ถ้านับมูลค่าตลาดวัสดุก่อสร้าง ตกแต่ง และซ่อมแซมบ้านผ่านช่องทางขายทั้งโมเดิร์นเทรดละร้านค้าดั้งเดิมแล้ว น่าจะมีตัวเลขสูงถึง 5 แสนล้านบาท แต่หากนับเฉพาะโมเดิร์นเทรด ตามข้อมูลของดูโฮมแล้ว ตลาดที่ขายผ่านร้านวัสดุก่อสร้างโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่จะมีประมาณ 20% โดยมี 5 ผู้เล่นรายใหญ่อยู่ในตลาดนี้ คือโฮมโปร โกลบอลเฮ้าส์ ไทวัสดุ ดูโฮม และเมกา โฮม ซึ่งรายหลังนี้ เป็นของโฮมโปร ที่แตกแบรนด์ของมาทำตลาดให้ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าโครงสร้างไปจนถึงซ่อมแซมและตกแต่ง
เมื่อมองลึกเข้ามาแล้วจะพบว่า มี 2 รายที่เป็นผู้เล่นที่ก่อกำเนิดจากผู้ประกอบการค้าวัสดุก่อสร้างในต่างจังหวัด คือ โกลบอลเฮ้าส์ที่ปัจจุบันมีเอสซีจีเข้ามาถือหุ้น และดูโฮม จากจังหวัดอุบลราชธานี ที่ทรานส์ฟอร์มจากร้าน ศ.อุบลวัสดุ มาสู่ ดูโฮม และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2562
เช่นเดียวกับการเติบโตขึ้นมาในฐานะอันดับ 4 ของดูโฮม ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะหลังนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้สูงถึง 75% เมื่อนับรวมตั้งแต่ปี 2562 โดยสามารถทำยอดขายจาก 17,972 ล้านบาท กำไรสุทธิ 725 ล้านบาทมาแตะที่ 31,530 ล้านบาท สามารถทำกำไรสุทธิ 774 ล้านบาท
ถือเป็นผู้ประกอบการค้าวัสดุก่อสร้างจากต่างจังหวัด ที่เข้ามาค้นพบเส้นทางการเติบโตทางธุรกิจด้วยการทรานส์ฟอร์มตัวเองไปสู่การทำร้านค้าปลีกโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ที่เริ่มมีการเติบโตและมีจุดยืนที่แข็งแกร่งของตัวเองในตลาดนี้
หากย้อนเส้นทางการเติบโตของผู้เล่นรายนี้แล้ว จะพบว่า ดูโฮมมีจุดขายที่สำคัญ คือสินค้าราคาถูก คุณภาพดี และครบครัน นโยบายดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจของ หจก. ศ.อุบลวัสดุ เติบโตอย่างรวดเร็ว และขยับขยายจากห้องแถว 2 คูหา เพิ่มเป็น 10 คูหา ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ซึ่งต่อมาได้จดทะเบียนเป็น “บริษัท อุบลวัสดุ จำกัด” และเริ่มมียอดจำหน่ายเพิ่มสูง ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปี 2534 บริษัท อุบลวัสดุ จำกัด ได้ขยายกิจการและย้ายร้านค้ามาอยู่บนพื้นที่กว่า 37 ไร่ พร้อมเพิ่มความหลากหลายของตัวสินค้าซึ่งมีทั้งกลุ่มเครื่องมือช่าง อุปกรณ์ไฟฟ้า สีและเคมีภัณฑ์ กระเบื้องสุขภัณฑ์ โดยนำเอาระบบบาร์โค้ด และระบบการค้าปลีกสมัยใหม่มาใช้จึงกลายเป็นบริษัทค้าวัสดุก่อสร้างแบบโมเดิร์นเทรดอย่างแท้จริง

ในช่วงปี 2549 ผู้บริหารเจนเนอเรชั่นที่ 2 เริ่มเข้ามาบริหารธุรกิจ เพื่อต่อยอดธุรกิจของครอบครัวให้มั่นคงมากยิ่งขึ้นโดยได้มีการลงทุนในระบบบริหารการจัดการรูปแบบใหม่เข้ามาใช้ และในเวลาเพียง 2 ปีก็สามารถทำให้อุบลวัสดุขยายการดำเนินธุรกิจมาที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเปิดเป็นสาขาร้านค้าที่ 2 บนพื้นที่กว่า 70 ไร่ภายใต้ชื่อ "ดูโฮม ในเครือบริษัท อุบลวัสดุ จำกัด" มหาอาณาจักรวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร
ดูโฮมยังให้ความสำคัญกับการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2553 ดูโฮมได้ขยายเข้ามาเปิดสาขารังสิต คลอง 7 เป็นสาขาที่ 3 บนเนื้อที่กว่า 100,000 ตร.ม. และสินค้ากว่า 200,000 รายการ ขณะนั้นดูโฮมมีจำนวนพนักงานกว่า 2,000 คน จาก 3 สาขารวมกัน และกลายเป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่มีพื้นที่และยอดขายต่อสาขามากที่สุดในประเทศไทยด้วยยอดขายสูงกว่า 8,500 ล้านบาท
ปี 2555 ดูโฮมเปิดสาขาที่ 4 ในจังหวัดขอนแก่น บนพื้นที่ขายมากกว่า 110,000 ตร.ม. เพื่อจำหน่ายสินค้าสำหรับบ้านมากกว่า 200,000 รายการ และในปีถัดมาก็ได้เปิดสาขาที่ใหญ่ที่สุดขึ้นในจังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 125,000 ตร.ม. ปี 2558 เปิดสาขาที่ 6 บนถนนพระราม 2 ด้วยพื้นที่ 98,000 ตร.ม. และสินค้ากว่า 200,000 รายการ และในปี 2559 ได้เปิดสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง ได้แก่ สาขาบางบัวทอง ด้วยเนื้อที่กว่า 90,000 ตร.ม. และสาขาเชียงใหม่ ด้วยพื้นที่ 95,000 ตร.ม. นับเป็นสาขาแรกของตลาดทางภาคเหนือ และเป็นสาขาที่ 8 ของดูโฮม
ปี 2559 ดูโฮมเปิดตัว DoHome Shop Online (www.dohome.co.th) เว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออนไลน์ เพื่อรองรับการเติบโตของผู้ซื้อสินค้าบนอินเทอร์เน็ตที่มากขึ้น และยังมีบริการจัดส่งสินค้าทั่วไทย เพื่อเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจดูโฮมอีกด้วย
ข้ามมาที่ปี 2565 ดูโฮม มีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 5 สาขา ทำให้มีสาขาขนาดใหญ่รวมกัน 21 สาขา ส่วนในปี 2566 มีการเปิดเพิ่มอีก 3 สาขา โดยเปิดเพิ่มในไตรมาส 3 คือสาขาเชียงราย ซึ่งเป็นสาขาที่ 3 ในเขตภาคเหนือ ส่วนอีก 2 สาขาจะอยู่ที่เชียงใหม่และพิษณุโลก

ไม่เพียงแค่ฟอร์แมตสโตร์ที่เป็น “บิ๊กบ็อกซ์” หรือไซส์ใหญ่เท่านั้น แต่ดูโฮมยังมีร้านไซส์เล็กในชื่อ “ดูโฮม ทูโก” ที่มาภายใต้คอนเซ็ปต์คอนวีเนียนสโตร์ของสินค้าตกแต่ง ซ่อมแซมบ้าน โดยเปิดร้านค้าในฟอร์แมตนี้ไปแล้ว 8 สาขา และมีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 6 สาขา
หากย้อนไปดูในเรื่องของการเลือกชื่อแบรนด์ “ดูโฮม” มาใช้ แทนที่จะใช้ชื่อเดิมที่ทำมาตั้งแต่เริ่มต้นคือ “อุบลวัสดุ” นั้น มารวย ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร บริษัท ดูโฮม จำกัด เคยเล่าถึงไอเดียในการสร้างแบรนด์ “ดูโฮม” (DoHome) กับ แบรนด์เอจว่า เนื่องจากเดิมที่ทำธุรกิจในชื่อของ “อุบลวัสดุ” เมื่อเกิดแนวคิดในการขยายสาขาออกนอกพื้นที่ก็ทำให้ติดปัญหาเรื่องชื่อ เพราะอาจไม่เป็นที่ยอมรับเมื่อไปเปิดสาขาที่จังหวัดอื่นๆ เลยตัดสินใจเลือกใช้ชื่อดูโฮม เนื่องจากเป็นชื่อที่สั้น และมีความหมาย ซึ่งคำว่า DO ไม่ได้แปลว่า “ทำ” เพียงอย่างเดียว แต่ยังแทนคำว่า “ดูแลบ้าน” ได้อีกด้วย
ไม่ใช่แค่การเลือกเปลี่ยนชื่อแบรนด์เท่านั้น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกอย่างก็คือ การเลือกนำเอาระบบโมเดิร์นเทรดมาใช้ ซึ่งดูโฮมเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างรายแรกในประเทศไทยที่นำเอาระบบโมเดิร์นเทรดมาใช้ในการทำธุรกิจ เช่น บาร์โค้ด แคชเชียร์ เป็นต้น
ทำให้การเช็กราคา การเช็กสต๊อกเป็นมาตรฐานมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการขยายสาขา และการทำระบบหลังบ้านด้วยระบบ SAP ทำให้การขยายสาขาทำได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่งผลให้การทำงานทุกอย่างเป็นระบบไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนทำงาน แต่เน้นในเรื่องระบบมากขึ้น

นอกจากการให้น้ำหนักกับการขยายสาขาที่เป็น Physical Store แล้ว ในปีนี้ยังจะมีการให้น้ำหนักกับการพัฒนาช่อง ทางขายผ่านออนไลน์มากขึ้น หลังจากที่ทำมาต่อเนื่องตลอด 6 – 7 ปีที่ผ่านมา โดยพัฒนาระบบการช้อปปิ้งออนไลน์บนเว็บ ไซต์ www.dohome.co.th รวมถึงโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Marketplace Facebook, Line OA, Lazada, Shopee เพื่อเพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น อาทิ การเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ บริการจัดส่งถึงบ้าน หรือนัดรับที่สาขา โดยปัจจุบันสินค้าที่จัดจำหน่ายบนเว็บไซต์มีทั้งกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้าง กลุ่มสินค้าซ่อมแซม และกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน
แม้ปัจจุบัน สัดส่วนการขายผ่านช่องทางออนไลน์จะมีแค่ 1% เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ยังซื้อผ่านที่สาขาเป็นหลัก แต่ช่องทางนี้ถือเป็นอีกช่องทางที่ต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกับการเข้ามารองรับเทรนด์ค้าปลีกที่เป็นออมนิแชนแนล ที่จะเข้ามาช่วยทำให้ประสบการณ์ในการซื้อสินค้าสามารถเชื่อมโยงได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ
ขณะเดียวกัน ดูโฮมยังจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบลอยัลตี้ โปรแกรม ที่จะเป็นไฮไลท์ของการแข่งขันในตลาดโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้าง โดยปัจจุบัน ดูโฮมเริ่มมีการเซตระบบดาต้าของลูกค้าที่มีฐานอยู่ประมาณ 2 ล้านราย เพื่อแยกดูตามเซ็กเม้นเตชั่น ตลอดจนพฤติกรรมและความถี่ในการใช้บริการ
ไม่เพียงเท่านั้น ในปีนี้ยังมีการเพิ่มบริการใหม่ๆ ที่เป็นการจัดหาช่างให้กับลูกค้าที่ต้องการซ่อมแซม หรือตกแต่งบ้าน โดยมีบริการโฮมเซอร์วิสครบวงจร ภายใต้แบรนด์ “นายช่าง” ที่เปรียบเสมือนนายช่างใหญ่ผู้มากความรู้และประสบการณ์ บริการติดตั้ง ต่อเติม ซ่อมแซม เช่น ติดตั้งปั๊มซับเมิร์สกับโซล่าร์เซลล์ ออกแบบตกแต่งภายใน บริการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ Built In ออกแบบวางระบบเครื่องปรับอากาศทุกรูปแบบ
อีกทั้งยังมีระบบ HSOS (Home Service Operating System) ในการเชื่อมต่อสถานะการให้บริการระหว่างลูกค้าและช่าง ผ่าน LINE Official ทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการจากทีมงานช่าง ผู้รับเหมาและผู้ให้บริการที่ผ่านการฝึกอบรม ส่งมอบงานบริการที่มีคุณภาพ พร้อมการคัดสรรสินค้าดูโฮมที่เหมาะกับงานในแต่ละรูปแบบ ที่จะช่วยตอบโจทย์ “ครบทุกงานสร้าง…ตัวจริงเรื่องงานช่าง โดยมีช่างที่เป็นพันธมิตรเข้ามาร่วมในบริการนี้แล้วกว่า 300 ราย

อริยา ตั้งมิตรประชา รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการและจัดซื้อ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME เคยพูดไว้ในงานแถลงข่าวของบริษัทเมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า จุดแข็งสำคัญของดูโฮมก็คือการมีสาขาที่อยู่ในทำเลที่ตั้งที่ดี มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ และโดดเด่น ขณะเดียวกันก็มีสินค้าค่อนข้างหลากหลาย โดยในส่วนของพื้นที่ค้าปลีกที่ครอบคลุมแต่สินค้าตกแต่งและซ่อมแซมบ้านมีสินค้าเกิน 20,000 ตร.ม. ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ในส่วนของคลังสินค้าที่เป็นสินค้า คอนสตรัคชั่นกว่า 40,000 ตร.ม. มีสินค้าในหลักแสนเอสเคยู
การมีสินค้าที่ค่อนข้างหลากหลายทำให้สามารถรองรับลูกค้าได้ตั้งแต่ผู้รับเหมา ช่าง เจ้าของบ้าน ไปจนถึงร้านค้าช่วงที่รับสินค้าไปขายต่อ โดยมีสัดส่วนของลูกค้า 40% เป็นกลุ่มคนสร้างบ้าน ผู้รับเหมาโครงการ 30% เป็นกลุ่มคนซ่อมบ้าน นายช่างรับจ้างซ่อมแซมบ้าน และ 30% คือกลุ่มคนรักบ้าน เจ้าของบ้านซ่อมเอง/ซื้อเอง หรือตกแต่งบ้าน
“เราให้ความสำคัญกับเรื่องของความหลากหลายทั้งสินค้าและบริการ ที่เป็น Core Value ที่ดูโฮม ส่งมอบให้กับลูกค้า ขณะเดียวกันการอยู่ในตลาดนี้มาครบ 40 ปีเต็มในปีนี้ ทำให้เรามีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างซัพพลายเออร์ที่ทำตลาดร่วมกันและสนับสนุนกันมานาน รวมถึงฐานลูกค้าเก่าในมือ โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับเหมาโครงการของรัฐที่ถือเป็นลูกค้าเก่าแก่ที่เข้ามามีส่วนต่อการสร้างการเติบโตของยอดขายที่มั่นคงให้กับดูโฮมมาตลอดในช่วงหลายปีมานี้”
อริยา เสริมอีกว่า เมื่อมองมาที่ตลาดนี้พบว่า โอกาสการเติบโตยังมีอีกค่อนข้างมาก เพราะสัดส่วนของผู้เล่นที่เป็นค้าปลีกโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างที่มีรายใหญ่อยู่ 5 ราย ยังมีค่อนข้างน้อย โอกาสของการเติบโตจึงน่าจะอยู่ที่การลงทุนขยายสาขาเพิ่มขึ้น ซึ่งดูโฮมยังคงเดินหน้าลงทุนขยายสาขาเข้าไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเข้าไปเปิดสาขาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้จะเป็นตัวช่วยเสริมให้การรุกตลาดของดูโฮม ที่มีเป้าหมายในการขยับจากการเป็นเบอร์ 4 ขึ้นมาเป็นเบอร์ 3 ของตลาดในอนาคตอันใกล้นี้....