กลุ่มเซ็นทรัล โดย Central Land and Development (CLD) ทุ่มงบกว่า 730 ล้านบาท เปิดตัว 2 โครงการคอมมูนิตี้มอลล์รูปแบบใหม่ ได้แก่ “POP Phuket” ย่านเชิงทะเล และ “Tops Wongamat” ย่านวงศ์อมาตย์ พัทยา เพื่อสร้าง “Lifestyle Ecosystem” รองรับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง นักท่องเที่ยว และ Expat เตรียมเปิดให้บริการภายในปี 2569
CLD หนึ่งในธุรกิจภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล มีบทบาทสำคัญในการบริหารและพัฒนาที่ดินในเครือทั้งหมด โดยปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลมีที่ดินรอการพัฒนากว่า 100 แปลง กระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ
แนวคิดหลักของ CLD คือการมองหา “Best Use” หรือการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสมที่สุด ไม่จำกัดเพียงการสร้างศูนย์การค้า แต่อาจพัฒนาเป็นโรงแรม คอนโดมิเนียม หรือโครงการ Mixed-use ร่วมกับบริษัทในเครือและพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ
ครั้งนี้เช่นกัน กลุ่มเซ็นทรัลใช้กลยุทธ์ “Centrality” ในการพัฒนาโครงการ โดยมองการเป็น “ศูนย์กลาง” ของพื้นที่ มากกว่าการเป็นเพียงจุดชอปปิง แนวคิดสำคัญคือการผสมเสน่ห์แบบ Local เข้ากับประสบการณ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน พร้อมสร้างประโยชน์ร่วมกับชุมชนรอบข้าง ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการใช้ชีวิต

เริ่มจาก “POP Phuket” มูลค่าการลงทุนกว่า 300 ล้านบาท บนพื้นที่โครงการรวม 5,490 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด “Playful Destination” เพื่อรองรับการเติบโตของย่านเชิงทะเล อำเภอถลาง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นทำเลสำคัญของโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีกว่า 20,000 ยูนิต และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 18.8% ต่อปี
แม้จะเผชิญหลายปัจจัยท้าทาย แต่เซ็นทรัลยังมองว่าภูเก็ตเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 14.1 ล้านคนต่อปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวราว 540,000–550,000 ล้านบาทต่อปี โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการคือชาวต่างชาติ 85% และคนท้องถิ่น 15%
พงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ เซ็นทรัล แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ กลุ่มเซ็นทรัล เผยว่า
“ภูเก็ตยังคงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะย่านเชิงทะเลฝั่งตะวันตกที่มีสัดส่วนผู้อยู่อาศัยเป็นชาวต่างชาติ สูงถึง 80% ควบคู่กับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง จึงพัฒนา POP Phuket ให้เป็นมากกว่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่เป็น ‘Life Ecosystem’ ที่เข้ามาเติมเต็มดีมานด์ด้านไดนิ่งและไลฟ์สไตล์ที่มีความเฉพาะตัวสูง” POP Phuket ถูกออกแบบผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก หรือ P-O-P Strategy ได้แก่
- P-Playful Design ดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก POP ART สะท้อนไลฟ์สไตล์ยุคใหม่และบรรยากาศที่สนุก ทันสมัย
- O-Open พื้นที่เปิดกว้าง โปร่ง เดินสบาย และเข้าถึงง่าย
- P-People ให้ “ผู้คน” และ “ชุมชน” เป็นหัวใจ ผ่านพื้นที่ที่เอื้อต่อการพบปะและใช้เวลาร่วมกัน

ภายในโครงการกว่า 60% เป็นโซนอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ตไทย-นานาชาติ นำโดย Tops Fine Food รวมถึงร้านแม่เหล็กอย่าง Aquila, Campus Coffee Roasters และ Spice House เพื่อให้ “อาหาร” กลายเป็นหัวใจหลักในการดึงคนเข้าสู่พื้นที่
อีก 40% เป็นร้านค้าพรีเมียมและบริการด้านไลฟ์สไตล์ เช่น สเปเชียลตี้สโตร์ สปา และความงาม เพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าระดับบน
ด้าน “Tops Wongamat” มูลค่าการลงทุนกว่า 430 ล้านบาท ตั้งอยู่ในย่านวงศ์อมาตย์ พัทยา บนพื้นที่โครงการรวม 4,711 ตารางเมตร พัฒนาภายใต้แนวคิด “Premium Neighborhood Lifestyle Mall” เจาะกลุ่ม Tourist Family และ Local ซึ่งเป็นทำเลที่รายล้อมด้วยโรงแรมระดับ 4-5 ดาว และคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม
จังหวัดชลบุรีถือเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ มีนักท่องเที่ยวราว 19-22 ล้านคนต่อปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวประมาณ 220,000 ล้านบาทต่อปี
พงศ์ ศกุนตนาค กล่าวต่อว่า “โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและโรงแรมเซ็นทารา ซึ่งเล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่จากฐานลูกค้านักท่องเที่ยวคุณภาพสูงของ Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya และ Cosi Pattaya Wong Amat Beach ทำให้ Tops Wongamat เข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยวในย่านนี้ได้ครบมากขึ้น”

โดยตัวโครงการถูกพัฒนาในรูปแบบ Neighborhood Lifestyle Open Mall ชั้นเดียว โดยจัดสรรพื้นที่มากกว่า 80% ให้กับร้านอาหาร คาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านอาหารซึ่งเป็นหัวใจหลักของโครงการ ขณะที่อีก 20% เป็น curated mix ของร้านค้าพรีเมียมและบริการด้านไลฟ์สไตล์
การพัฒนา Small Shopping Mall ในยุคนี้ ไม่ได้แข่งขันกันที่ “ขนาด” แต่แข่งขันกันที่การสร้างตัวเองให้กลายเป็น “ศูนย์กลาง” ของพื้นที่นั้นจริงๆหัวใจสำคัญคือการผสมความแปลกใหม่เข้ากับเสน่ห์แบบ Local อย่างพอดี ขณะเดียวกันก็ต้องคัดสรรร้านค้าและประสบการณ์ให้เหมาะกับบริบทของพื้นที่มากที่สุด
“เพราะการทำ Small Shopping Mall แค่มีที่ดินใครก็ทำได้ แต่จะทำอย่างไรให้มีศักยภาพ มีความยูนีค มีมาร์เก็ตติ้งที่ดี หรือแม้แต่การเลือกร้านค้าให้เหมาะและคุ้มค่ากับพื้นที่ที่มีอยู่ ต้องเลือกให้ดีที่สุดและไม่ชนกัน เพราะเมื่อการแข่งขันมากขึ้น ตลาดก็อาจอิ่มตัวได้” พงศ์ ศกุนตนาค กล่าวทิ้งท้าย