“ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง” ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดยอดนิยมที่แบรนด์ต่างๆ นำมาใช้เพื่อเล่นกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ซึ่งชุดกลยุทธ์ทางการตลาดในกลุ่มนี้ที่เราคุ้นชิน จะประกอบไปด้วย
1.มูฟวี่มาร์เก็ตติ้ง กลยุทธ์การทำตลาดผ่านหนัง ที่จะมีตั้งแต่การนำมาใช้ผ่านโฆษณา สปอนเซอร์ชิพ ไปจนถึงการทำ Product Placement และการ Tie in เข้าไปอยู่ในบทหนังที่จะทำให้แบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องที่ถ่ายทอดออกมาอย่างกลมกลืน ซึ่งเรามักจะเห็นแบรนด์หรือสินค้าใช้กลยุทธ์นี้กับหนังฟอร์มยักษ์ทั้งหนังไทยและต่างประเทศ
2.มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง เป็นอีกมาร์เก็ตติ้ง แพลตฟอร์ม ยอดนิยมที่ถูกนำมาใช้ในการทำตลาด เนื่องจากถูกมองว่า เรื่องของดนตรีกับคนไทยยังคงมีเสน่ห์กับผู้คนในวงกว้าง โดยรูปแบบของการทำจะมีตั้งแต่การใช้เครื่องมืออย่างโฆษณาผ่านเพลง รวมถึงการนำเพลงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่ทำ ไปจนถึงการทำโปรโมชั่น และการจัดอีเวนท์
3.สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง เป็นกลยุทธ์ที่มี Impact ค่อนข้างแรง เพราะเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มแต่ะละรุ่นได้เป็นอย่างดี เพราะกีฬาคือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของพวกเขา
มีการมองกันว่า ปี 2567 นี้จะเป็นปีที่เราได้เห็นการทำการตลาดผ่านกลยุทธ์ “สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง” กันในวงกว้าง เนื่องจากมีอีเว้นท์หรือทัวร์นาเม้นต์กีฬาใหญ่เกิดขึ้นหลายทัวร์นาเม้นต์ ไล่ตั้งแต่ ยูโร 2024 การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือยูโร 2024 (UEFA European Football Championship 2024) ที่ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นรายการฟุตบอลที่มีทีมชาติชั้นนำที่มีฐานแฟนคลับในบ้านเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเยอรมัน เจ้าภาพ ทีมขวัญใจมหาชนอย่างอังกฤษไปจนถึงสเปน ฮอลแลนด์ ฝรั่งเศส และอิตาลี เป็นต้น
ถัดจากนั้น จะตามมาด้วยวอลเลย์บอล VNL ที่กลายเป็นกีฬายอดนิยมที่มาแรงในบ้านเรา และตามมาด้วยการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทั้ง 3 รายการเป็นรายการใหญ่ ที่แบรนด์ชั้นนำทั้งของไทยและระดับโลกต่างก็ใช้เป็นเวทีในการทำสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เจ้าเก่าอย่างโค้ก อาดิดาส รวมถึงสินค้าที่เล่นกับไลฟ์สไตล์อย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

แน่นอนว่า การทำกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งในปัจจุบันมีการปรับกลยุทธ์และรูปแบบการทำต่างจากอดีตไปค่อนข้างเยอะ โดยเป้าหมายของการทำไม่เพียงแค่การ Brand Visibility หรือการนำแบรนด์ไปปะทะกับกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังมีการมองถึงการใช้กลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง เป็นตัวช่วยสร้าง Engagement โดยเฉพาะกับการสร้าง Brand Talk ที่ทำให้ แบรนด์เข้าไปอยู่ในกระแสของผู้บริโภค ยิ่งเป็นการมัดรวมพลังใจเพื่อเชียร์ทีมหรือนักกีฬาคนใดคนหนึ่งก็ยิ่งทำให้สามารถเข้าไปอยู่ในกระแสของผู้บริโภคได้ แน่นอนว่า ในฐานะแบรนด์ที่เป็นผู้สนับสนับสนุนก็จะได้รับผลพวงดังกล่าวไปด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งยังถูกวางให้เป็นเครื่องมือส่วนหนึ่งในการปูทางไปสู่การสร้าง Brand Love ในระยะยาวอีกด้วย
โดยปกติรูปแบบการใช้กลยุทธ์นี้ จะมีทั้งที่เป็นการใช้เครื่องมืออย่างโฆษณา เข้ามาช่วยสร้าง Awareness การใช้โปรโมชั่น เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย และการเป็น สปอนเซอร์ชิพ เพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ ซึ่งในส่วนหลังนี้กลายเป็นรูปแบบยอดนิยมที่แบรนด์ไทยอย่างเครื่องดื่มเกลือแร่สปอนเซอร์จากค่าย TCP และแบรนด์คาราบาวต่างเลือกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันแบรนด์ให้ก้าวออกไปทำตลาดในต่างประเทศ
คาราบาวเลือกใช้รูปแบบการเป็น “ไตเติล สปอนเซอร์” รายการฟุตบอลลีกคัพของอังกฤษ โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “คาราบาว คัพ” พร้อมกับต่อเนื่องกลยุทธ์นี้มาจะครบ 7 ปีในปีนี้ ซึ่งแนวคิดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านั้นคาราบาวเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ทีมเชลซี และมองว่า มีข้อจำกัดตรงที่การสร้างการรับรู้แบรนด์อาจจะอยู่แค่แฟนคลับทีมเชลซี จึงพลิกกลยุทธ์มาทุ่มเงินเพื่อเป็นไตเติล สปอนเซอร์ การแข่งขันลีกคัพแทน และได้ผลออกมาค่อนข้างดี เพราะสามารถนำแบรนด์เข้าไปในทุกสนาม ยามมีการแข่งขัน
สิ่งที่ตามมาก็คือแบรนด์คาราบาวเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งกลยุทธ์นี้ถูกต่อยอดมาสู่การทำตลาดเบียร์คาราบาว ที่ในช่วงเปิดตัวสินค้า มีการนำสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารแบรนด์
ขณะที่แบรนด์สปอนเซอร์ การเข้าไปเป็นการแข่งขัน “วอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ ลีก 2024 รอบชิงชนะเลิศ กรุงเทพฯ” จะเป็นอีกสปริงบอร์ดสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ออกไปทำความรู้จักกับคนทีมในต่างประเทศ เพราะกีฬาวอลเลย์บอลกลายเป็นกีฬายอดฮิตในหลายประเทศ โดยเฉพาะในแถบบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มแรงส่งในการรุกออกต่างประเทศ ตามยุทธศาสตร์ของ TCP ที่ต้องการนำแบรนด์อื่นๆ นอกเหนือจากเรดบูล หรือกระทิงแดงที่เป็นรู้จัก ออกไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้น
4.เกมมาร์เก็ตติ้ง เป็นชุดกลยุทธ์ที่ถูกใช้ในการเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ค่อนข้างดี ตามความนิยมในการเล่นเกมของพวกเขา โดยการทำจะมีทั้งที่เป็นโฆษณา โปรโมชั่น ไปจนถึงกลยุทธ์ที่เรียกว่า Gamification Marketing ที่เป็นการออกแบบกิจกรรมทางการตลาดให้เหมือนกับเทคนิคการเล่นเกมมีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์ลอยัลตี้ การสร้างการเชื่อมต่อกับแบรนด์ ไปจนถึงการดึงลูกค้ากลับมาซื้อผลิตภัณฑ์และบริการซ้ำ โดยทำให้ลูกค้าหรือคนที่เข้ามามีส่วนรวมในแคมเปญนั้นถูกกระตุ้นให้รู้สึกลุ้น ตื่นเต้น สนุก และท้าทายเหมือนกับตอนกำลังเล่นเกมอยู่
5.อาร์ต &แฟชั่น เป็นอีกชุดกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้ให้เห็นมากขึ้น เนื่องจากสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้ค่อนข้างดี ซึ่งรูปแบบการใช้ที่พบเห็นได้บ่อยก็มีตั้งแต่

1.การนำดีไซน์จากดีไซเนอร์ชื่อดัง หรือการนำความเป็นแฟชั่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำแพ็กเกจจิ้งที่เป็นลิมิเต็ด อิดิชั่น ซึ่งภาพของแพ็กเกจจิ้งในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกใช้แค่การเป็นตัวห่อหุ้มสินค้าเท่านั้น แต่ยังกลายร่างจากการเป็น Silent Salesman หรือเซลส์แมนใบ้ที่เมื่ออยู่บนเชลฟ์แล้วไม่สามารถพูดคุยกับลูกค้าได้มาสู่การเป็นหนึ่งในเครื่องมือในการสร้าง Engagement ที่ค่อนข้างทรงพลัง ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือความสำเร็จของน้ำแร่เพอร์ร่าที่สามารถทะลุขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดน้ำแร่ ด้วยการใช้กลยุทธ์การ Collaborate กับดีไซเนอร์ชื่อดังในการดีไซน์ฉลากบนขวด ซึ่งเพอร์ร่าทำออกมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นจุดขายอย่างหนึ่งของน้ำแร่แบรนด์นี้
2. นอกจากเรื่องของแพ็กเกจจิ้งแล้ว ยังมีเรื่องของการทำเมอร์เชนไดส์ที่เน้นเรื่องของดีไซน์ และการเป็นสินค้าที่ไม่มีในท้องตลาดทั่วไปเป็นลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อสร้างแรงดึงดูดให้กับการนำเรื่องของ “แฟชั่น” เข้ามาสร้างเป็นแพลต ฟอร์มทางการตลาด
3. การสร้างทัชพ้อยท์ที่เชื่อมโยงทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้ามามีส่วนร่วมทำให้เกิดการ Engage ที่สามารถต่อยอดหรือเชื่อมโยงไปสู่สร้าง Brand Equity หรือคุณค่าของตราสินค้า
4. การนำ “อาร์ต &แฟชั่น” เข้ามาช่วยระบายสีสันในช่องทางขาย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดึงคนให้เข้ามาร่วมอยู่ในแคมเปญที่ทำ เป็นการสร้าง Brand Experience ผ่านแฟชั่นที่เป็นเรื่องใหม่ๆ แบบที่ไม่เคยมีให้ทำมาก่อน ซึ่งในส่วนดังกล่าวนี้ จะสามารถเชื่อมโยงจากแค่เรื่องของ Engage ไปสู่การขาย โดยจะมีการผสมผสานเครื่องมือทางการตลาดตัวอื่นๆ เข้าไป อาทิ การทำโปรโมชั่น เพื่อให้สามารถกระตุ้นการตัดสินใจซื้อให้เกิดขึ้นหลังจากที่ดึงคนเข้ามาสู่ช่องทางขายได้แล้ว
ทั้งหมด คือ 5 เครื่องมือที่ถูกนำมาใช้ให้เห็นกันอย่างแพร่หลายในช่วงที่ผ่านมา....