เป็นเรื่องธรรมดาของการทำธุรกิจที่มีสำเร็จ มีผิดหวัง เมื่อผู้ประกอบการต้องเผชิญกับปัญหา ลูกค้าน้อยลงทำให้ขาดรายได้ ส่งผลให้ธุรกิจต้องปิดกิจการ โดยในปีนี้มีธุรกิจที่ตัดสินใจปิดตัวไปหลายเจ้าด้วยกันBrandAge Online ได้รวบรวมมาให้แล้ว ซึ่งเป็นธุรกิจที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ดังนี้

JD CENTRAL
ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซร่วมทุนระหว่าง JD.com และ กลุ่มเซ็นทรัล ประกาศปิดกิจการในไทย หลังจากเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2561 มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 จากปัญหาขาดทุนสะสมทุกปี โดยในปี 2565 มีรายได้ 9,058 ล้านบาท ขาดทุน 2,134 ล้านบาท
Baskin Robbins
บริหารโดยบริษัท โกลเด้น สกู๊ป จำกัด ดำเนินกิจการในไทย 27 ปี ประกาศปิดกิจการเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 จากปัญหาขาดทุนสะสม โดยในปี 2565 มีรายได้ 76 ล้านบาท ขาดทุน 2 ล้านบาท
Squeeze by Tipco
บริหารโดยบริษัท ทิปโก้ รีเทล จำกัด ดำเนินกิจการในไทย 20 ปี ประกาศปิดกิจการเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 จากปัญหาขาดทุนสะสม โดยในปี 2565 มีรายได้ 75 ล้านบาท ขาดทุน 56 ล้านบาท
Farm Design
บริหารโดยบริษัท เอส คอมพานี (1993) จำกัด ในเครือบุญรอดฯ ดำเนินกิจการในไทย 14 ปี ประกาศปิดกิจการเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 จากปัญหาขาดทุนสะสม โดยในปี 2565 มีรายได้ 90 ล้านบาท ขาดทุน 12 ล้านบาท
Esso
บริหารโดยบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ดำเนินกิจการในไทย 129 ปี ได้เริ่มทยอยเปลี่ยนปรับโฉม 700 ปั๊มเป็นบางจาก ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา เหตุจากบางจาก ปิดดีลซื้อเอสโซ่ มูลค่า 5.55 หมื่นล้านบาท
family mart
หลังสัญญาแฟรนไชส์กับบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC สิ้นสุดไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนร้านสาขาเดิมทั้งหมดจะทยอยเปลี่ยนชื่อเป็น Tops Daily
แฟรี่แลนด์
ประกาศปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในสิ้นเดือนสิงหาคม 2566 ของห้างแฟรี่แลนด์ ห้างเก่าแก่ที่อยู่คู่กับจังหวัดนครสวรรค์มาตั้งแต่ปี 2530 หรือ 36 ปีที่แล้ว บนพื้นที่ 30,000 ตารางเมตร
WeloveShopping
บริหารโดยบริษัท เอสเซนด์ คอมเมิร์ช จำกัด ได้ประกาศหยุดให้บริการทั้งหมด 31 ส.ค. 2566 แม้ผลประกอบการปีล่าสุดจะมีกลับมาทำกำไรได้ 57 ล้านบาท หลังขาดทุนต่อเนื่องหลายปี