รายงานฉบับใหม่ของดีลอยท์ในชื่อ Generative AI in Asia Pacific: Young employees lead as employers play catch-up เน้นย้ำถึงบทบาทของบุคลากรรุ่นใหม่ที่เกิดและเติบโตในยุคดิจิทัล มีความเชี่ยวชาญในเรื่องเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า เจนเนอเรชั่น เอไอ (Generation AI) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทในการผลักดันการนำ Generative AI มาใช้ สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ ๆ สำหรับนายจ้างที่จะต้องปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้
รายงานฉบับนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่นายจ้างและผู้กำหนดนโยบายต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยการสำรวจประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวน 11,900 คน พบว่า เจนเนอเรชั่น เอไอ เป็นผู้นำในการนำ Generative AI มาใช้- ซึ่งช่วยลดเวลาในการทำงาน สร้างโอกาสในการพัฒนาทักษะใหม่ ช่วยจัดการภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น 
ประเด็นสำคัญจากรายงาน
- เจนเนอเรชั่น เอไอ เป็นผู้นำ ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นนักเรียนและพนักงาน เป็นผู้นำในการนำ Gen AI มาใช้ แต่คนกลุ่มนี้ มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่เชื่อว่าหัวหน้างานของตนเองรู้ว่าพวกเขาใช้ Gen AI มาช่วยในการทำงาน
- ผลกระทบที่สำคัญ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค Gen AI อาจสร้างผลกระทบที่สำคัญต่อเวลาในการทำงาน ถึง 17% หรือเท่ากับ 1,100 ล้านชั่วโมง ในแต่ละปี
- ลำดับชั้นเทคโนโลยีแบบเดิม อาจถูกผละกระทบ เนื่องจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การนำ Gen AI ไปใช้ในประเทศที่กำลังพัฒนา มีอัตราที่สูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วถึง 30%
- ประโยชน์ต่อพนักงาน ผู้ใช้ Gen AI สามารถประหยัดเวลาได้ประมาณหนึ่งวันต่อสัปดาห์ (6.3 ชั่วโมง) ช่วยให้พนักงานสามารถจัดสรรเวลาเพื่อพัฒนาทักษะใหม่ๆ
- ประหยัดเวลา Gen AI ช่วยลดภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานอย่างยั่งยืนมากขึ้น โดย 41% ของผู้ใช้งานเชื่อว่า Gen AI ช่วยทำให้สมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทํางานของพวกเขาดีขึ้น
- จัดการความเสี่ยง สามในสี่ขององค์ธุรกิจ ยังตามหลังพนักงานของตนเองในแง่ของการนำ Gen AI มาใช้

คริส ลูวิน AI & Data Capability Leader ของ ดีลอยท์ เอเชียแปซิฟิก ให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ว่า "หนึ่งในแง่มุมที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการใช้ Gen AI คือ ทั่วโลกมีการใช้มันในทุกๆที่ กับทุกๆเรื่องสิ่งที่เราได้เจอในช่วงสิบสองเดือนที่ผ่านมาคือ ความท้าทายที่ลูกค้าของเราต้องเผชิญในอินโดนีเซียหรืออินเดียนั้น มีความเกี่ยวข้องกับทีมในอิตาลีและไอร์แลนด์เกือบจะในทันที บทเรียนสําคัญประการหนึ่งคือการนํา AI มาใช้ ไม่ได้ส่งผลให้สูญเสียงานโดยตรง แต่ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับธุรกิจที่ไม่สามารถปรับตัว พนักงานของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่แรงงาน จะถูกดึงดูดไปยังธุรกิจคู่แข่งที่นำเสนอแอปพลิเคชัน AI ที่มีความสามารถออกแบบอนาคตของการทำงานสมัยใหม่ได้"

ชนวนสั้น แรงระเบิดรุนแรง
เพื่อขยายความเกี่ยวกับผลกระทบของ Gen AI ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Deloitte Access Economics ได้วิเคราะห์ 18 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยพิจารณาจากขอบเขตความรุนแรงของผลกระทบจาก Gen AI และระยะเวลาที่อุตสาหกรรมเหล่านั้นจะได้รับผลกระทบ คาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ มูลค่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะเผชิญกับสถาณการณ์ "ชนวนสั้น แรงระเบิดรุนแรง" นั่นคือ ได้รับผลกระทบจาก AI อย่างรวดเร็วและรุนแรง
4 อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ การเงิน ไอซีทีและสื่อ บริการวิชาชีพ และการศึกษา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน เฉลี่ย 1 ใน 5 ของเศรษฐกิจในแต่ละตลาดของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก เนื่องจากบางตลาดมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมบริการมากขึ้น เช่น บริการวิชาชีพ การเงิน และไอซีที ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบสูง นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเหล่านี้ยังเป็นอุตสาหกรรมที่นักเรียนนักศึกษามากกว่า 40% ที่ใช้ gen AI วางแผนที่ จะเริ่มต้น อาชีพ ซึ่งยิ่งส่งผลเร่งให้อัตราการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น