“ลูกก็คือลูก!” แม้จะไม่ใช่ลูกคน แต่สำหรับ Cat Parents และ Dog Parents ลูกแมวและลูกหมาคือสมาชิกตัวจริงของครอบครัว ปัจจุบันเทรนด์การเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะแมวเติบโตต่อเนื่อง เพราะแมวมีขนาดเล็ก เลี้ยงง่าย และเข้ากับวิถีชีวิตคนเมืองที่อาศัยคอนโดมิเนียมหรือทาวน์เฮาส์
ปัจจุบันคนยุคใหม่หลายคนไม่อยากมีลูก อาจจะด้วยปัจจัยหลายอย่าง สัตว์เลี้ยงจึงเป็นทางออกสำหรับเรื่องนี้ ทำให้ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยในปี 2025 มีมูลค่ากว่า 71,000 ล้านบาท เติบโต 7% และคาดว่าภายในปี 2030 จะพุ่งถึง 123,916 ล้านบาท ด้วยแรงขับเคลื่อนจาก Pet Humanization และ Urbanization แม้ว่าผู้บริโภคระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่ในส่วนของตลาดสัตว์เลี้ยงไม่เคยชะลอตัวลงเลย เรียกได้ว่า “เราอดได้ แต่ลูกห้ามอด”
เทรนการเลี้ยงสัตว์ของคนรุ่นใหม่ปัจจัยที่ทำให้ตลาดยังเติบโตต่อเนื่อง คือการที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงมอง “ลูกนอกไส้” เหล่านี้ไม่ต่างจากคนในครอบครัว
- อยากให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาว เมื่อเลี้ยงแล้วก็เกิดความผูกพันธ์จึงอยากให้เขาอยู่ด้วยนานที่สุด
- มีข้อมูลมากมายในโซเชียล ทำให้คัดสรรแต่ของที่ดี อะไรที่ว่าดีก็จะพยายามหาข้อมูล
- เจ้าของรู้จักเลือกสินค้าที่มีคุณภาพให้สัตว์เลี้ยง เลือกแต่สิ่งที่มีคุณภาพจะซื้อทีต้องคำนึงผลที่ตามมา
- ธุรกิจต่างๆ เริ่มปรับตัวรับเทรนด์ Pet-friendly มากขึ้น เช่น คาเฟ่ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า
ค่าใช้จ่ายหมา-แมว ต่างกันตรงไหน?เมื่อก่อนตลาดสัตว์เลี้ยงไทย ประกอบเป็นสัดส่วนสุนัขประมาณ 80% ขณะที่แมวอยู่ราวๆ 17% แต่ปัจจุบันตัวเลขเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด สุนัขลดเหลือเพียง 65% แต่กลายเป็นแมวเพิ่มขึ้นมาเป็น 35% แมวกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่มาแรงมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้ตลาดรวมยังคงโต แม้เศรษฐกิจซบเซา
ซึ่งค่าใช้จ่ายหลักยังคงเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงอยู่ แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือแพมเพิสสำหรับสุนัข รถเข็น เสื้อผ้า และทรายแมว “สุนัข” ยังมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ทั้งอาหาร ยา การอาบน้ำตัดขน เพราะออกไปนอกบ้านบ่อย ขณะที่ “แมว” แม้ไม่ต้องอาบน้ำบ่อย แต่ค่าใช้จ่ายโตขึ้นเพราะทรายแมวและสินค้าเสริมอื่นๆ

จากความรัก สู่การดูแลรักษา
ในด้านของการรักษาก็เช่นกัน เมื่อเราเลี้ยงจนมองว่าเขาเป็นลูก หากเขาป่วยขึ้นมาเราก็อดห่วงไม่ได้ พูดในมุมของคนที่มีลูกเป็นน้องเหมียว หากมีโรงพยาบาลที่จะช่วยรักษาเขาให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะต้องทุ่มแรงกายแรงเงินมากแค่ไหน เจ้าของก็ยอมเช่นเดียวกับการเลือกโรงพยาบาลให้กับลูก การรักษาที่ควบคู่กับความเข้าใจย่อมดีที่สุด
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 31 ยืนยันภาพผู้นำตลาดไทย ด้วยเป้าหมายยกระดับมาตรฐานการรักษาสู่ Smart Hospital ผ่านเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อให้สัตว์เลี้ยงทุกตัวได้รับการดูแลที่ดีที่สุด สัตวแพทย์หญิงกฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่า “ปัจจุบันธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตสูงและมีผู้เล่นใหม่เข้ามาในตลาดจำนวนมาก แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการสร้าง “The Best Outcome” หรือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยง ซึ่งต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ องค์ความรู้ และการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อได้สั่งสมประสบการณ์มานานกว่า 31 ปี และเรามุ่งมั่นที่จะนำนวัตกรรมมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการ โรงพยาบาลได้ยกระดับศูนย์เฉพาะทาง อาทิ ศูนย์โรคตา ศูนย์หัวใจ ศูนย์สมองและระบบประสาท ศูนย์รังสีวินิจฉัย รวมถึงเทคโนโลยีการผ่าตัดสมัยใหม่”

การเติบโตและการขยายสาขา
ปัจจุบันโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อมี 21 สาขา (ไทย 20, โฮจิมินห์ 1) และเตรียมเปิด คลินิกรักษาสัตว์ ธรรมศาสตร์–ทองหล่อ ช่วงปลายปี 2568 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อให้บริการแก่ชุมชนใกล้เคียง ทั้งนี้ยังมีแผนขยายสาขาใหม่ปีละ 1–2 แห่ง เพิ่มสาขาที่โฮจิมินห์เป็นแห่งที่ 2 และตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 1,400 ล้านบาท จากเดิม 1,200–1,300 ล้านบาท โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อตั้งเป้าเติบโต 100% ภายใน 3 ปี และยกระดับสาขาปิ่นเกล้าให้เป็น Smart Pet Hospital เต็มรูปแบบ
เทคโนโลยีและนวัตกรรม
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อพัฒนาแนวคิด Thonglor DATA Driven สร้างแพลตฟอร์มข้อมูลกลาง วิเคราะห์ประวัติสุขภาพ พฤติกรรม และผลการรักษาตลอด 31 ปี เพื่อวางแผนการดูแลเชิงรุกแบบ Personalized Veterinary Care และติดตามสถานะสัตว์ป่วยแบบ real-time พร้อมกันนี้ ได้พัฒนาแนวคิด Smart Hospital ที่เป็นมากกว่าการใช้เทคโนโลยี แต่นำนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มศักยภาพบุคลากร และสร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมแก่ลูกค้า
Synergy for Best Outcome
เพื่อการดูแลสัตว์เลี้ยงให้ครอบคลุมทุกมิติ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อได้ร่วมมือกับพันธมิตรในหลายอุตสาหกรรม เช่น ด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท, ด้านการเงินและประกัน บริษัท บัตรกรุงไทย, บริษัท ทิพยประกันภัย, ด้านการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), ด้านสังคม มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา)

ความท้าทายและโอกาส
แม้จะมีผู้เล่นใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก แต่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อใช้จุดแข็งด้านเครือข่ายสาขาใหญ่ ความเชี่ยวชาญของทีมสัตวแพทย์ และองค์ความรู้เฉพาะทาง สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ทำให้เห็นชัดว่า ในยุคที่เจ้าของทุ่มเททั้งแรงกายและแรงเงิน สินค้าและบริการคุณภาพสูงเพื่อสัตว์เลี้ยงจึงสำคัญกว่าตัวเอง
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในหลายอุตสาหกรรม ตลาดสัตว์เลี้ยงยังเติบโตแข็งแรง ทั้งจากกระแสแมว สัตว์เอ็กโซติก และการที่ธุรกิจไทยก้าวสู่ศูนย์กลางสัตวแพทย์ของอาเซียน สิ่งนี้สะท้อนว่า “สัตว์เลี้ยง” ไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่คือ สมาชิกครอบครัว ที่ผู้คนพร้อมดูแลให้มีคุณภาพชีวิตดีที่สุด