องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นตลอดปี 2566 มีจำนวนมากถึง 25,066,100 คน ฟื้นตัว 78.6 % หากเทียบปี 2562 ก่อนเกิดโควิดมีจำนวน 31,882,049 คน
โดยประเทศไทยติดอยู่อันดับ 6 มีจำนวน 995,500 คน เพิ่มขึ้น 402% เทียบกับจำนวน 198,037 คน เมื่อปี 2565 ฟื้นตัวกว่า 75.5% เมื่อเทียบกับเมื่อปี 2562 ก่อนโควิดอยู่ที่ 1,318,977 คน
สอดคล้องกับข้อมูลของ YouTrip (ยูทริป) ผู้ให้บริการดิจิทัลวอลเล็ตรองรับหลายสกุล (Multi-Currency Wallet) ระบุว่า การอ่อนค่าของเงินเยน (JPY) เป็นแรงผลักดันให้ประเทศญี่ปุ่นยังคงครองอันดับ 1 ในการเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทย โดย 1 ใน 3 ของผู้ใช้ YouTrip ที่เดินทางไปต่างประเทศ เลือกเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักอื่นๆ นอกจากเรื่องของค่าเงิน ความสะดวกในการเดินทาง ยังมีเรื่องของวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว อาหารท้องถิ่นแสนอร่อย และแหล่งช้อปปิ้งแบรนด์หรู
จากข้อมูลการใช้จ่ายของผู้ใช้ YouTrip พบว่า การใช้จ่ายเพื่อการช้อปปิ้งสูงเป็นอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนถึง 58% และในหมวดหมู่ประเภทสินค้าของนักท่องเที่ยวที่ไปญี่ปุ่นนิยมซื้อ คือสินค้าแบรนด์หรู ที่กลายเป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นของคนไทย โดยมียอดใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
YouTrip ยังพบว่า พฤติกรรมของผู้ใช้มีการแลกเงินบาท (THB) เป็นเงินเยน (JPY) ผ่านกระเป๋าเงิน JPY ภายในแอป YouTrip เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว การอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินบาท และการล็อคเรทล่วงหน้าง่ายภายในแอป YouTrip ล้วนส่งผลให้ญี่ปุ่นครองแชมป์จุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง

จุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip ประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา YouTrip พบว่า การใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมียอดใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 150% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ หลังจากการฟื้นตัวของสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับการมีจุดหมายปลายทางที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าเพิ่มมากขึ้น ตามข้อตกลงการเดินทางแบบทวิภาคี
“YouTrip มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งการมาร่วมเสวนา YouTrip Travel Trend Insights กับผู้นำในแวดวงอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างเมืองไทยประกันภัย การบินไทย และ Klook ทำให้เข้าใจถึงเทรนด์ล่าสุดและแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวชาวไทย รวมทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นสู่การวางแผนสานต่อความร่วมมือกับผู้เล่นหลักในภาคการท่องเที่ยว เพื่อทำให้ทุกการเดินทางสนุกสนาน ไร้รอยต่อ และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน พร้อมเสริมสร้างศักยภาพให้ทุกคนออกไปสำรวจโลกได้ด้วยความมั่นใจ”
มิเชล โฮ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท Klook ประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์ กล่าวว่า จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของคนไทยส่วนใหญ่จะเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มีอากาศเย็น โดยญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย มีสถานที่ที่ถ่ายรูปสวย และนิยมเที่ยวตามคอนเทนต์รีวิวในโซเชียลมีเดีย
วาสิต ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.เมืองไทยประกันภัย กล่าวเสริมว่า นักท่องเที่ยวไทยยังคงนิยมเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับ 1 เนื่องจากอากาศดี การเดินทางสะดวกสบาย และสถานที่ท่องเที่ยวมีความหลากหลาย โดยหลังโควิด-19 พบว่านักท่องเที่ยวไทยหันมาให้ความสำคัญกับการซื้อประกันเดินทางมากขึ้น นอกจากการคุ้มครองจากประกันพื้นฐานยังมีการเพิ่มเรื่องของการประกันของสูญหาย การยกเลิกเที่ยวบิน หรือกรณีเที่ยวบินล่าช้า รวมถึงภัยธรรมชาติอีกด้วย

ภิรมย์ทิศ ทองแถม ณ อยุธยา หัวหน้ากลุ่มงานการตลาดผลิตภัณฑ์ บมจ. การบินไทย มองว่า หลังจากสถานการณ์โควิด คนไทยเริ่มกลับมาเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยลักษณะการเดินทางท่องเที่ยวเปลี่ยนจากการเดินทางกับบริษัททัวร์ ไปสู่การท่องเที่ยวแบบ FIT (Free Independent Travelers) เป็นการจองตั๋วเพื่อเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง เพราะมีเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยทำให้การจองตั๋ว หรือการท่องเที่ยวด้วยตัวเองทำได้ง่ายยิ่งขึ้น
สำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวประเทศจีนกำลังเป็นดาวรุ่งที่มาแรงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากมีการประกาศข้อตกลงเดินทางปลอดวีซ่าระหว่างไทยและจีนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 โดยเฉพาะในเดือนเมษายน 2567 YouTrip พบว่า มีปริมาณการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้นถึง 466% และจีนกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่นที่คนไทยเดินทางไปมากที่สุด โดยเมืองยอดนิยม ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซินเจิ้น และเฉิงตู
โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์คนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศจีนจำนวนมาก ส่งผลให้มียอดการจองตั๋วผ่านการบินไทยเต็ม 100% ทุกเที่ยวบิน จากปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากนโยบายฟรีวีซ่าไทย-จีน ที่ดึงดูดให้คนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศจีนมากขึ้น ทำให้ยอดจองทำกิจกรรมต่างๆ ในจีนผ่าน Klook เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า
YouTrip ยังทำให้การเดินทางท่องเที่ยวประเทศจีนง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการร่วมกับ Alipay และ WeChat Pay เพิ่มความสะดวกการชำระเงินในประเทศจีน โดยการผูกบัตร YouTrip เข้ากับ Alipay หรือ WeChat Pay สามารถสแกนจ่ายในประเทศจีนได้ทันที ไม่ต้องแลกเงินล่วงหน้า ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียม DCC (Dynamic Currency Conversion)

ปัจจุบัน ยังมองเห็นเทรนด์การเดินทางด้วยตัวเองมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากเทคโนโลยีทำให้การเดินทางง่ายขึ้น ตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบิน และการจองที่พัก รวมถึงการใช้จ่าย โดยการบินไทยมองเห็นความต้องการในจุดนี้ จึงได้พัฒนาระบบการจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ผ่านเว็บไซต์อย่างไร้รอยต่อมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการเดินทางด้วยตัวเอง
จากการที่เทคโนโลยีมาช่วยตอบโจทย์เรื่องการเดินทางให้นักท่องเที่ยวมีความสะดวกสบายในหลากหลายด้าน เป็นแรงผลักดันให้คนหันมาเลือกเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้นแทนการเที่ยวแบบกลุ่มทัวร์ เช่น Google Map ที่ช่วยให้คนเดินทางได้ง่ายขึ้น ในด้านการใช้จ่ายไม่จำเป็นต้องพกเงินสดเพราะมีบริการ Digital Wallet รองรับหลายสกุล นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังมีการคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น ทำให้เห็นความสำคัญในการซื้อประกันการเดินทางเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันยังมองเห็นเทรนด์ของกลุ่มนักท่องเที่ยวมีมีอายุน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่นิยมออกเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และเปิดกว้างกับจุดหมายปลายทางในประเทศใหม่ๆ เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากญี่ปุ่นและจีน
“หลังโควิดนักเดินทางไทยยังมีเทรนด์การท่องเที่ยวแบบล้างแค้นเกิดขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะยังคงดำเนินต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันการเดินทางท่องเที่ยวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต เป็นไลฟ์สไตล์ของคนไทยไปแล้ว โดยพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยได้เปลี่ยนไปจากเดิม และเทรนด์ “ช้อปหรู กินอยู่ประหยัด” เป็นสิ่งที่พบเห็นมากขึ้น จากการเข้ามาของเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้จ่ายมากขึ้น และจุดหมายปลายทางหลักในระยะสั้นและระยะกลางยังคงเป็นประเทศญี่ปุ่น” จุฑาศรี กล่าว
