กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของบาห์เรน (Bahrain's Sovereign Wealth Fund) เตรียมบริหาร McLaren เต็มตัว ทั้ง McLaren Automotive และทีม Formula One ผ่านข้อตกลงการเพิ่มทุน (Recapitalization) โดยมีแผนปรับโครงสร้างและ กระบวนการกํากับดูแล การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้ถือเป็นช่วงสําคัญ ภายใต้การตั้งเป้าสู่ความสําเร็จในอนาคตทั้ง อุตสาหกรรมยานยนต์และการแข่งรถ
McLaren Group เป็นผู้ผลิตยานยนต์หรูของอังกฤษ ปี 2023 รายได้รวมอยู่ที่ 627 ล้านปอนด์ รายได้มาจาก 3 ส่วน คือ Automotive (ซูเปอร์คาร์) Racing (รถแข่ง F1) และ Applied Technology สัดส่วน 49% 51% และ 3% ตามลำดับ
1. Automative หรือ Road Car Sales บริษัทเป็นผู้นำตลาด High Performance Supercars ส่วนใหญ่มาจาก McLaren GT McLaren Artura และ McLaren 750S ฯลฯ ยอดขายอยู่ที่ 268 ล้านปอนด์
2. Racing รายได้อยู่ที่ 343 ล้านปอนด์ มาจากหลายทาง ได้แก่ สปอนเซอร์จากโลโก้บนรถ และเครื่องแบบคนขับ 148.1 ล้านปอนด์ และเงินรางวัลที่ได้จากการจบอันดับสูงใน Constructor's Championship
ทั้งนี้ ธุรกิจ Racing บริหารแบบ Joint Venture ข้อมูลล่าสุดปี 2024 McLaren Group ถือหุ้น 70% ที่เหลือเป็นนักลงทุนอื่นๆ
3. Applied Technologies รายได้จากการเป็นซัพพลายเออร์เครื่องยนต์ให้กับทีมอื่น รายได้ 16.7 ล้านปอนด์
ที่ผ่านมา McLaren มีชื่อเสียงอย่างมากจากทีมรถแข่ง Formula 1 หรือ McLaren Racing ทีมเก่าแก่และประสบ ความสําเร็จมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ F-1 รองจาก Ferrari ทีมเดียว จากการคว้าแชมป์ 183 สนาม แชมป์ ประเภทนักขับ (Drivers' Championships) 12 ครั้ง
McLaren ยังเป็นแชมป์ประเภทผู้สร้าง (Constructors' Championships) 8 ครั้ง ทั้งหมดเกิดขึ้นช่วง 10 ปีหลัง ครั้งล่าสุดคือปี 1998 นักแข่งที่มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของทีม คือ Alain Prost, Ayrton Senna, Mika Hakkinen, James Hunt และ Lewis Hamilton
นอกจาก F-1 McLaren ได้เข้าร่วมการแข่งรถอื่นๆ เช่น IndyCar, Extreme, Esports นอกจากแสดงถึงความเก่งกาจ และความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ ยังทำให้มีส่วนร่วมกับฐานผู้ชมที่กว้างขึ้น ตอบสนองวัตถุประสงค์ของพันธมิตรองค์กรที่แตก ต่าง ยกระดับประสบการณ์รับชมการแข่งรถโดยรวมให้แฟนๆ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตอกย้ำสถานะโดดเด่นและหลากหลาย ของ McLaren ในโลกของมอเตอร์สปอร์ต
อย่างไรก็ตาม ผลงานในสนามแข่งกับนอกสนามแตกต่างกัน ปี 2022 McLaren Group ขาดทุนจากการดําเนินงาน 131.3 ล้านปอนด์ เทียบกับปี 2021 ขาดทุนเพียง 16.9 ล้านปอนด์ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบสำคัญ คือหลังการแพร่ระบาดของ โควิด-19 เป็นต้นมา บริษัทพยายามดิ้นรนหาเงินทุนเพื่อรักษาอนาคต มีการประกาศขายสำนักงานใหญ่จากนั้นใช้วิธีเช่า กลับมา
ปี 2007 Mumtalakat Holding Company ชื่ออย่างเป็นทางการของกองทุนความมั่งคั่งบาห์เรน เข้ามาซื้อหุ้น 30% ใน McLaren จาก Ron Dennis และ Mansour Ojjeh ต่อมา ปี 2021 Saudi Arabia’s Public Investment Fund (PIF) แถลงการณ์เข้ามาลงทุนใน McLaren Group พร้อมอัดฉีดเงินจำนวน 400 ล้านปอนด์
ต้นปี 2023 Mumtalakat ซื้อหุ้น McLaren จาก PIF และ Ares Management สถาบันลงทุนรายใหญ่ในสหรัฐ อเมริกา สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มเป็น 60%
Autocar รายงานความคืบหน้า ระบุว่า เว็ปไซต์ Mumtalakat ขึ้นข้อความว่าเป็นเจ้าของ McLaren เรียบร้อยแล้ว โดยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติบาห์เรนแปลงหุ้นบุริมสิทธิทั้งหมด ซึ่งเดิมอยู่ในงบดุลเป็นหนี้สินให้เป็นหุ้นสามัญ การถือหุ้นใน McLaren Group จาก 60% เพิ่มเป็น 100% รวมถึงเพิ่มสัญญาสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น กรณีบริษัทย่อยทำ IPO ในอนาคต ทั้งนี้การแถลงข่าวไม่ได้ให้ข้อมูลมูลค่าการเพิ่มทุนครั้งนี้แต่อย่างใด
ภายใต้ดีลล่าสุด กองทุนความมั่งคั่งบาห์เรนมีแผนอัดฉีดเงินเพิ่มอีก 80 ล้านปอนด์ให้ McLaren Racing ตอกย้ำ คำมั่นสัญญาสร้างการเติบโตและรักษาสถานะทางการเงินของบริษัท
McLaren ไม่ใช่ผู้ผลิตรถยนต์เพียงรายเดียวที่ได้รับเงินสดจำนวนมากจากตะวันออกกลาง ตัวอย่าง เช่น Lucid สตาร์ทอัพด้านรถยนต์ไฟฟ้าได้รับการสนับสนุนจาก PIF และทีม Formula 1 ของ Aston Martin ก็มีดีลรับเงินสนับสนุน ก้อนใหญ่จาก Aramco บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย
ก่อนหน้านี้ มีข่าวต่อเนื่องว่า McLaren มีแผนเพิ่มจำนวนรถไฮบริดใน Portfolio วางแผนสร้างรถยนต์ไฟฟ้าเต็ม รูปแบบคันแรก รวมถึงโครงการใหญ่ คือ Next-Generation Supercars ทำให้เห็นได้ชัดว่าการดำเนินการตามแผนต้อง ใช้เงินจำนวนมาก โครงสร้างความเป็นเจ้าของใหม่จะช่วยตอกย้ำความมั่นคงทางการเงินของบริษัทในอนาคต
ที่มา jalopnik.com,investor.mclaren.com,statista.com