จุดกำเนิดของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ที่เปิดตัวให้บริการครั้งแรกเมื่วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2537 ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นการมองเห็น Paint point ของลูกค้าที่มีความวิตกกังวลของเจ้าของสัตว์เลี้ยง เมื่อสัตว์เลี้ยงเกิดอาการป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุกลางดึก แต่ต้องรอจนถึงเช้าตรู่จึงจะได้รับการรักษาซึ่งบางครั้งก็อาจสายเกินไป
ด้วยเหตุนี้เองทำให้ สพ.ญ. กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จึงตัดสินใจเปิดโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เพื่อให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นโรงพยาบาลสัตว์แห่งแรกที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง โดยจุดเริ่มต้นในการเติบโตนั้นมาจากการที่กลุ่มคนรักสัตว์บอกเล่าต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มรถแท็กซี่ที่จะแนะนำโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อเสมอ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยกลางดึก นับตั้งแต่นั้นมาโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อก็กลายเป็นสถานพยาบาลที่คนรักสัตว์ทั้งหลายจะนึกถึงเป็นที่แรก
จนกลายมาเป็นตัวผลักดันให้โรงพยาบาลรักษาสัตว์แห่งนี้ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนสามารถทำรายได้มาแตะที่ 1,143 ล้านบาท พร้อมกับทำกำไร 134 ล้านบาท ในปี 2565 ส่วนในปีนี้ แม้ยังไม่มีการสรุปตัวเลขรายได้ออกมา แต่ก็น่าจะยังคงสร้างการเติบโตของรายได้ออกมาอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนสาขาทั้งหมด 18 สาขา และจะเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา ที่เชียงใหม่ในต้นปีหน้า ซึ่งจะเป็นสาขาที่ 2 ที่เข้าไปเปิดที่จังหวัดเชียงใหม่
การเติบโตของผู้เล่นรายนี้ นอกจากการมีเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุม รวมถึงระบบซัพพอร์ตที่ค่อนข้างแข็งแกร่งแล้ว สิ่งที่ สพ.ญ. กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล บอกกับเรา ยังมีเรื่องของความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อซึ่งเปิดให้บริการมาจะครอบ 30 ปีในปีหน้า มีการสร้างฐานข้อมูลของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์และทำความเข้าใจความต้องการของพวกเขา พร้อมกับนำมาพัฒนาเป็นโซลูชั่นในการให้บริการ

ปัจจุบัน โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มีฐานลูกค้าประมาณ 217,000 ราย มีสัตว์เลี้ยงที่เคยดูแลแบ่งเป็นสุนัข 227,900 ตัว แมว 112,200 ตัวและสัตว์เลี้ยงในกลุ่ม Exotics Pet อย่างกระต่าย สัตว์ฟันแทะ และนกประเภทต่างๆ อีก 24,000 ตัว ซึ่ง สพ.ญ. กฤติกา บอกว่า ความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงเอง ต้องการที่จะให้สัตว์ที่เขาเลี้ยง อยู่กับเขาไปนานๆ จึงต้องเข้าใจและลงลึกถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น เพื่อนำมาพัฒนาเป็นโปรแกรมในการดูแลรักษา ซึ่งผู้บริหารของ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ บอกว่า การมีดาต้าเหล่านั้น จะทำให้สามารถเข้าใจถึงความต้องการ ตลอดจนปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี
ตลาด Pet Care ในบ้านเรา มีมูลค่าตลาดประมาณ 55,000 ล้านบาท ในปีนี้มีการประเมินว่าจะมีตัวเลขเติบโตอยู่ที่ 16% ส่วนในปีหน้า คาดว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่องไปอีกไม่ต่ำกว่า 12% และมีการคาดการณ์กันว่า มูลค่าดังกล่าวจะเติบโตถึง 66,700 ล้านบาท ในปี 2569
เป็นการเติบโตตามเทรนด์ที่เราเข้าใจกันดีว่า คนไทยให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงของตัวเองมากขึ้น จนกลายเป็นพฤติกรรมที่เจ้าของ เลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงของตัวเองเสมือนลูก หรือเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว หรือที่เรามักเรียกกันว่า “Pet Parents” คือเจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคน พร้อมทุ่มเท ทั้งเงิน เวลา และการเลี้ยงดู อย่างเต็มที่
ความเข้าใจในตัวเจ้าของสัตว์เลี้ยง ตลอดจน ตัวสัตว์เลี้ยงเอง จากการนำดาต้าเข้ามาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาโซลูชั่นในการให้บริการ จึงกลายเป็นอีกการสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปิดกว้างในการพัฒนาโมเดลธุรกิจให้มีความหลากหลาย โดยเฉพาะกับการเลือกใช้กลยุทธ์ Collaboration ที่คุณหมอกฤติกา บอกว่า จะเป็นอีกตัวช่วยสำคัญในการนำเสนอโซลูชั่นที่เข้ามาช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างตรงจุดอีกทางหนึ่ง

ทำให้ วันนี้ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มีการจับมือกับพันธมิตรหลายราย ทั้งที่เป็นโรงพยาบาลรักษาสัตว์ด้วยกัน ผู้ผลิตอาหารสัตว์ บริษัทนำเข้าเครื่องมือและเทคโนโลยีรักษาสัตว์ เป็นต้น โดยจะนำความรู้ และประสบการณ์ ตลอดจนการมีอะคาเดมี ที่พัฒนาบุคคลกรด้านการดูแลรักษาสัตว์เข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่เข้าไปจับมือด้วย
ตัวอย่างของพันธมิตรที่มีทั้งการ Joint- venture ก็มี อาทิ การเปิดโรงพยาบาลรักษาสัตว์ที่เวียดนาม ภูเก็ต อยุธยา และการร่วมทำธุรกิจอาหารสัตว์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ Remy กับกลุ่มบริษัทพัทยาฟู้ด เจ้าของผลิตภัณฑ์ทูน่า นอติลุส เป็นต้น
ล่าสุด ก็มีการ Joint- venture กับโรงพยาบาลสัตว์แอนิมอลสเปซ โรงพยาบาลสัตว์ที่ให้บริการดูแลรักษาสัตว์พิเศษ หรือ Exotics Pet รายแรกและรายเดียวในบ้านเรา ตั้งบริษัท ANXTL ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อถือหุ้น 51% และโรงพยาบาลสัตว์แอนนิมอล สเปซ ถือหุ้น 49% เพื่อร่วมกันเปิดโรงพยาบาลสัตว์ แอนนิมอล สเปซ สาขาที่ 2 ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาพระราม 9 ในช่วงต้นปีหน้า

การร่วมทุนในครั้งนี้ ถือเป็นการขยายฐานการให้บริการดูแลรักษาสัตว์พิเศษที่กำลังมีเทรนด์การเติบโตค่อนข้างดี โดยสัตว์กลุ่มนี้ จะประกอบไปด้วย กระต่าย สัตว์ฟันแทะอย่างหนูและกระรอก รวมถึงเต่า และนกประเภทต่างๆ ซึ่งคนไทยมีการเลี้ยงกันมากขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นสัตว์ตัวเล็ก เลี้ยงง่าย ที่สำคัญสามารถตอบโจทย์การสะท้อนตัวตนของเจ้าของสัตว์ได้เป็นอย่างดี
ก่อนหน้านั้น โรงพยาบาลแอนิมอลสเปช มีสาขาเดียวที่เปิดให้บริการ คือที่พุทธมณฑสาย 2 การร่วมทุนในครั้งนี้ จึงเป็นการขยายฐานเข้ามาให้บริการในเขตใจกลางเมือง โดยอาศัยเครือข่ายของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เข้ามาช่วย ซึ่งในปีหน้าหลังจากเปิดสาขาแรกที่ถนนพระราม 9 แล้ว ยังจะมีการเปิดสาขาที่ 2 ตามมาคือที่สาขาประชาชื่น
ส่วนแผนในปีหน้านั้น โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มองถึงการเข้าไปจับมือในลักษณะของการ Joint- venture กับโรงพยาบาลรักษาสัตว์อีก 7 แห่ง กระจายไปทุกภูมิภาค และตามแผนในปี 2026 จะมีการ Joint- venture ให้ครบ 30 ราย ซึ่งจะเข้ามาช่วยทำให้เครือข่ายการให้บริการของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
“เรามองตัวอย่างความสำคัญมาจากธุรกิจค้าปลีกของไทยอย่างกลุ่มเซ็นทรัล และเดอะมอลล์ ที่วันนี้ค่อนข้างแข็งแกร่งจนสามารถรับมือกับการแข่งขันกับกลุ่มทุนต่างชาติได้อย่างสบาย ในธุรกิจ Pet Care ก็เช่นกันที่กลุ่มทุนต่างชาติหลายรายจับตามอง และพร้อมจะเข้ามาทำตลาดในไทย เมื่อเราสามารถสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เป็นลักษณะของวิน วิน ที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน ก็จะช่วยทำให้เราสามารถรับมือกับการแข่งขันที่จะเข้ามาในทุกรูปแบบได้” สพ.ญ. กฤติกา กล่าวสรุปทิ้งท้าย