SIXT หนึ่งในบริษัทรถเช่ายักษ์ใหญ่ของโลก และหนึ่งในบริษัทเช่ารถที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปมีสาขากว่า 100 ประเทศ จะซื้อรถยนต์มากถึง 250,000 คันจาก Stellantis เพื่อใช้ในบริการรถเช่าในอเมริกาเหนือและยุโรป หลังจากที่เมื่อเดือนธันวาคม 2023 บริษัท SIXT ประกาศเลิกใช้รถยนต์ไฟฟ้า Tesla ในบริการรถเช่า เพราะการลดราคาลงอย่างมากของ Tesla จะตัดราคารถยนต์มือสอง ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญสำหรับบริษัทรถเช่า นอกจากนี้ Tesla ยังมีค่าซ่อมที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน
เหตุผลของ SIXT ในการเลิกใช้รถยนต์ไฟฟ้า Tesla ในบริการรถเช่า เป็นเช่นเดียวกับ Hertz ยักษ์ใหญ่บริการรถเช่าระดับโลกอีกรายที่เลิกใช้รถยนต์ไฟฟ้า Tesla (BrandAge ได้รายงานข่าวไปแล้ว) ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Hertz ได้ประกาศขายรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ประมาณ 20,000 คัน
Hertz เริ่มซื้อรถยนต์ไฟฟ้า Tesla จำนวนมากมาให้บริการรถเช่า ในช่วงที่ราคารถสูงสุด แต่แล้ว Tesla ก็เริ่มลดราคาเพื่อสร้างความต้องการ (Create demand) ซื้อรถ ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้า Tesla จำนวนมากที่ Hertz ซื้อไว้ในช่วงราคาสูง มีมูลค่าทางทรัพย์สินที่ลดลง
ข้อตกลงมูลค่าหลายพันล้านยูโร จะทำให้ Stellantis ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV), รถไฮบริด PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle - รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินที่ใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกับเครื่องยนต์สันดาปภายใน) และรถยนต์ใช้น้ำมัน ให้กับ SIXT โดยเริ่มตั้งแต่ไตรมาสนี้ และจะดำเนินต่อไปในอีก 3 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม SIXT กล่าวว่า ยังคงมีแผนงานที่จะใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากถึง 90% ในยุโรปภายในสิ้นทศวรรษนี้
SIXT กล่าวว่า จะรับมอบรถยนต์แบรนด์ต่าง ๆ ของ Stellantiss ได้แก่ "Alfa Romeo, Chrysler, Citroën, Dodge, DS Automobiles, Fiat, Jeep, Lancia, Opel, Peugeot, Ram, Vauxhall และ Maserati" ซึ่งจะมีรถยนต์หลายประเภทตั้งแต่รถประเภท City Car ไปจนถึง SUV, รถตู้ (Van) และ รถ Truck (รวมถึงรถที่มี 7 และ 9 ที่นั่ง)” เข้าสู่กองยานพาหนะรถเช่า
Konstantin Sixt ซีอีโอร่วมของ SIXT กล่าวว่า "สิ่งนี้ช่วยให้บริษัทสามารถเร่งกลยุทธ์การเติบโตได้ หลังจากบรรลุการเติบโตของรายได้ทั่วโลกเกือบ 20% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2023 เป้าหมายที่สูงส่งนี้มุ่งไปที่ประเทศในยุโรป รวมถึงสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดรถเช่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นตลาดสำหรับการเติบโตที่สำคัญที่สุดของบริษัทเรา”
สำหรับ Stellantis คำสั่งซื้อครั้งใหญ่จาก SIXT เป็นข่าวดีของบริษัท หลังจากเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก จากสาเหตุที่เปลี่ยนการดำเนินงานมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และส่งผลให้มีการเลิกจ้างงานทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป
Stellantis ตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2030 100% ของยอดขายรถยนต์ของ Stellantis ในตลาดยุโรป และ 50% ของยอดขายรถยนต์ของ Stellantis ในตลาดสหรัฐฯ จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (BEV - Battery Electric Vehicles)
Cr : electrek