BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,108
VIEWS

ปรับเกมอย่างไร เมื่อห้างสรรพสินค้ากำลังถูกท้าทาย จากการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การช้อปของลูกค้า

ม.ค. 03, 2567 R.Somboon
บทบาทของดีพาร์ตเมนต์สโตร์หรือห้างสรรพสินค้าต่อตลาดค้าปลีกของบ้านเรามีมาอย่างยาวนาน ในฐานะของการ เป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มีสินค้าเป็นจำนวนมากไว้บริการลูกค้า โดยจะมีการจัดหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสินค้าที่มีแบรนด์เนมหรือเป็นที่รู้จักพร้อมกับมีพนักงานขายเป็นผู้ให้บริการ ห้างสรรพสินค้าจึงเหมือนกับการนำเอาร้านค้าเฉพาะอย่างหลายๆ ร้านเข้ามารวมกันไว้ในที่เดียว
 
ไม่เพียงแค่นั้น ในอดีตห้างสรรพสินค้ายังมีการรวมเอาซูเปอร์มาร์เก็ตเข้าไปเป็นส่วนที่รวมอยู่ในห้าง โดยซูเปอร์มาร์เก็ต จะเป็นแผนกที่ทำกำไรได้ค่อนข้างน้อย แต่จะเป็นตัวดึงลูกค้าเข้ามาในห้างก่อนที่จะถูก “ป้ายยา” จากรายการโปรโมชั่นต่างๆ ที่แผนกดีพาร์ทเมนต์สโตร์จัดขึ้น จนเกิดการต่อยอดไปสู่การซื้อสินค้าอื่นๆ อาทิ เสื้อผ้า หรือสินค้าเพื่อความงาม เป็นต้น
 
ทำให้ในช่วงเวลานั้น การจัดเลย์เอาท์ของห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่จะวางให้แผนกซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในชั้นบนๆ เพื่อ ให้ลูกค้าเดินผ่านแผนกสินค้าต่างๆ ก่อนที่จะถึงซูเปอร์มาร์เก็ต
 
แต่หลังจากในราวๆ ปี 2537 – 2538 ค้าปลีกบ้านเราเริ่มมีการแบ่งเซ็กเม้นต์อย่างชัดเจน และเกิดร้านค้าปลีกในเซ็กเม้นต์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ขายของถูกทุกวัน หรือร้านแนวสเปเชียลลิตี้สโตร์ อย่างสินค้าสุขภาพและความงาม รวมถึงร้านที่เป็น Category Killer ที่ขายสินค้ากลุ่มเดียวกันในราคาถูก อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง หรือกีฬา
 
เป็นการปรับเปลี่ยนตามไลฟ์สไตล์การช้อปของลูกค้าที่มุ่งมาซื้อสินค้าจากร้านเฉพาะอย่างมากขึ้น รวมถึงเรื่องการบริหารจัดการของค้าปลีกเองที่ต้องการแยกกลุ่มสินค้าต่างๆ ออกมาบริหารจัดการของผู้ค้าปลีกเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสต๊อกสินค้า
 
จึงทำให้แผนกสินค้าหลายๆ ตัวถูกแยกออกมาเปิดเป็นร้านต่างหาก รวมถึงแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ก็มีบางส่วนที่แม้จะแยกออกมาบริหาร แต่ก็ยังรวมอยู่ในห้างสรรพสินค้า
 
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนแรกที่เข้ามาส่งผลต่อค้าปลีกห้างสรรพสินค้าก็คือการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ทำให้ห้างสรรพสินค้ารายเล็กๆ หลายรายต้องล้มหายไปจากตลาดจนเหลือผู้เล่นหลักๆ ที่แบ่งออกมาได้ 3 กลุ่ม
 
กลุ่มเซ็นทรัลที่มีห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และโรบินสันเป็นตัวชูโรง ซึ่งทั้ง 2 ห้างในเครือเซ็นทรัล ต่างก็มีเซ็กเม้นต์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน นั่นคือห้างเซ็นทรัลจะจับกลุ่มลูกค้าระดับบีขึ้นไป ขณะที่โรบินสันจะจับกลุ่มบีลงมา
 
กลุ่มที่ 2 คือเดอะมอลล์ มีห้างเดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน
 
ส่วนกลุ่มสุดท้าย คือห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น เป็นห้างเล็กๆ เช่น ตั้งฮั่วเส็ง พาต้า และกลุ่มห้างภูธร ต่างๆ ที่เหลือผู้เล่นไม่มากรายนัก


สิ่งที่น่าจะเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนของการทำตลาดห้างสรรพสินค้าครั้งใหญ่ น่าจะอยู่ที่การเข้ามาดิสรัปท์ของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ส่งผลกระทบต่อห้างสรรพสินค้าโดยตรง เพราะค้าปลีกออนไลน์ที่เกิดขึ้น ขายสินค้าในกลุ่มที่ใกล้เคียงกันกับห้าง สรรพสินค้า
 
เช่นเดียวกันกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้าที่ต้องการเดินช้อปปิ้งโดยไม่มีการตีเส้นแบ่งระหว่างห้างสรรพสินค้ากับพื้นที่ช้อปปิ้งมอลล์ ทำให้การซื้อสินค้าจากช้อปของแบรนด์โดยตรงมีทิศทางที่เพิ่มมากขึ้น
 
สิ่งเหล่านี้ เป็นที่มาของการปรับเกมการทำตลาดครั้งใหญ่ในช่วง 3 – 4 ปีมานี้ ซึ่งอาจจะเป็นความโชคดีที่ตลาด       ค้าปลีกในบ้านเราโดนผลกระทบจากการเข้ามาดิสรัปท์ของบรรดายักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของโลกช้ากว่าประเทศอื่นๆ จึงมีเวลาในการเรียนรู้และปรับตัวเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น
 
ยิ่งเมื่อเทรนด์ของตลาดค้าปลีกทั่วโลกรวมถึงบ้านเรากำลังพุ่งไปที่ออมนิแชนแนลที่เป็นการ Seamless ช่องทางขายระหว่างออฟไลน์กับออนไลน์ให้มีความกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันก็ยิ่งทำให้สามารถรับมือกับผลกระทบได้
 
เราจึงได้เห็นการปรับตัวของ 2 ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดค้าปลีกที่เป็นห้างสรรพสินค้าอย่างกลุ่มเซ็นทรัล และ           เดอะมอลล์มีการปรับกลยุทธ์การทำตลาดที่มุ่งเน้นไปที่การตอบโจทย์การช้อปแบบออมนิแชนแนล โดยกลุ่มแฟชั่นในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน มากกว่า 50% จะเป็นการขายผ่านช่องทางขายที่เป็นออมนิแชนแนล โดยจะมีการเติมเต็มในเรื่องของการบริการในรูปแบบเข้าไป อย่างการเพิ่มบริการ เพอร์ซันนั่ล ช้อปเปอร์ หรือผู้ช่วยในการช้อปของลูกค้าหรือบริการ Click & Collect ที่ช่วยแก้ Pain Point ให้ลูกค้าที่อยากได้สินค้าทันทีโดยไม่ต้องรอเหมือนการช้อปออนไลน์
 
เช่นเดียวกับเรื่องของการดีไซน์ ที่ปัจจุบันการเปิดห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ ที่ส่วนใหญ่อยู่ในช้อปปิ้งมอลล์จะมีการดีไซน์ให้กลมกลืนกับพื้นที่ในส่วนช้อปปิ้ง มอลล์ เพื่อตอบโจทย์การช้อปปิ้งของลูกค้าที่ไม่ต้องการมีเส้นแบ่งระหว่างห้างกับพื้นที่       ช้อปปิ้งมอลล์เหมือนในอดีต
 
ขณะที่การจัดดิสเพลย์ของแต่ละแผนกมีการเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่จะเน้นรูปแบบของ “Product Centric” ที่เน้นการนำเสนอสินค้าแต่ละ Category เป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน แต่สำหรับในครั้งนี้จะมีการดิสเพลย์โดยนำเรื่องของไลฟ์สไตล์มาเป็นตัวกำหนด อาทิ การจัดเอาสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Dyson ไปจัดเรียงในแผนกสินค้าเพื่อความงามของผู้หญิง เป็นต้น
 
ตัวอย่างที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในการทำตลาดอีกอย่างก็คือการปรับโฉมเดอะมอลล์ สู่คอนเซ็ปต์ไลฟ์สโตร์ที่สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ ที่มีการปรับลดพื้นที่ของดีพาร์ทเมนต์สโตร์ลง 20% แล้วเพิ่มร้านค้าใหม่ๆ เข้าไป โดยผู้บริหารของกลุ่มเดอะมอลล์ คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด  บอกว่า เป็นการปรับกลยุทธ์ตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้าที่นิยมช้อปในดีพาร์ทเมนต์ สโตร์ ลดลง
สิ่งที่น่าสนใจก็คือการปรับในครั้งนี้ มีการเพิ่มร้านค้าใน Category ที่เคยอยู่ในแผนกดีพาร์ทเมนต์ สโตร์ เข้าไปมากขึ้น อาทิ การดึงร้านสุขภาพและความงาม อย่างอีฟแอนด์บอย บิวเทรี่ยม หรือร้านวัตสัน เข้าไป หรืออย่างการดึงซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างร้านดอง ดอง ดองกิ จากญี่ปุ่นเข้ามาเปิด เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีประสบการณ์การ และนิยมเที่ยวญี่ปุ่น
 
“การรีโนเวทสู่ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ เป้าหมายใหญ่อยู่ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโฉมให้ลูกค้ารู้สึกว่า เป็นการเปลี่ยนจริงๆ จึงมีการเติมแมกเน็ตใหม่ๆ เข้ามา ซึ่งในอดีต ร้านอย่างดอง ดอง ดองกิ ที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตจะเข้ามาเปิดคงยาก เพราะเรามีกูร์เมต์ ซูเปอร์มาร์เก็ตของเราเองอยู่แล้ว แต่เมื่อเทรนด์ของผู้บริโภคไปทางนั้น เราจึงต้องกล้าที่จะลุกขึ้นมาปรับโฉมให้มีความใหม่จริงๆ”
 
การปรับบรรยากาศภายในห้างใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นั้น กลายเป็นอีกหนึ่ง แนวทางสำคัญในการปรับตัวเพื่อยังคงทำให้ห้างสรรพสินค้าเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่คนไทยยังเข้ามาใช้บริการ
 
การปรับโฉมของเดอะมอลล์ให้ออกมาในแนวของ “Lifestore” นั้น รูปแบบการนำเสนอในลักษณะดังกล่าวนี้ มาจากไลฟ์สไตล์การช้อปของคนรุ่นใหม่ที่มีภาพของการเดินศูนย์การค้าของคนรุ่นใหม่มันเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง โดยจะออก มาในรูปแบบของการ Blur the Line คือพวกเขาเดินช้อปปิ้งในศูนย์แบบไม่มีเส้นแบ่งระหว่างศูนย์การค้ากับห้างสรรพสินค้าเหมือนในอดีต แต่ต้องการอิสระในการเดินช้อปตามร้านค้าต่างๆ ในศูนย์โดยไม่มีอะไรมาเป็นตัวตีเส้นแบ่ง ระหว่างห้างสรรพ สินค้ากับพื้นที่ที่เป็นช้อปปิ้งพลาซ่าในศูนย์
 
ทั้งนี้ก็เพราะห้างสรรพสินค้าของบ้านเราส่วนใหญ่จะถูกวางไว้เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การค้าแบบแยกไม่ออก แต่ในอดีตที่ผ่านมา มักจะมีเส้นแบ่งอย่างชัดเจนระหว่างพื้นที่ช้อปปิ้งพลาซ่ากับห้างสรรพสินค้า ซึ่งทั้งกลุ่มเดอะมอลล์และเซ็นทรัล เริ่มมีการดีไซน์ห้างสรรพสินค้าออกมาในลักษณะดังกล่าวนี้มากขึ้น เพื่อรับกับพฤติกรรมการเดินศูนย์การค้าที่เปลี่ยนไปของ   คนไทยรุ่นใหม่
 
หัวใจสำคัญของการทำตลาดห้างสรรพสินค้าอีกอย่างก็คือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางที่ต้องเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าให้ได้ การทำ Insights Driven Marketing โดยใช้ดาต้าของลูกค้าเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน จึงสำคัญไม่แพ้การปรับตัวในรูปแบบอื่นๆ
 
ทั้งนี้ก็เพราะการทำ Insights Driven Marketing กับวงการค้าปลีก กลายเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก เพราะเรื่องที่ว่านี้จะเข้ามาทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีก เข้าใจและเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคได้อย่างละเอียดในทุกแง่มุม จึงเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของการทำตลาดค้าปลีกในอนาคต
 
เพราะการทำตลาดค้าปลีกในปัจจุบันไม่ใช่แค่รู้จักว่า ลูกค้าของเราคือใครเท่านั้น แต่ยังต้องรู้ลึกและรู้จริง หากอยากกุมหัวใจของพวกเขาไว้ให้อยู่หมัด  ซึ่งเมื่อมองมาที่ผู้เล่นในตลาดค้าปลีกห้างสรรพสินค้าของบ้านเราที่มีการปรับตัวกันขนานใหญ่ ทำให้พอมองเห็นภาพออกว่าแม้ตลาดค้าปลีกจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่ห้างสรรพสินค้าก็ยังน่าจะคงบทบาทของตัวเองต่อไปได้อีกท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาด.....


กลุ่มเซ็นทรัล ส่งต่อพลังแห่งการให้ เปิดตัว Art Sculpture “HEART FORWARD” การกุศล ระดมทุนปรับปรุงห้องตรวจรักษาผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งมอบกล้องส่องตรวจมะเร็งปากมดลูก ยกระดับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในสตรี พร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมสู่ชาวโคราช

กลุ่มเซ็นทรัล ตอกย้ำผู้นำด้าน ESG ยกระดับ Green Transportation ขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยี สู่เป้าหมาย Net Zero 2050

จาก Omni-channel สู่ On-Life ถอดรหัสตลาดค้าปลีกยุค 5.0 ต้องตอบโจทย์มากกว่าแค่การช้อปปิ้ง

กลุ่มเซ็นทรัลแต่งตั้งประธาน และรองประธาน พร้อมคณะกรรมการชุดใหม่ เสริมแกร่งด้านธรรมาภิบาล และรองรับการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจ

กลุ่มเซ็นทรัล จัดกิจกรรม “Cancer Care Fair” รวมพลังต้านภัยมะเร็ง ในโครงการ Central Group Women Cancer ปีที่ 20

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact