Mandala AI Ecosystem นั้นเป็นหนึ่งในเซอร์วิสของ บริษัท โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์ค จำกัด ที่เปิดขึ้นมาเมื่อ 4 ปีก่อน โดยมี ดร.เอกลักษณ์ ยิ้มวิไล เป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยวางเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเป็นสตาร์ทอัพของไทยที่สามารถขยายองค์กรขึ้นไปเป็นบริษัทระดับโลก
โดยฟังก์ชั่นการทำงาน Mandala AI Ecosystem ถือเป็น Social Listening Tools หรือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูลการพูดคุยของผู้บริโภคบนโลก Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter และ YouTube แต่หัวใจสำคัญที่ทำให้ Mandala AI Ecosystem แตกต่างจาก Social Listening อื่นๆ ก็คือการนำเอา AI เข้ามาเป็นเครื่องมือในการกลั่นกรองข้อมูล บวกกับประสบการณ์ของนักวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งทำให้มีความแม่นยำสูง
Roadmap การแจ้งเกิดของ Mandala AI Ecosystem จึงมีอะไรที่น่าสนใจหลายด้าน
ดร.เอกลักษณ์ อธิบายว่า โลกธุรกิจในปัจจุบัน คำว่าธุรกิจกับคอนเทนต์นั้นไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เหตุผลมาจากการได้รับความนิยมของ Social Media ผลที่ตามมาก็คือในทุกแพลตฟอร์มจะมีข้อมูลข่าวสารอัพเดทเพิ่มเข้าไปตลอด 24 ชั่วโมง จน Overload เป็นเหตุผลว่าทำไมต้องนำเอาระบบ AI เข้ามาเพื่อแปลงข้อมูลมหาศาลให้ตรงกับที่คนต้องการ AI สามารถเข้ามาช่วยตรงนี้ได้ ยุค AI ได้มาถึงแล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้อง Rebranding จาก Mandala มาเป็น Mandala AI Ecosystem เมื่อปีที่แล้ว
“ปัจจุบัน Social Media เข้ามามีบทบาทกับคนในสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต และสมาร์ทโฟนได้ง่ายขึ้น รวมทั้งไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนแปลงไป Social Media นั้น เปรียบเสมือนเป็นสื่อกลางออนไลน์ ที่เชื่อมต่อให้ทุกคนสามารถสื่อสารกันได้อย่างสะดวก ง่ายดาย และรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มสังคมเล็กๆ ไปจนถึงการที่ธุรกิจใช้เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสาร และทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งเสียงของผู้บริโภคหรือข้อมูลบนโลกออนไลน์นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทำให้บริษัทต่างๆ ที่จะนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจำเป็นต้องมีเครื่องมือมาช่วยวิเคราะห์ แยกแยะ และบริหารจัดการข้อมูลเหล่านั้น”

ดร.เอกลักษณ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ยุคของ Big Data เลยจุดสูงสุดมาแล้ว และกำลังเข้าสู่ยุคของ Artificial Intelligence ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจและมีบทบาทอย่างมาก จากความสามารถในการประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยมีการคาดการณ์ว่าการใช้งาน AI ในตลาดทั่วโลกจะเติบโตถึงปีละ 37.3% (ระหว่างปี 2022-2030) และมีโอกาสเข้ามาทำงานแทนคนกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และจะมีตำแหน่งงานเกิดใหม่อีกราว 97 ล้านตำแหน่ง ที่มีศักยภาพทำงานร่วมกับ AI
ดร.เอกลักษณ์ กล่าวว่า โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์คในฐานะผู้พัฒนาเครื่องมือ Mandala Analytics วิเคราะห์ Big Data จำเป็นต้องมี AI เป็นตัวขับเคลื่อน
“AI เป็นบทบาทใหม่ เครื่องมือใหม่ที่ทำให้เราทำงานง่ายขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะพัฒนามาจนถึงจุดที่เทคโนโลยีล้ำเกินมนุษย์แล้ว ตอนนี้เทียบเท่าคนไอคิว 1,600 แล้ว การมาของ AI เลี่ยงไม่ได้ว่ามันจะมีผลกับหลายๆ เรื่อง Big Data, Data Analytic, Data Analytic + AI จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากๆ ในอนาคต เพราะทำให้เรารู้ความต้องการของคอนซูมเมอร์ รับรู้พฤติกรรมของผู้บริโภค AI จะมาแทนเสิร์ช เอนจิ้นในอนาคต”
โดย Mandala AI Ecosystem จะช่วยในการรวบรวม กลั่นกรอง ตลอดจนวิเคราะห์ ประมวลผล และสร้างสรรค์ข้อมูลจาก Big Data บนโลกออนไลน์ โดยมีเป้าหมายในการช่วยให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จาก Social Media Data ได้ (Make Data Accessible for Everyone) ซึ่ง Mandala AI Ecosystem จะมี Engines ที่เป็นหัวใจหลักสำคัญอยู่ 4 ระบบ ได้แก่
1. Seed Engine: ระบบรวบรวมและจัดเก็บ และบริหารจัดการข้อมูล Big Data ที่มีอยู่บน Social Media อาทิ Facebook, Instagram, Twitter, YouTube และอื่นๆ
2. Paradigm Engine: ระบบ Machine Learning คือการเรียนรู้ชุดข้อมูล Data Processing, Modeling, Classification, และ Predictive Modeling
3. Mandala AI Engine: ระบบวิเคราะห์ กลั่นกรอง และประมวลผลข้อมูล Big Data
4. MandalaGPT: ระบบ AI Deep Learning หรือการเรียนรู้ข้อมูล Big Data เชิงลึกเพื่อให้ AI สามารถพัฒนาตัวเอง คัดเลือกข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง หรือสร้างสรรค์ข้อมูลได้เองจากชุดข้อมูลที่กำหนด
ซึ่งข้อมูลที่อยู่ในระบบ Mandala AI Ecosystem เป็นข้อมูลที่ได้รับการรับรองจาก Meta (Facebook, Instagram, WhatsApp), Google and YouTube, Twitter, Pantip และ Reddit ซึ่งระบบของบริษัทฯ มีข้อมูลมากกว่า 20 พันล้านเซ็ต และสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลได้มากกว่า 100 ล้าน Mentions ต่อวัน

เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์ค ได้มีการพัฒนา Mandala AI ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการแบบครบวงจรที่มีทั้งระบบ Social Listening & Monitoring, Data Analytics, CRM, CPD Platform และอื่นๆ ซึ่งเป็น Software as a Services (SaaS) หรือการพัฒนา Paradigm Engine ในฐานะ Platform as a Service (PaaS) ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเทรนโมเดล Al ได้เอง
ดร.เอกลักษณ์ กล่าวว่า 6 เซอร์วิสสำคัญของ Mandala Al Solutions นั้นประกอบด้วย
1. Mandala Al SaaS Ecosystem
2. Galaxy Insights Consumer & Industry
3. Mandala Al PaaS
4. Custom Enterprise Solutions
5. Influencer Management
6. IOT Solutions
สำหรับแผนดำเนินงานของบริษัทในปี 2566 ตั้งเป้ารายได้เติบโตอยู่ที่ 200% จากปีก่อน มีแผนขยายตลาดในกลุ่มของ SaaS Products ได้แก่ Mandala Cosmos แพลตฟอร์มที่ใช้ในการติดตามเทรนด์ในโซเชียลมีเดีย และ Mandala Analytics แพลตฟอร์มที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียเชิงลึก ในตลาดประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ และกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาสเปน และจะเน้นทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อให้นักลงทุนมีความสนใจมากขึ้น

“โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์คมีแผนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Mandala Cosmos และ Mandala Analytics ให้เป็น All-in-One Platform ซึ่งจะมีฟีเจอร์ที่ช่วยในการบริหารจัดการโซเชียลมีเดีย (Social Media Management) เช่น In-platform Reply, การติดแท็กจัดหมวดหมู่อัตโนมัติ และการแจ้งเตือน (Auto Tagging and notification) เพื่อช่วยบริหารจัดการข้อมูลที่ต้องมอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมการแจ้งเตือนหากมีเหตุการณ์วิกฤตผ่านอีเมลหรือไลน์ได้
รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Mandala AI Custom Enterprise Solutions หรือการออกแบบแพลตฟอร์มเฉพาะสำหรับลูกค้าระดับองค์กร หน่วยงานภาครัฐ หรือธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งมีมูลค่าโครงการเริ่มต้นที่ 6 ล้านบาทต่อปี รวมถึงเตรียมแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ Galaxy Insights ที่เจาะลึกข้อมูลเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มธุรกิจความงามและเครื่องสำอาง กลุ่มธุรกิจอาหาร เป็นต้น ในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง”
มาถึงเรื่องเป้าหมายทางธุรกิจ ดร.เอกลักษณ์ อธิบายว่า หนึ่งในเป้าหมายสูงสุดของบริษัท คือการทำให้ ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นไทยหรือต่างประเทศ แม้ว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของ Mandala จะเป็นกลุ่มลูกค้านักธุรกิจ, แบรนด์เอเจนซี่, นักการตลาด, ทีมขาย, คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และหน่วยงานภาครัฐ แต่ทางบริษัทก็ยังให้ความสำคัญกลับกลุ่ม SMEs ที่เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยด้วยเช่นกัน
เพื่อให้กลุ่ม SMEs มีโอกาสได้เข้าถึงเทคโนโลยี ทางบริษัทได้มีการจัดแพ็กเกจที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้ใช้งาน คือ Starter Package ที่เริ่มต้นที่ประมาณ 525 บาท (15 เหรียญสหรัฐ) ต่อเดือน ไปจนถึงระดับ Enterprise Package ที่เริ่มต้นประมาณ 35,000 บาท (999 เหรียญสหรัฐ) ต่อเดือน
“เราเพิ่งได้รับทุนมูลค่า 4.3 ล้านเหรียญเข้ามาเมื่อเดือนเมษายน 2023 ตอนนี้เรามีพนักงานประมาณ 70 คน ครึ่งหนึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์ เป้าหมายของบริษัทต้องมีกำไร และต้องเติบโตอย่างยั่งยืน โดยขยายธุรกิจไปทั่วโลก เราคาดว่าใน 2025 Mandala AI น่าจะติดท็อปเทนของโลก ในเรื่องการเช่าซอฟต์แวร์ และเป็นยูนิคอร์น โดยมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย SET 50 และ Nasdaq”
