ในวันที่ iberry group เดินทางมาถึงแบรนด์ที่ 18 หลายคนอาจคุ้นตากับคาแรกเตอร์ที่อัจฉรา บุรารักษ์ (คุณปลา) มักจะสร้างให้ร้านอาหารของตัวเองเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ ครั้งนี้ การเปิดตัว BURAMARIE (Thai Rice & Tea Room) กลับเป็นการพาแบรนด์เข้าสู่โลกที่ละเมียดละไมขึ้น เน้นความงดงาม ความทรงจำ และความอบอุ่นในแบบอาหารไทย
บุรา มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า เมือง
มาลี แปลว่า ดอกไม้ และยังเป็นชื่อคุณป้ามาลี ผู้เป็นหัวใจของครัวในบ้าน ปรุงอาหารด้วยความรักและความพิถีพิถัน
เมื่อสองคำรวมกัน กลายเป็น BURAMARIE เมืองแห่งดอกไม้ ที่เก็บรสชาติและความทรงจำของครอบครัว ก่อนถูกถ่ายทอดมาเป็นร้านอาหารที่อยากให้ผู้คนได้เข้ามาชิมความทรงจำ และสัมผัสความรักที่อยู่ในสำรับ พร้อมเสิร์ฟคู่ชาที่เบลนด์จากดอกไม้และผลไม้ไทย

[ จากสำรับไทย สู่ Tea Room ร่วมสมัย ]
ความท้าทายของ BURAMARIE คือการรักษาแก่นแท้ของรสชาติไทย แต่เล่าใหม่ให้ร่วมสมัยและละเมียดละไมมากขึ้น โดยคุณปลาได้ชวนเชฟป๊อบ พิชชากร รามบุตร เพื่อรังสรรค์เมนูที่เข้มข้นและจัดจ้านในแบบที่ตัวเองชอบ แต่เพิ่มการจัดวางและบรรยากาศที่ทำให้ทุกจานไม่ใช่แค่อาหาร แต่เป็นงานศิลปะ ตัวอย่างเมนูหมี่กรอบคลุก, หอยทอดขนมครก, ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ผัดมันปู, ข้าวผัดมันเนื้อพริกขี้หนู, น้ำพริกไข่เค็มกุ้งย่าง, แกงกะทิสะตอ, ข้าวตังปูหลน, โรตีแกงเขียวหวานเนื้อน่องลาย หรือหมูฮ้องไข่เค็ม จึงไม่ใช่แค่อาหารไทย แต่เป็นการตีความใหม่ที่ทั้งคุ้นเคยและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน
[ โรงน้ำชา จุดเชื่อมรสชาติและวัฒนธรรม ]
สิ่งที่ทำให้ BURAMARIE แตกต่างคือการเป็น Thai Rice & Tea Room ร้านไม่ได้เสิร์ฟเพียงอาหาร แต่ยังสร้างประสบการณ์ผ่านชาเบลนด์พิเศษกว่า 10 ชนิด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เมืองแห่งดอกไม้” โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและพืชพรรณจากไทย เช่น โลตัส เดอ มาลี,กุหลาบมอญ, มะตูมกราเซ่, สยามเอิร์ลเกรย์, ลิ้นจี่อู่หลง, น้ำดอกไม้ และสวรรค์ไทยที เป็นต้น มีทั้งชาร้อนและชาเย็น และต่อยอดด้วยบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม เหมาะเป็นของขวัญหรือของฝาก

สิ่งที่ทำให้ BURAMARIE เป็นมากกว่าร้านอาหารไทย คือปรัชญาในการสร้างแบรนด์ของคุณปลา ที่เชื่อว่าร้านอาหารไม่จำเป็นต้องรวมทุกเมนูไว้ในร้านเดียว
“ส่วนตัวเราเชื่อว่าธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะอาหารไทย ไม่จำเป็นที่ต้องเอาทุกอย่างมายัดรวมอยู่ในร้านเดียว ปลาไม่ค่อยชอบอะไรที่มันดูโหลๆ ร้านที่เปิดเยอะๆ เหมือนกันหมด”
คุณปลามองว่าเสน่ห์ของอาหารไทยคือความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง นั่นคือเหตุผลที่เธอเลือกแยกประเภทอาหารออกมาอย่างชัดเจน เพื่อสร้างแบรนด์เฉพาะทางที่ตอบโจทย์ได้อย่างลึกซึ้ง และยังรักษาความพิเศษของแต่ละแบรนด์เอาไว้
“ปลาเชื่อในเรื่องความบาลานซ์ ระหว่างความต้องการของลูกค้า กับสิ่งที่เราสามารถรองรับได้ให้มันพอดี และทุกแบรนด์ต้องมีเสน่ห์เฉพาะตัว อีกเหตุผลหนึ่งคือ อยากยกระดับอาหารไทย เพราะเชื่อว่าอาหารไทยเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก และมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงอาหารในภัตตาคารหรู อยากสร้างความแตกต่างให้ชัดเจน แยกประเภทของอาหารออกมาให้ชัด สร้างความเด่นให้กับแต่ละประเภทอาหาร”
แม้การสร้างแบรนด์ใหม่ทุกครั้งจะเหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่ ต้องเหนื่อย ต้องลงทุน แต่คุณปลากลับมองต่างออกไป เธอมองว่า ทุกครั้งที่เปิดร้านใหม่ เธอไม่ได้เริ่มจากศูนย์เสียทีเดียว เพราะมีสิ่งที่เธอเรียกว่าบุญเก่าติดตัวมาด้วย
“บุญเก่า” ในความหมายของคุณปลาคือประสบการณ์ที่สั่งสมมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพ รสชาติ ประสบการณ์ของลูกค้าที่เข้ามาในร้าน ความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อ iberry group รวมถึงเครือข่ายทีมงานและพันธมิตรที่แข็งแรง สิ่งเหล่านี้ทำให้การเริ่มแบรนด์ใหม่แต่ละครั้ง แม้จะท้าทาย แต่ก็ไม่ใช่การเสี่ยงที่ไร้รากฐาน

[ BURAMARIE อีกหนึ่งบทบาทใหม่ของ iberry group ]
ทางคุณปลาได้เผยว่าใช้เวลากว่า 1 ปีครึ่งในการเตรียมตัวทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน ทั้งการออกแบบร้าน การเลือกเมนู และการสร้างประสบการณ์เพื่อให้ทุกคนได้มาสัมผัสบรรยากาศ และลิ้มรสอาหารไทยที่ผ่านการเล่าเรื่องผ่านสำรับกับข้าว เครื่องว่าง และโรงน้ำชา ที่ชื่อว่า BURAMARIE โดยจะเปิดวันที่ 28 สิงหาคมนี้ที่สยามพารากอน ชั้น G
และทั้งหมดนี้สะท้อนปรัชญาของคุณปลา ที่เชื่อว่าธุรกิจอาหารไม่ได้เดินตามสูตรสำเร็จ แต่เดินตาม Passion และสร้างเสน่ห์เฉพาะตัวให้แต่ละแบรนด์