Branded Residences หรือที่พักอาศัยประทับตราแบรนด์หรูในสหรัฐอเมริกากำลังเป็นเทรนด์ใหม่ โดยคาดว่าจะโตขึ้น 2 เท่าภายในปี 2030 ส่งผลให้บรรดานักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างกระตือรือร้นที่จะจับมือกับ Retailer เจ้าของสินค้า Luxury เสนอสินค้าที่กลุ่มผู้มั่งคั่งสูงพึงพอใจ
ตัวอย่าง เช่น รายการสิ่งอํานวยความสะดวกที่ Armani Casa ใน Sunny Isles Beach, Florida มีมากขึ้นเรื่อยๆ การตกแต่งภายในที่นี่ เป็นผลงานการออกแบบของ Giorgio Armani ซึ่งเน้นคอลเลคชั่นงานศิลปะคุณภาพระดับพิพิธภัณฑ์ที่คัดสรรมาอย่างดี นอกจากนั้น ยังมีภัตตาคารส่วนตัว ห้องออกกําลังกาย สปา โรงภาพยนตร์ เลานจ์ ห้องสูบซิการ์ และดื่มไวน์
Daniel Tzinker นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ผู้ทำธุรกิจกับ Agency ที่ซื้ออพาร์ตเมนต์ในอาคารที่อยู่ใกล้ไมอามี กล่าวว่า สิ่งดึงดูดใจมากที่สุด ไม่ใช่สิ่งอํานวยความสะดวกชั้นยอดทั้งหมดที่กล่าวมา แต่มันคือแบรนด์
"ชื่อ Armani เพิ่มมูลค่าให้ตัวอาคารมหาศาล" Tzinker กล่าว "เทียบกับถ้าเป็นอาคารไม่มีชื่อ คนทั่วไปสนใจอาคารหลังนี้มากขึ้น เมื่อมีแบรนด์เข้ามาเกี่ยวข้อง นี่เป็นวิธีคิดที่ชาญฉลาดอย่างยิ่ง"
คอนโดมิเนียมที่มีร้านอาหารระดับห้าดาวสุดพิเศษ และสิ่งอํานวยความสะดวกคุณภาพโรงแรมไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่ก่อนหน้านี้อาคารเหล่านั้นเป็นที่รู้จักเฉพาะผู้ซื้อบ้านที่อาศัยอยู่ในอาคารเท่านั้น แต่ตอนนี้แบรนด์หรูระดับอัลตร้าอย่าง Fendi และ Nobu แบรนด์ร้านอาหารและโรงแรม ซึ่งมีเชฟ Nobu Matsuhisa, Robert De Niro, Meir Teper ผู้สร้างหนัง และนักธุรกิจชื่อดังเป็นเจ้าของ กําลังเข้าสู่พื้นที่พัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีชื่อแบรนด์ทาบทับบนอาคารด้วย
ข้อมูลของ Savills โบรกเกอร์อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ระบุว่า ปัจจุบัน มีโครงการที่คล้ายกับ Armani Casa ในพื้นที่มากกว่า 40 โครงการ อยู่ระหว่างการก่อสร้างในโลเคชั่นแตกต่างกัน 15 แห่ง 20 โครงการ ทำให้คาดว่า ที่อยู่อาศัยแบบเดียวกันนี้จะเพิ่มเป็น 2 เท่าในปี 2030
ทั้งนี้ ดีเวลลอปเปอร์ทุกรายล้วนรู้ดีว่า บรรดาบ้านหรูหราที่กล่าวถึงมีราคาแพง และดึงดูดใจกลุ่มผู้ซื้อที่ชื่นชมแต่ละ แบรนด์โดยเฉพาะเท่านั้น ส่งผลให้การแข่งขันในพื้นที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการเพิ่มสิ่งอํานวยความสะดวกหลากหลายมากขึ้น
Peter Bazeli ประธานบริษัท Weitzman ที่ปรึกษาเรื่อง Branded Residences ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ ให้ความเห็นว่า ประเด็นนี้สร้างแรงกดดันอย่างมากต่อนักพัฒนาให้คิดหาวิธีสร้างรายได้รูปแบบใหม่ ที่ไม่เน้นเปรียบเทียบคุณภาพ เพราะทุกรายกําลังผลิตสินค้าคุณภาพเยี่ยมสุดอยู่แล้ว นั่นเป็นสิ่งที่แบรนด์เข้ามามีบทบาท สร้างประโยชน์แก่ดีเวล ลอปเปอร์จริงๆ
อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ และไม่ได้อยู่ในสหรัฐ คือ Lamborghini ซึ่งสร้างที่พักที่มีรั้วรอบขอบชิดเป็นวิลล่า 40 หลังในดูไบ บ้านทุกหลังตกแต่งด้วยคอลเลคชั่นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำเป็นพิเศษ บ้านขายหมดหลังประกาศเมื่อปี 2021 ทั้งๆ ที่ตามแผนบอกว่าโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2026
ยิ่งกว่านั้น ต้นปี 2023 Lamborghini เปิดเผยแผนสร้างวิลล่าอีก 53 หลัง บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในสเปน ราคาเริ่มต้นที่ 4 ล้านยูโร แต่ยังไม่มีไทม์ไลน์ที่แน่ชัดว่าจะสร้างเสร็จเมื่อไหร่แต่อย่างใด
Lamborghini ไม่ใช่รถยนต์เพียงแบรนด์เดียวที่สร้างบ้าน Porsche Design Tower ในไมอามีอนุญาตให้ผู้ซื้อขับรถเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ได้เลย ไม่ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ชั้นใด โดยใช้ Dezervator — ลิฟต์ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ ใช้ส่งผู้อยู่อาศัยและรถให้มาถึงที่พัก นอกจากนั้น ล่าสุด รถหรู Bently ก็สนใจใช้บริการของ Dezervator ด้วย
เจมส์ แฮร์ริส ผู้บริหารกิจการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ Bondstreet สรุปว่า ในอดีตบรรดาคนรวยในลอสแอง เจลิสจะอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไป เมื่อพวกเขามั่งคั่งกว่าเดิมหลายเท่า ความสนใจที่อยู่อาศัยจึงมีเรื่องแบรนด์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
"คนรวยส่วนใหญ่ในปัจจุบันแทนที่จะเป็นเจ้าของบ้าน 2 หลัง อาจเป็นเจ้าของ 4 หรือ 5 หลัง" แฮร์ริส กล่าว "แบรนด์ดังๆ ก็เหมือนไอซิ่งบนยอดเขา คนส่วนใหญ่อยากแสดงถึง Lifestyle ของพวกเขา"
ที่มา themessenger.com/business/branded-residences-luxury-amenities