BMW ทำผลงานเด่น ขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์หรูยอดขายสูงสุด (The world's Best-selling Luxury Automaker) ปี 2023 ขายได้ 2,253,835 คันทั่วโลก เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2022 เป็นสถิติใหม่ แม้มีความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ทั่วโลก รวมถึงปัญหาซัพพลายเชน (Supply Chain Disruption)
ปี 2021 BMW แซง Mercedes-Benz ด้วยการส่งมอบรถหรูทั่วโลกประมาณ 2.5 ล้านคัน ปี 2022 ก็ยังคงรักษาอันดับ 1 ไว้ได้ โดยมียอดส่งมอบเกิน 2.4 ล้านคัน
ปี 2023 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของ BMW เติบโตแข็งแกร่ง อยู่ที่ 330,956 คัน เพิ่มขึ้น 92% จากปี 2023 มีสัดส่วน 14% ของยอดขายทั้งหมด
Frank Weber กรรมการบริหาร BMW AG ผู้รับผิดชอบด้านการพัฒนาให้ความเห็นว่า บริษัทภูมิใจที่ได้สานต่อตําแหน่งผู้นํากลุ่มรถหรู
“ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีกําลังขับเคลื่อนความสําเร็จของเรา และยิ่งรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าอนาคตของ BMW จะเป็นอย่างไรต่อไป"
ปัจจัยความสําเร็จของ BMW ประกอบด้วย
1. การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ EV (Expanding EV lineup) ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 92% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะรถ SUV ซีดาน หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะ i7 และ iX สะท้อนถึงพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ปี 2023 BMW ขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้วยการ Collab กับ Fashion Brand ระดับโลกหลายแบรนด์เพื่อสร้างภาพลักษณ์
2. เน้นตลาดกําลังโต โดยยอดขายในจีน สหรัฐ และตลาดเกิดใหม่อื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ชดเชยการลดลงของตลาดดั้งเดิม
ตลาดจีน ปี 2023 BMW มียอดขายรวม 824,932 คัน เติบโต 4.2% เมื่อเทียบกับ ปี 2022 แม้การเติบโตจะชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่จีนยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุด โดยคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของยอดขายทั่วโลก
ตลาดสหรัฐอเมริกา ยอดขายรวม 395,741 คัน เติบโต 9.4% เมื่อเทียบกับ ปี 2022 เป็นการเติบโตของยอดขายสูงสุดเมื่อเทียบกับทั่วโลก สะท้อนการฟื้นตัวแข็งแกร่งการลดลงของปี 2022
3. การลงทุนต่อเนื่องในเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ ทําให้ BMW นําหน้าคู่แข่ง
ภาพรวม ตลาดรถหรูทั่วโลก ปี 2024 ยังคงมีแนวโน้มเติบโตมั่นคง โดยคาดว่าตลาดจะขยายตัวเฉลี่ย (CAGR) ประมาณ 5.81% ประมาณการมูลค่ารวมของตลาด ในปี 2027 อยู่ที่ 589,940 ล้านดอลลาร์ (20 ล้านล้านบาท)
ที่มา Automobile NewsYahoo News Robb Report