ตลาดออรัลแคร์ในประเทศไทยมีมูลค่าปัจจุบันอยู่ที่ 18,000 ล้านบาท ซึ่งนับรวมทั้งน้ำยาบ้วนปาก แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ไหมขัดฟัน และผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากทั้งหมด
ภาพรวมของตลาดออรัลแคร์ในบ้านเรามีทั้งผู้เล่นที่เป็นโกลบอลแบรนด์และโลคอลแบรนด์กำลังแข่งขัน เพื่อชิงส่วนแบ่งรวมถึงสร้างไดนามิคให้ตลาดนี้เติบโตมากยิ่งขึ้น
ในประเทศไทย ลิสเตอรีนเป็นเบอร์ 1 ในตลาดน้ำยาบ้วนปากมาตลอด 54 ปี
สำหรับลิสเตอรีนความท้าทายของตลาดออรัลแคร์บ้านเราคนไทยยังติดภาพจำว่า น้ำยาบ้วนปากเป็นสินค้าให้ความสดชื่นและช่วยลดกลิ่นปากเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้หลังการใช้ทันทีที่ติดเป็นภาพจำของน้ำยาบ้วนปาก ซึ่งใช้แล้วสดชื่นขึ้นทันที
ภาพจำนี้จึงถือเป็นความท้าทายของลิสเตอรีนที่ต้องการจะเปลี่ยนโทนสื่อสารเรื่องนี้ใหม่ให้คนไทยเข้าใจถึง Functional Product อย่างแท้จริงว่าน้ำยาบ้วนปากสามารถลดการสะสมของแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของคราบพลัคได้
การปรับทิศทางการสื่อสารครั้งนี้ ลิสเตอรีนหวังสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลช่องปากอย่างถูกต้องผ่าน Functional Product ของลิสเตอรีนที่เป็นเบอร์ 1 ตลาดออรัลแคร์สร้างไดนามิคให้ตลาดเติบโตขึ้นจากที่เป็นอยู่ทำให้น้ำยาบ้วนปากกลายเป็นสินค้าในชีวิตประจำวันและอยู่ประจำห้องน้ำของคนไทยทุกครัวเรือน
ปี 2023 เป็นจุดเริ่มต้นในการสื่อสารเรื่อง Functionals Product โดยปล่อย TVC ด้วยเมสเซจ Complete the clean with Listerine แต่ไม่ก็ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาของ TVC ที่จำกัดอยู่แค่15, 30 วินาที จึงเปลี่ยนมาใช้ Event Marketing จัดงาน LISTERINE LABS ดึงเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และสื่อมวลชนเยี่ยมชมโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังเพื่อหวังให้ประชาสัมพันธ์เรื่องความสำคัญของการดูแลช่องปาก และ Functionals Product ที่แท้จริงของลิสเตอรีน
Product ของลิสเตอรีน แบ่งออกเป็น 1.เบสิกเทียร์ สินค้ากลุ่มเดลี่แคร์ ดูแลสุขภาพช่องปากทั่วไป เน้นให้ความสดชื่นหลังใช้และช่วยลดกลิ่นปาก 2.พรีเมียมเทียร์ สินค้ากลุ่มโทเทิลแคร์ ดูแลสุขภาพปากองค์รวม รวมถึงสินค้าให้เบเนฟิตเพิ่มเติม เช่น น้ำยาบ้วนปากสำหรับคนสูบบุหรี่ น้ำยาบ้วนปากดูแลเรื่องเหงือก น้ำยาบ้วนปากไบรท์เทนนิ่ง
องค์ประกอบหลักของน้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีนมีส่วนผสมหลัก 4 ชนิดเรียกว่า 4EO ได้แก่ ยูคาลิปตอล, เมนทอลเมทิล, ซาลิไซเลต, และไทมอล ที่ช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้ 22.2%
ถึงแม้ว่าการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันวันละ 2 ครั้งจะเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานสำหรับการรักษาสุขอนามัยช่องปากแต่กลับพบว่า ในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15 ปี มีเพียง 4.3% เท่านั้นที่ใช้ไหมขัดฟันในการทำความสะอาดซอกฟัน ขณะที่ผู้ใหญ่อายุ 35-44 ปีเพียง 14.7% ที่ใช้ไหมขัดฟัน นอกจากนี้จากการศึกษาทั่วประเทศพบว่า โรคฟันผุยังส่งผลกระทบต่อคนอายุ 35-44 ปี มากถึง 91.8% สะท้อนถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในการดูแลสุขอนามัยช่องปากให้ดียิ่งขึ้น
จากข้อมูลการวิจัยเรื่องสุขภาวะช่องปากของคนไทยชี้ให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังมีความรู้เกี่ยวกับการทำความสะอาดช่องปากไม่เพียงพอ ลิสเตอรีนในฐานะเบอร์ 1 ของตลาดออรัลแคร์จึงหยิบเรื่องนี้มาสื่อสารทำให้น้ำยาบ้วนปากกลายเป็นสินค้าประจำครัวเรือนเพื่อสร้างไดนามิคให้ตลาดออรัลแคร์เติบโต
น้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีนแรกเริ่มถูกคิดค้นเพื่อใช้ฆ่าเชื้อก่อน เริ่มจากกระบวนการผ่าตัดในปีค.ศ. 1879 หรือ 145 ปีที่แล้ว โดยนักเคมี ดร.ลิตเตอร์ โจเซฟ ลอว์เรนซ์ ณ เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ก่อนปรับสูตรเพื่อให้ประชาชนทั่วไปซื้อไปใช้ลดแบคทีเรียในช่องปากในปีค.ศ.1914 เกิดเป็น Product น้ำยาบ้วนปากในตลาดกลุ่มออรัลแคร์ขึ้น
ชวีนา จิตรสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดลิสเตอรีน ประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ กล่าวว่า "ลิสเตอรีน® ช่วยลดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปากคราบพลัคและปัญหาเหงือกได้ถึง 99.9%** พร้อมช่วยป้องกันแบคทีเรียในช่องปากตลอด 24 ชั่วโมง ในฐานะแบรนด์น้ำยาบ้วนปากอันดับ 1* กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีน® ได้รับการพิสูจน์ทางคลินิกแล้วว่ามีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ ลิสเตอรีน® มีภารกิจหลักในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลกค้นพบการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพช่องปากที่ดี ด้วยสูตรอันก้าวล้ำที่ผ่านการวิจัยทางคลินิกว่า ช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้มากถึง 5 เท่า^ โดยเรามีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้คนไทยดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ดีแบบครบวงจรนอกเหนือไปจากการแปรงฟัน พร้อมกับส่งเสริมว่าการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีจะเป็นบันไดสำคัญสู่ชีวิตที่มีสุขภาพดียิ่งขึ้น”