ข้อมูลของยูโรมอนิเตอร์ มีการประมาณการมูลค่าธุรกิจร้านอาหารทั้งปี 2566 ว่า น่าจะอยู่ที่ 4.35 แสนล้านบาท โดยมูลค่าของอาหารประเภท QSR หมวด Heavy Food ที่ประกอบไปด้วย ไก่ทอด เบอร์เกอร์ และพิซซ่าจะอยู่ที่ประมาณ 45,900 ล้านบาท โดยมีไก่ทอดเป็นตลาดที่ใหญ่สุด มีมูลค่า 26,500 ล้านบาท คิดเป็น 57.8% ของกลุ่ม QSR ตามมาด้วยเบอร์เกอร์ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 10,500 ล้านบาท และพิซซ่ามูลค่า 8,900 ล้านบาท
เคเอฟซีเป็นผู้นำในตลาดไก่ทอดที่มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ในมือกว่า 90% โดยไก่ทอดแบรนด์นี้ค่อนข้างจะแข็งแกร่งในแง่ของแบรนด์ที่มี Brand Awareness ของแบรนด์เคเอฟซีสูงถึง 96% นั่นหมายถึงว่า คนไทยเกือบทั้งประเทศรู้จักไก่ทอดแบรนด์นี้ ที่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยมาครบ 40 ปีในปีนี้
แต่เมื่อมองมาที่ Penetration Rate แล้วพบว่า มีตัวเลขอยู่ที่ 76% โดยกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นมาบนจะมีการใช้บริการค่อนข้างถี่เฉลี่ยเดือนละประมาณ 1 ครั้ง ส่วนลูกค้าระดับกลางลงมา ยังมีตัวเลขการใช้บริการค่อนข้างน้อย ความท้าทายในการทำตลาดจึงอยู่ที่จะทำอย่างไร ให้สามารถดึงคนที่มี Awareness ต่อแบรนด์ค่อนข้างดี ให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น
นอกจากในเรื่องของการออกเมนูใหม่ การมีโมเดลหรือแพลตฟอร์มของสาขาที่หลากหลาย รวมถึงการมีโปรโมชั่นที่ดึงดูดแล้ว อีกกลยุทธ์ที่เคเอฟซี ภายใต้การบริหารโดยบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือซีอาร์จี 1 ใน 3 ของผู้ได้สิทธิ์ในการทำตลาดเคเอฟซีในเมืองไทยนำมาใช้ก็คือการขยายสาขาเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นเทียร์ที่ 2 และ 3 อย่างพื้นที่ในอำเภอรองๆ ของต่างจังหวัด

ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส QSR & Western Cuisine ผู้บริหารแบรนด์ เคเอฟซี ภายใต้การบริหารโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือซีอาร์จี บอกกับเราว่า เคเอฟซีเป็นแบรนด์ที่มี Penetration หรือการเข้าถึงลูกค้าได้สูงสุดในบรรดาแบรนด์ร้านอาหาร QSR ที่มีอยู่ในประเทศไทย โดยสิ่งที่เข้ามาช่วยสนับสนุนให้ไก่ทอดแบรนด์นี้สามารถเข้าถึงลูกค้าหน้าใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องก็คือการมีโมเดลสาขาที่ค่อนข้างยืดหยุ่น และสามารถปรับใช้กับการขยายเข้าไปในแต่ละโลเคชั่นได้
โดยเฉพาะกับการขยายสาขาเข้าไปในพื้นที่ของอำเภอรองๆ หรือที่เรียกว่า พื้นที่ในเมืองที่เป็นเทียร์ที่ 2 โดยเฉพาะในส่วนที่รับผิดชอบโดยซีอาร์จี มีการขยายเข้าไปเปิดในปั๊มน้ำมันในระดับอำเภอขนาดไม่ใหญ่นัก อย่างที่ผ่านมาก็มีการเข้าไปเปิดในอำเภอบ้านแพงของจังหวัดนครพนม อำเภอมัญจาคีรี ขอนแก่น อำเภอจอมบึง ราชบุรี และที่ตำบลลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น
ผู้บริหารของซีอาร์จี บอกว่า การขยายสาขาในรูปแบบดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังทำให้ร้านเคเอฟซีกลายเป็นดัชนีวัดความเจริญของอำเภอนั้นๆ ไปแล้ว เหมือนกับก่อนหน้านั้น ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ไม่เพียงเท่านั้น ร้านเคเอฟซียังกลายเป็นจุดนัดพบสำคัญของคนที่อยู่ในอำเภอนั้นๆ ไปแล้ว

ล่าสุด เคเอฟซีมีสาขารวม 1,060 สาขา จาก 3 ผู้ได้สิทธิ์แฟรนไชส์ คือซีอาร์จี คิวเอสอาร์ ออฟ เอเซีย เครือไทยเบฟ และเรสเทอรองส์ ดีเวลลอปเม้นท์ โดยซีอาร์จีมีสาขา 335 สาขาในสิ้นปี 2566 ส่วนในปี 2567 นี้จะเปิดเพิ่มอีก 15 – 20 สาขา ผ่าน 4 โมเดลหลัก
ไล่ตั้งแต่รูปแบบสาขาในช้อปปิ้งมอลล์ที่ส่วนใหญ่จะขยายไปกับศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป คือโรบินสัน และเซ็นทรัล และไฮเปอร์มาร์เก็ต ซีอาร์จีมีสาขาในโมเดลรูปแบบนี้ 200 สาขา โมเดลไดรฟ์ทรู 20 สาขา โมเดลช็อปเฮ้าส์ เปิดสาขาในอาคารพาณิชย์ หรือตึกแถวย่านชุมชน และอื่นๆ 5 สาขาและที่เหลือเป็น โมเดลสาขาในสถานีบริการน้ำมันรูปแบบสาขา โดยรูปแบบของสาขาแต่ละโมเดล จะตอบโจทย์ Occasion ในการบริโภคที่แตกต่างกันออกไป อาทิ สาขาที่เปิดในมอลล์จะตอบโจทย์การใช้บริการแบบนั่งทานในร้านหรือ Dine in สาขาที่เป็นช้อปส์ เฮ้าส์ จะตอบโจทย์ดิลิเวอรี่ เป็นต้น
ส่วนสาขาในอำเภอรองๆ นั้น ซีอาร์จีจะมีอยู่ประมาณ 10% ของสาขาทั้งหมด และในปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 7 – 8 สาขา โดยสาขาที่เข้าไปเปิดในอำเภอรองๆ นั้นจะมีทั้งที่เป็นโมเดลที่เปิดในปั๊มน้ำมัน และการเข้าไปเปิดกับโลตัส โกเฟรช ซึ่งเป็นโมเดลซูเปอร์มาร์เก็ตของโลตัสที่เปิดเข้าไปในระดับอำเภอ

ผู้บริหารของซีอาร์จี บอกว่า การเลือกว่าจะเข้าไปเปิดในพื้นที่ไหนจะดูตัวเลขประชากร การเติบโตของรายได้ ตลอด จนภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่นั้นๆ เป็นหลัก โดยเขามองว่า QSR ประเภทไก่ทอด เป็นอาหารที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าอาหาร QSR ประเภทอื่นๆ ทั้งในแง่ของราคาที่มีราคาเริ่มต้นที่ 59 บาท ซึ่งเป็นราคาในระดับที่ใกล้เคียงกับอาหารประเภทสตรีทฟู้ด และความคุ้นเคยของคนไทยกับการบริโภคอาหารประเภทไก่ทอดที่มีมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพวกเขาไปแล้ว
เขาบอกว่า ซีอาร์จีในฐานะ 1 ใน 3 ของคนได้สิทธิ์แฟรนไชส์ในการทำตลาดในบ้านเรา มองว่า การเพิ่มโอกาสในการดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการนั้นต้องมีการขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งในปัจจุบัน เคเอฟซีภายใต้การบริหารของซีอาร์จี มีการขยายสาขาครอบคลุมแล้ว 72 จังหวัด ถือว่าไปได้เกือบทั่วประเทศแล้ว
การขยายสาขาเข้าไปในเมืองที่เป็นเทียร์ ที่ 2 หรือ 3 จึงเป็นอีกการสร้างโอกาสในการเข้าถึงการใช้บริการของลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยเติมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์เคเอฟซีในฐานะผู้นำตลาด ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดไก่ทอดในภาพรวมที่มีการมองว่า ปีนี้ตัวเลขการเติบโตทั้งของซีอาร์จีและในภาพรวมของตลาดน่าจะออกมาเป็นตัวเลข 2 หลักเหมือนในปีที่ผ่านมา
เป็นอีกการขยับตัวที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว....