นี่สิที่ต้องเรียกว่า ‘ซอฟต์เพาเวอร์’ ที่แท้ทรู กับหนุ่มๆ คู่จิ้นซีรีส์วายที่กลายมาเป็นตัวผลักดันให้ตลาดลักชัวรี่ของไทยเติบโต โดย Bloomberg คาดการณ์ว่าตลาดสินค้าลักชัวรี่ของประเทศไทยจะขยายตัวด้วยอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ที่ร้อยละ 5.62 จากประมาณ 4.64 พันล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2571 ในขณะที่สิงคโปร์นั้นมีมูลค่า 4.06 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566 และคาดว่าจะโตเพียง 3.49% ระหว่างปี2566-2571
แต่ถึงอย่างนั้นตลาดสิงคโปร์กับไทยก็มีความแตกต่างกัน เพราะสิงคโปร์จะเด่นที่เครื่องประดับและนาฬิกาหรู และกำลังซื้อมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ของไทยนั้นมาจากกำลังซื้อภายในประเทศ โดยเฉพาะเหล่า Gen Z ที่เป็นแฟนคลับของดาราซีรีส์วายที่เป็นตัวแทนของแบรนด์หรูแต่ละแบรนด์ ที่ช่วยเพิ่มยอดขายจนทำให้แบรนด์ระดับโลกหันมามองประเทศไทยมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ เรามี
พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ที่เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับการการแต่งตั้งจาก Balenciagaให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ และล่าสุดในปีที่ผ่านมา Dior ก็แต่งตั้งให้
“มาย
-ภาคภูมิ
” และ “อาโป
-ณัฐวิญญ์
” เป็น House Ambassador ประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ก่อนหน้านั้น อาโป ณัฐวิญญ์ ไปร่วมงานแฟชั่นโชว์ของดิออร์ที่มุมไบ และสามารถสร้างมูลค่าทางสื่อได้ถึง 47 ล้านบาท และเมื่อทั้ง2 คนได้รับการโปรโมทเป็น House Ambassador ประจำประเทศไทยแล้ว ล่าสุดทั้งคู่บินไปร่วมมงานแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่น Spring-Summer 24 ของดิออร์ที่ปารีส และยังสามารถสร้างมูลค่าทางสื่อร่วมกันได้ถึง 628 ล้านบาทเลยทีเดียว
ไม่ใช่แค่มายกับอาโปเท่านั้น อีกหนึ่งคู่จิ้นจากซีรีส์วายอย่าง วิน เมธวิน ก็ยังเป็นนักแสดงไทยคนแรกที่ถูกแต่งตั้งให้เป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Prada และสามารถสร้างยอดมูลค่าทางสื่อได้สุดสูงถึง 942ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ในช่วง Milan Men's Fashion Week หรือ หนุ่มไบร์ท วชิรวิชญ์ คู่จิ้นของวินจากเรื่อง 2gether ก็เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกตอนใต้คนแรกของ Burberry และในซีซั่นล่าสุด London Fashion Week Spring/Summer 2024 ก็สามารถสร้างมูลค่าทางสื่อได้ถึง 76 ล้านบาท จากการไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ที่ลอนดอน
นี่เองที่เป็นสาเหตุที่ทำให้แบรนด์ลักชัวรี่ระดับโลกหันมามองตลาดในไทยและใช้ดาราคู่จิ้นซีรีส์วายไทยในการสร้างยอด ขาย เพราะนอกจากนี้ยังมี “
เจมี
ไนน์ - นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์” และ “
โฟร์ท - ณัฐวรรธ
น์ จิโรช
น์ธิกุล” ที่ได้บินไปร่วมแฟชั่นโชว์ของ Zegna ที่มิลาน
มิว ศุภศิษฏ์ และ
ตุลย์ ภากร ก็ไปร่วมงานนิวยอร์กแฟชั่นวีคในโชว์ของแบรนด์ Michael Kors นอกจากนี้ก็ยังมี
เต ตะวัน ที่ไปร่วมชมโชว์ของแบรนด์ Loewe และ
ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน กับ
ปอนด์ ณราวิชญ์ ที่ไปร่วมชมโชว์ของ Tommy Hilfiger ที่นิวยอร์กแฟชั่นวีคเช่นเดียวกัน
ทั้งมูลค่าสื่อและการเติบโตของตลาดลักชัวรี่ที่ปังขนาดนี้ เรียกได้ว่าอนาคตวงการซีรีส์วายน่าจะสดใสไปอีกยาวๆ สมเป็นอีกหนึ่งซอฟต์เพาเวอร์ที่แท้จริง
อ้างอิง https://www.bloomberg.com/news/articles/2024-01-31/gen-z-millennials-are-doom-spending-to-cope-with-economic-uncertainty?srnd=wealth https://jingdaily.com/posts/could-thailand-become-a-top-of-mind-luxury-shopping-destination https://hommesthailand.com/2024/02/bright-the-top-30-influencers-london-fashion-week/