ความพยายามในการขยายฐานตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ “มาม่า OK” ของมาม่า ยังคงมีออกมาอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพรีเมียมนี้ ไม่เพียงจะมีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจเท่านั้น แต่ยังเป็นเซ็กเม้นต์ที่เข้ามาเล่น กับกลุ่ม Gen Z ที่จะเข้ามาช่วยสะท้อนให้ภาพของแบรนด์มาม่ายังคงอยู่ในกระแสของพวกเขาได้เป็นอย่างดี
ล่าสุด เพชร พะเนียงเวทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” ออกมาเปิดเผยว่า มาม่าโอเค (MAMA OK) บะหมี่แห้งกึ่งสำเร็จรูปออเรียนทัลคิตเชน ยังคงเดิน หน้าสร้างสรรค์รสชาติใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ส่ง 2 รสชาติใหม่ “ทาโกะยากิ” และ “พะแนง เนื้อ” ในรูปแบบของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสุดพรีเมียม ที่มาพร้อมกับเส้นเหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับซอสเข้มข้นของแต่ละรสชาติ
การเปิดตัว 2 รสชาติใหม่นี้ มีการทุ่มงบทั้งในส่วนของงบประมาณการจัดแคมเปญการตลาดและกิจกรรมส่งเสริม การขายสำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไว้ กว่า 100 ล้านบาท โดยนำศิลปินที่ได้รับความนิยม อย่าง “อิ้งค์ -วรันธร เปานิล” มานั่ง แท่นเป็นพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดให้กับผลิตภัณฑ์มาม่าโอเค สะท้อนความน่ารัก สื่อสารผ่านการใช้เสียงเพลงในแบบฉบับที่เป็น เอกลักษณ์ของ “อิ้งค์ -วรันธร” ที่พร้อมเสิร์ฟความน่ารักให้กับทุกคนผ่านสื่อโฆษณามาม่าโอเค ทั้งในส่วนของการเปิดตัว Presenter และโฆษณามาม่าโอเค 2 รสชาติใหม่นี้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาม่านำดาราดังเข้ามาเป็นตัวช่วยสร้างสีสันกับการเปิดสินค้าใหม่ ย้อนไปในปี 2565 มาม่า OK มีการเปิดตัว 2 รสชาติใหม่ คือ มาม่า OK รสหม่าล่าและเห็ดทรัฟเฟิล ก็มีการทุ่มงบ 80 ล้านบาท พร้อมกับดึง “พีพี - กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” เข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์

ขณะเดียวกัน ก็มีการใช้เครื่องมือทางการตลาดรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาช่วยในการสื่อสารแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการเลือก สร้างกระแสไวรัลในสื่อโซเชียลมีเดีย หรือการนำนำไอเดียจากแชตจีพีที (CHAT GPT) แบบถามจริง ตอบจริงเข้ามาช่วยสร้าง สีสัน และดึงดูดคน Gen Z ที่ชอบความแปลกใหม่และไม่หยุดยิ่งกับสิ่งเดิม ๆ รวมถึงสะท้อนภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้กับ แบรนด์มาม่า โอเคด้วย
เช่นเดียวกับการสร้างสีสันที่แปลกใหม่ให้กับตลาดผ่านการทำ Collaboration กับแบรนด์มันฝรั่งทอดกรอบชื่อดัง อย่างเลย์ เมื่อปี 2565 ถือเป็นการจับมือของเบอร์ 1 ของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับเบอร์ 1 ของตลาดสแน็ค ที่การ Collab ในครั้งนั้น เป็นการอาศัยจุดแข็งซึ่งกันและกันในการช่วยกันขยายฐานของตลาดให้กว้างมากขึ้น
โดยเฉพาะกับตัวมาม่า OK ที่ช่วยให้แบรนด์ของตัวเองสามารถเข้าถึงฐานแฟนคลับของเลย์ เพื่อดึงให้ลูกค้ากลุ่มนั้น หันมาทดลองบริโภคมาม่า OK ซึ่งก็ได้ผลค่อนข้างดี
มาม่า เปิดตัวออเรียนทัลคิตเชน บะหมี่พรีเมียมของตัวเองเมื่อ 18 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะรีแบรนด์มาเป็นมาม่า OK เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเพชรบอกว่า ทิศทางของตลาดนี้มีการเติบโตมาตลอด จากสัดส่วนแค่หลักเดียวมาเป็น 10% และล่าสุดเพิ่มเป็น 20% ซึ่งมาม่าเองอยากจะเห็นสัดส่วนของตลาดพรีเมียมเพิ่มเป็น 30% จึงมีการพัฒนารสชาติและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมาม่า OK มีส่วนแบ่งตลาดในเซ็กเม้นต์นี้ประมาณกว่า 30%

ที่ผ่านมา มาม่าเองได้เน้นการทำตลาดในส่วนของผลิตภัณฑ์มาม่า OK มากขึ้นทั้งในเรื่องของการพัฒนารสชาติ ใหม่ๆ เข้ามาสู่ตลาด และการทุ่มงบโฆษณา รวมถึงการปรับภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ ซึ่งมาม่าสามารถปรับภาพลักษณ์ แบรนด์มาม่าให้ดูทันสมัยและวัยรุ่น
ความพยายามในการขยายฐานให้ตลาดบะหมี่พรีเมียมมีสัดส่วนที่มากขึ้นนั้น ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่มาม่าต้องการที่ จะผลักดันให้ตลาดพรีเมียม ซึ่งมีแวลู่มากกว่ามีการเติบโตที่ดี เนื่องจากตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เป็นแมสนั้น มีมาร์จิ้นค่อน ข้างต่ำ และถูกควบคุมในเรื่องของราคาขายปลีก จึงเป็นสินค้าที่เน้นในเรื่องของสเกลการขายที่ต้องมีจำนวนมาก โดยปัจจุบัน ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบ้านเรามีมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เติบโต 14% มาม่า เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาด ประมาณ 50%
ขณะที่ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพรีเมียมนั้นมีสัดส่วนประมาณกว่า 20% ของตลาด เป็นตลาดที่ยังมีโอกาสเติบโต ได้อีกค่อนข้างมาก เช่นเดียวกับเรื่องของตัวมาร์จิ้นที่มีมากกว่า
เช่นเดียวกับเรื่องของภาพลักษณ์ของแบรนด์ ที่จะช่วยสะท้อนมายังตัวแบรนด์หลักอย่างมาม่า ให้ยังคงเป็นแบรนด์ ที่อยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ แม้จะอยู่ในตลาดมาอย่างยาวนานก็ตาม....