ดูเหมือนว่า การปรับกลยุทธ์หันมาโฟกัสในเรื่องของ “One Malee” ของมาลี กรุ๊ป เจ้าของแบรนด์น้ำผลไม้มาลีจะ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาช่วยผลักดันให้น้ำผลไม้มาลีกลับมาสู่เกมการแข่งขันในตลาดน้ำผลไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เพียงสามารถช่วยผลักดันยอดขายในภาพรวมปี 2566 ในประเทศไทยมียอดขาย 20% และผลกำไรที่เพิ่มขึ้น 138% จากผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้และผลิตภัณฑ์นม ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาส 1 ปีนี้ มาลีมียอดขายเพิ่มขึ้น 15% กำไรเติบโต ขึ้นถึง 261%
เช่นเดียวกับการเติบโตในตลาดต่างประเทศที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 17% โดยจะมุ่งเน้นตลาดขนาดใหญ่ที่ศักยภาพ เช่น จีน เกาหลี สหรัฐอเมริกา กัมพูชา อินโดนีเซีย และเวียดนาม และธุรกิจ OEM ยอดขายเพิ่มขึ้น 22% ทั้งในประเทศและ ต่างประเทศจากลูกค้ารายเดิมและลูกค้าใหม่
ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถทำให้น้ำผลไม้มาลีก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดน้ำผลไม้พรีเมียมที่มีสัดส่วนประมาณ 30% ของตลาดน้ำผลไม้โดยรวมมูลค่า 10,000 ล้านบาท โดยสามารถทำส่วนแบ่งตลาดได้ 21% แซงหน้าเบอร์ 1 อย่างทิปโก้ ขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดได้สำเร็จ หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเป็นเบอร์ 3 อยู่ในตลาดนี้มาหลายปี
อะไรคือ “One Malee”
คำตอบจากปากของ ราชเทพ นฤหล้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่เอ่ยถึงการรวม ศักยภาพของหน่วยงานต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เราสามารถจัดการบริหารในทุกภาคส่วนได้ดีขึ้น ตอบสนองต่อตลาดได้เร็วขึ้น โดย One Malee ก็คือการนำแนวคิด Agile หรืออไจล์ คือการทำงานที่รวดเร็วว่องไว เน้นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ขั้นตอน ด้วยการนำพนักงานจากส่วนงานต่าง ๆ มาทำงานร่วมกัน ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ได้เป็นอย่างดี
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือการรวมการจัดซื้อของโรงงานทั้ง 3 แห่งที่สามพราน ปากช่อง และโฮจิมินห์ ประเทศ เวียดนาม ทำให้สามารถคอนโทรลในเรื่องของต้นทุนออกมาได้ค่อนข้างดี หรืออย่างการรวมทีมในเรื่องของแบรนด์ ที่ไม่เพียง แค่หน่วยงานด้านการขายหรือการตลาด แต่ยังมีหน่วยงาน Malee Applied Sciences (MAS) ภายใต้มาลี กรุ๊ป ซึ่งเป็บริษัท วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเข้ามาร่วมอยู่ในทีม เพื่อพัฒนาสินค้าโดยหยิบเอาอินไซต์ของลูกค้าเข้ามา เป็นโจทย์ในนำเสนอนวัตกรรม ทำให้สามารถนำเสนอนวัตกรรมสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดได้มากขึ้น
ผู้บริหารของมาลี กรุ๊ปบอกว่า สิ่งที่มาลีพยายามนำเสนอให้กับตลาดก็คือนำเรื่องของ Functional เข้ามาเป็นตัว ขับเคลื่อน จากเดิมที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมองว่า น้ำผลไม้จะมีเบเนฟิตในเรื่องของการช่วยเพิ่มความสดชื่น อย่างตัวน้ำส้มมาลี ที่เป็นสินค้าหลักของมาลี มีการเปิดตัวแคมเปญ "น้ำส้มมาลี มีดีที่เฮสเพอริดิน" ที่ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับประโยชน์ของ เฮสเพอริดินในส้ม ที่มีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอลและความดัน ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาสนใจดื่มน้ำส้มมากขึ้น เพื่อเป็น Healthier Treat ในระหว่างวัน ซึ่งเป็นแคมเปญที่ประสบความสำเร็จในการสร้างการรับรู้ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังมีการทำแคมเปญของมะพร้าว Malee COCO ที่มุ่งสื่อสารและให้ความรู้กับผู้บริโภคโดยอาศัยข้อมูล จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่าโพแทสเชียมในน้ำมะพร้าวธรรมชาติมีส่วนช่วยปรับสมดุลปริมาณโซเดียม เหมาะ สำหรับกลุ่มผู้บริโภคไทยที่ชอบรับประทานอาหารรสจัด แคมเปญการตลาดจึงตอกย้ำจุดขายในการดูแลตัวเอง เพื่อสร้างความ แตกต่างและเพิ่มโอกาสในการดื่มน้ำมะพร้าวมากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้ในปี 2566 ที่ผ่านมา ยอดขายของ Malee COCO เติบโต ขึ้นถึง 103%
ในตลาดน้ำผลไม้มูลค่า 10,000 ล้านบาทนั้น 30% จะเป็นน้ำผลไม้ 100% หรือน้ำผลไม้พรีเมียม ที่ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดมีการเติบโตแบบติดลบมาตลอด โดยเฉพาะในช่วงของการเกิดการระบาดของโควิด – 19 ที่ทำให้นักท่องเที่ยวหายไป ส่งผลกระทบต่อยอดขายในส่วนที่เป็น B2B อย่างตลาดโรงแรมและร้านอาหารจนส่งผลต่อการเติบโตของตลาด
เช่นเดียวกับการเผชิญการแข่งขันกับเครื่องดื่มสุขภาพเซ็กเม้นต์อื่นๆ ที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อตลาด อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของมาลี กรุ๊ปมองว่า ตลาดในปีนี้ น่าจะกลับมามีตัวเลขการเติบโตเป็นบวก โดยมองว่า ตลาดน่าจะเติบโตได้ 10 – 11%
“สิ่งที่มาลีจะให้ความสำคัญ และเน้นย้ำในเมสเสจที่สื่อสารออกมาจะเป็นเรื่องของ Functional ที่เป็นมากกว่าแค่การมีเบเนฟิตในเรื่องของวิตามินต่างๆ แต่ยังมีผลต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ โดยเรามองว่า ปัจจัยสำคัญที่ จะทำให้ตลาดและยอดขายของมาลีเติบโตเพิ่มขึ้นมาจากกระแสสุขภาพ ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ มากขึ้น เลือกดื่มน้ำผลไม้เพื่อเติมเต็มสารอาหารและวิตามิน และการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักใน โรงแรมมีความต้องการน้ำผลไม้สดๆ เพื่อทานคู่กับอาหาร”
ปัจจุบัน มาลีมีธุรกิจอยู่ 4 ส่วน ส่วนแรกคือ Brand Business ที่มีแบรนด์หลักอย่างมาลี อยู่ในตลาดทั้งน้ำผลไม้ และ ผลไม้กระป๋อง ส่วนที่ 2 คือธุรกิจ OEM หรือการรับจ้างผลิต ส่วนที่ 3 คือธุรกิจฟาร์มโคนม ที่มีการเลี้ยงโคอยู่ในออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตนมพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์โชคชัย และส่วนที่ 4 ธุรกิจ Malee Applied Sciences (MAS) ภายใต้มาลี กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการด้านสุขภาพ และความงาม มีความเชี่ยวชาญในการศึกษาเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) นาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) ตลอด จนการคิดค้นและเพิ่มมูลค่าของผลผลิตด้านการเกษตรและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าสำหรับผู้ผลิตและผู้บริโภค
โดยรายได้หลักๆ จะมาจากธุรกิจ OEM ในสัดส่วน 60% รองลงมา เป็น Brand Business มีสัดส่วนประมาณ 35% ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับงานวิจัย และพัฒนานวัตกรรม เป็นการลงทุนที่มองผลในระยะยาว โดยนอกจากเรื่องของการคิดค้น นวัตกรรมเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าแล้ว ยังมีการมองถึงการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อต่อยอดมาสู่การทำตลาดผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมที่ยังคงเน้นเรื่องของอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นสเตปถัดไปของการทำธุรกิจที่จะได้เห็นในอีกไม่นานนี้