ์ ‘ไวรัลข้ามพรมแดน’ จากไอเทมยอดฮิต สู่ Fashion Destination ของสาว SEA

Shein ยักษ์ค้าปลีกออนไลน์จีนบุกปารีส เปิดร้านจริงในห้างสรรพสินค้าขาย Ultra fast-fashion

ท็อปส์ ชู “Food Fashion Department Store” ใช้แฟชั่น ผสานฟู้ด รีเทล สร้างประสบการณ์ช้อปที่แตกต่าง

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 ตอกย้ำเวทีแฟชั่นอันดับหนึ่งของไทย และงานแฟชั่นสุดยิ่งใหญ่ของเอเชีย

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) สร้างปรากฏการณ์เปิดรันเวย์แห่งปี โดย 11 ดีไซเนอร์ชั้นนำ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact