ยุคนี้ธุรกิจที่สามารถชนะใจผู้บริโภคในโลกยุคใหม่ต้องไม่มุ่งแต่แสวงหากำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อมและโลก เพื่อสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่ไปกับการสร้างความร่วมมือ กับพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อขยายผลให้ไปได้ไกล ดังสุภาษิตที่ว่า “เดินคนเดียว อาจเดินได้ไว แต่ถ้าเดินให้ไกล ต้องเดินไปด้วยกัน” ซึ่งโลกเต็มไปด้วยความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล วิกฤตโควิด-19 หรือภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ทำให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือเดินไปด้วยกันจะช่วยให้ไปสู่เป้าหมายสำเร็จได้ดีกว่า
ยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีเปรียบเสมือนอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ ไม่ว่าจะทำอะไรเทคโนโลยีดิจิทัลก็ล้วนเข้ามามีบทบาทแทบทุกมิติดังนั้นหน้าที่ของ AIS ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ต้องทำอย่างไรจึงจะช่วยให้คนไทยเข้าถึงและยกระดับคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน

ด้าน คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท AIS และกลุ่มอินทัช กล่าวว่า “AIS ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างการเข้าถึงดิจิทัลให้กับคนไทยทุกกลุ่ม เพราะเชื่อว่าการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแรงไม่ได้สร้างการเติบโตให้กับภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ศักยภาพของดิจิทัลเทคโนโลยีและนวัตกรรมยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มโอกาสและลดช่องว่างในการแสดงศักยภาพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสต่างๆ รวมทั้งการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน หรือ Digital Inclusion อีกด้วย แต่การทำธุรกิจในปัจจุบัน เราไม่สามารถเติบโตเพียงคนเดียวได้ เพราะนั่นไม่ใช่การเติบโตอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือเพื่อร่วมกันพัฒนา ยิ่งมองภาพรวมในระดับประเทศแล้วนั้น ความร่วมมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อทำให้สังคมไทยเข้มแข็งเติบโตอย่างยั่งยืน จึงทำให้เกิด AIS Academy ที่มาของภารกิจคิดเผื่อของ AIS ที่มุ่งหมายองค์ความรู้มาสู่พี่น้องประชาชน”
ความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (กระทรวง พม.) ที่ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้กับคนไทยทุกคน เพราะตอนนี้ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตประชากรของไทย ทั้งอัตราเด็กเกิดน้อยลง จำนวนวัยแรงงานลดลง ผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น คาดการณ์ว่าปี 2579 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอด คือมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 30% จึงต้องเร่งดำเนินมาตรการต่างๆ เข้ามาครอบคลุมเรื่องการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพ การพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุและคนพิการ เพื่อเป็นกำลังแรงงานให้กับประเทศ

ฝั่ง คุณอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้ข้อมูลว่า “กระทรวง พม. ได้ให้ความสำคัญ และเร่งดำเนินมาตรการต่างๆ ครอบคลุมเรื่องการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพ เพราะการพัฒนาสังคม การสร้างความเป็นธรรมและความเสมอภาคในสังคม รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและความมั่นคงในชีวิต สถาบันครอบครัวและชุมชน นั่นคือหน้าที่ของเรา อนาคตประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอด ยิ่งต้องเร่งพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ เพื่อเป็นกำลังแรงงานให้กับประเทศ รวมถึงการเสริมพลังวัยทำงานโดยจะต้องตั้งตัวได้ เพื่อสามารถสร้างครอบครัว และดูแลสมาชิกในครอบครัวได้
ดังนั้นเพื่อการพัฒนาระบบที่เหมาะสม AIS ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการให้บริการดิจิทัล จึงเป็นอีกหนึ่งความรู้ที่จะให้ประชาชนเพิ่มทักษะความรู้ดิจิทัล ตลอดจนสามารถใช้จุดแข็งด้านดิจิทัลต่อยอดสู่การพัฒนาสังคม มีหลักประกันในการดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมที่มีคุณภาพ”

ทั้ง 2 หน่วยงานได้ดำเนินงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 ผ่านโครงการ “ภารกิจคิดเผื่อ” ไม่ว่าจะเป็น AIS Academy for THAIS, อุ่นใจอาสาพัฒนาชีพ และห้องสมุดดิจิทัล ร่วมสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต แก้วิกฤตประชาชน
โดยล่าสุดได้สานต่อความร่วมมืออีกครั้ง เพื่อตอกย้ำ “ภารกิจคิดเผื่อ” ที่พร้อมเป็นไม้ขีดไฟเล็กๆ จุดประกายความคิดให้เกิดเป็นกองไฟแห่งการทำงานจากทุกภาคส่วนเพื่อประชาชนร่วมกัน สร้างนวัตกรรม ทักษะความรู้ และโอกาสใหม่ๆ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต และแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืน ผ่านแนวทางการทำงาน “4 สร้างอย่างยั่งยืน” ดังนี้
- สร้างนวัตกรรม เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุมีพลังในการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง แม้จะมีอายุที่เพิ่มขึ้น (Active Aging) พร้อมวิถีชีวิตแบบสูงวัยในถิ่นเดิม หรือ Aging in Place รวมไปถึงกลุ่มที่มีภาวะพึ่งพิง อย่างกลุ่มผู้พิการที่จะช่วยให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านร่างกายและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ผ่านโครงการ “JUMP THAILAND HACKATHON 2024” โครงการที่เปิดการแข่งขันให้นิสิต นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เปิดหาไอเดียนวัตกรรมที่จะสามารถพัฒนาเป็นเครื่องมือส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุและคนพิการ อาทิ การลดความเหลื่อมล้ำ การสนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้สามารถแสดงศักยภาพในการดูแลตนเองอย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการแข่งขัน Hackathon ภายใต้โจทย์ “เราจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและคนพิการได้อย่างไร”
- สร้างทักษะ ส่งเสริมในเรื่องของการเพิ่มทักษะความรู้ เพื่อนำไปใช้สำหรับการต่อยอดอาชีพต่าง ๆ ของประชาชน โดยในปีนี้ได้จัดโครงการต่อเนื่อง ดังต่อไปนี้ 1.โครงการ “ภารกิจคิดเผื่อ Train the Trainer” มีวัตถุประสงค์ในการกระจายความรู้ให้ไปถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้การดูแลของกระทรวง พม. ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการจัดฝึกอบรมให้แก่ข้าราชการ และบุคลากรของกระทรวง พม เพื่อนำไปสอนประชาชนต่อในลำดับถัดไป 2.โครงการร้านนวดแผนไทย เป็นโครงการที่ริเริ่มการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนที่กำลังประสบภาวะวิกฤต หรือมีรายได้น้อย และอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวง พม. ได้เข้ามาประกอบอาชีพ ในพื้นที่อาคารสำนักงานเอไอเอส แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายในการใช้พื้นที่ ด้วยความตั้งใจในการเป็น “องค์กรตัวอย่าง” โดยเริ่มที่อาชีพนวดแผนไทยจาก กระทรวง พม ที่รับรองมาตรฐานจากทางกระทรวงสาธารณสุข เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ 3.โครงการ ภารกิจคิดเผื่อ Market place สืบเนื่องจากโครงการ Train the trainer ที่ได้ติดอาวุธให้แก่บุคลากรของกระทรวง พม. นั้น เพื่อสร้างพื้นที่ในการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายภายใต้กระทรวง พม. ได้มากยิ่งขึ้น จึงขยายขอบเขตสู่การนำร้านอาหาร ขนม และเครื่องดื่มของกลุ่มเป้าหมาย มาจำหน่ายให้แก่พนักงานเอไอเอส โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่

- สร้างความรู้ ผ่านการเพิ่มพูนทักษะความรู้ในการดำรงชีวิตในยุคดิจิทัล มุ่งสร้างรากฐานการใช้ชีวิตที่แข็งแรงในทุกมิติ ทั้งเด็ก เยาวชน สตรี และครอบครัว ผ่านโครงการวัคซีนต้านภัย คนไทยแข็งแรง ภายใต้ภารกิจคิดเผื่อ ในแกน “สร้างความรู้ เพื่อครอบครัวเข้มแข็ง” เสริมทักษะความรู้ สำหรับการดำรงชีวิตในยุคปัจจุบัน ในรูปแบบ VDO Clip, Digital Poster เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเด็ก เยาวชนและครอบครัวได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น
- สร้างโอกาส เพิ่มโอกาสให้เด็กและเยาวชนของไทย เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม ทั้งเนื้อหาความรู้ ช่องทาง และอุปกรณ์ ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ผ่านโครงการ ห้องสมุดดิจิทัล ปันความรู้ เพื่อร่วมลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและขยายโอกาสการเข้าถึงความรู้ผ่าน “ห้องสมุดดิจิทัล ปันความรู้” ด้วยแพลตฟอร์ม AIS ReadDi ให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่โรงเรียนห่างไกล ได้แก่ โรงเรียนเพียงหลวง โรงเรียนตะแวนชายแดน รวมทั้ง สถานคุ้มครองและสถานสงเคราะห์โดยเริ่มในเขตภาคเหนือจำนวน 40 โรงเรียน โดยปัจจุบันมี ผู้เข้าใช้งานจำนวน 7,551 คน และโครงการแท็บเล็ตนี้ พี่ให้น้องเรียน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงความรู้และการศึกษา จึงเป็นที่มาของการสนับสนุนในการจัดหาแท็บเล็ต เพื่อเป็นอุปกรณ์ในการเข้าถึงความรู้ต่าง ๆ สำหรับเด็กและเยาวชนในการอุปการะของกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวง พม. โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักในการมอบให้ ได้แก่ เด็กและเยาวชนในสถานรองรับเด็ก สังกัดกองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็ก เยาวชน และครอบครัว ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศจำนวน 31 แห่ง
การดำเนินงานภายใต้ “ภารกิจคิดเผื่อ” สอดคล้องกับ SDGs เป้าหมายที่ 10 คือการลดความไม่เสมอภาคภายในและระหว่างประเทศ (Reduce Inequalities) รวมถึงข้อ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และข้อ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ โดยส่งเสริมการรวมกลุ่มทางสังคม ซึ่งพนักงาน AIS พร้อมจะมีส่วนช่วยลดช่องว่างระหว่างกลุ่มคนต่างๆ ลดความเหลื่อมล้ำ ทางเศรษฐกิจและการเมือง เพื่อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
ดังนั้นการร่วมทำงานครั้งนี้ ถือเป็นการนำจุดแข็งของพนักงานและองค์กรในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาส่งต่อ แบ่งปันในฐานะเครื่องมือ (Solutions) ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม ยกระดับขีดความสามารถประชาชนและสังคม ให้ผ่านพ้นวิกฤตประชากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนำไปสู่การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาของประชาชนให้กลุ่มต่างๆ ได้อย่างแท้จริง
“สุดท้ายนี้ AIS Academy ที่พร้อมจะจุดประกายการรวมพลังเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ลดช่องว่าง ขจัดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการสร้างสังคมแห่งการคิดเผื่อผ่านโครงการและกิจกรรมของ AIS Academy ซึ่งปัจจุบันเข้าถึงคนกว่า 741,000 คน หากได้ไม้ขีดไฟก้านอื่นๆ เปรียบเป็นพันธมิตรองค์กรต่างๆ มาร่วมสนับสนุน เมื่อไม้ขีดไฟมาอยู่รวมหลายๆ ก้าน เหมือนเป็นการส่งต่อพลังจุดประกายไฟให้คนไทยทั่วประเทศเข้าถึงความรู้ โอกาส และต่อยอดอาชีพได้ เพื่อให้เกิดการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งก้าวพ้นจากปัญหาวิกฤตประชากรได้ในท้ายที่สุด” คุณกานติมา กล่าวทิ้งท้าย