Amazon ยักษ์อีคอมเมิร์ซมีตวามพยายามอย่างมากในการรุกธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม Brick-and-mortar (ร้านค้าทางกายภาพที่มีหน้าร้าน) อย่างต่อเนื่องมาหลายปี เพื่อเอาชนะยักษ์ใหญ่ค้าปลีกแบบดั้งเดิมอื่น อย่าง Kroger, Walmart, Target, Publix แต่ความพยายามเหล่านั้นของ Amazon ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทำให้ Amazon ต้องลดขนาดธุรกิจค้าปลีกประเภท Brick-and-mortar หลายธุรกิจในปีที่แล้ว และยังเลิกธุรกิจค้าปลีกแฟชั่น และโครงการธุรกิจค้าปลีกประเภท Brick-and-mortar ระดับ 5 ดาวด้วย
แต่ Amazon ก็ยังคงดำเนินกิจการ Whole Foods และค่อยๆ ขยายร้านสะดวกซื้อ Amazon Go อย่างช้าๆ ขณะเดียวกันก็ออกใบอนุญาตเทคโนโลยี "Grab and go" ให้กับผู้ค้าปลีกรายอื่น
แต่ถึงแม้ว่า Whole Foods จะเป็นที่รู้จักในระดับชาติ แต่ก็เป็นแบรนด์เฉพาะกลุ่ม (Niche Market) Amazon พยายามขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขึ้น ด้วยค้าปลีกแนวคิด Whole Foods 365 แต่ความพยายามดังกล่าวล้มเหลว และ Amazon ก็ปิดค้าปลีก Brick-and-mortar เหล่านั้นด้วย
ทำให้ Amazon เหลือตัวเลือกร้านขายของชำ (Grocery) คือ Amazon Fresh มีจุดมุ่งหมายเพื่อท้าทายเครือข่ายร้านขายของชำแบบดั้งเดิม เช่น Kroger และ Publix รวมถึง Target และ Walmart's
แต่ Amazon ก็หยุดเพิ่มสาขาร้านขายของชำ Amazon Fresh ชั่วคราว หลังจากที่ได้เคยวางแผนขยายแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ
บริษัทยังได้ชะลอความพยายามอย่างเงียบๆ ในการเสนอทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าซื้อสินค้าของชำแบบ “สั่งแล้วมารับเอง” โดยเปิดดำเนินการ Amazon Fresh Pickup ตั้งแต่ปี 2017 ในทำเลเหมาะสมที่เป็นจุดที่ลูกค้าสามารถรับของชำที่สั่งซื้อทางออนไลน์ หรือบน Amazon.com แต่บริษัทก็ได้ปิดสถานที่รับของชำดังกล่าว 2 แห่งสุดท้ายลงอย่างเงียบๆ เมื่อต้นปี 2022 ตามรายงานของ GeekWire
แม้ว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ที่ Amazon ต้องเผชิญกับการต่อสู้ที่สำคัญหลายเรื่อง แต่หุ้นของ Amazon ก็พุ่งขึ้นถึง 80.9% ในปี 2023 แต่เมื่อเริ่มต้นปี 2024 หุ้นตกลง 4.4% เหลือ 145.24 ดอลลาร์
Cr : The Street