กินอะไร กินอะไร กินอะไร ไปกิน MK
ถ้าหากพูดถึงมื้ออาหารของครอบครัวเชื่อว่าหลาย ๆ คนต่างมีร้านประจำของบ้าน ขณะเดียวกันถ้าพูดถึงร้านหม้อร้อนอย่าง “สุกี้” หลายบ้านต้องเลือก MK เป็นแน่
ขณะเดียวกัน ช่วงหลังมานี้ร้านสุกี้น้อยใหญ่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด และสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้คนรัดเข็มขัดในการจับจ่ายมากขึ้น ส่งผลโดยตรงมายังธุรกิจบริการร้านอาหารสุกี้เจ้าใหญ่อย่าง MK แต่ถึงอย่างนั้นในปีที่ผ่านมา MK Group สามารถดำเนินธุรกิจกวาดรายได้รวมไป 16,974 ล้านบาท
เมื่อผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น บวกกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป MK Group ไม่รอช้า พร้อมปรับตัวให้เข้าไปอยู่กับผู้บริโภคได้มากที่สุด รวมถึงยังต่อยอดจากธุรกิจเชนร้านอาหารของตนออกไปให้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจทุกประเภท ครอบคลุมตั้งแต่ B2B การค้าปลีก และการส่งออก
ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะเจ้าของแบรนด์ร้านอาหารมากมายที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนาน ครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางธุรกิจของเราที่แตกไลน์ออกไปนอกเหนือเครือร้านอาหาร แต่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร ตลอดจนธุรกิจอื่นๆ ทั้งในประเทศและพร้อมไปสู่ต่างประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่ผู้มาร่วมงานจะได้สัมผัสกับหน่วยธุรกิจใหม่ของ MK Group โดยมีไฮไลท์ที่สำคัญอย่างการเปิดรับคู่ค้าขยายแฟรนไชส์แบรนด์ร้านอาหารไทยสู่ต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ บริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรสำหรับธุรกิจทุกประเภท ล้วนแสดงให้เห็นว่าธุรกิจของ MK Group ในวันนี้เรามีมากกว่าแค่เครือร้านอาหารแล้ว”
ไฮไลท์ธุรกิจพอร์ตใหม่ภายใต้ MK Group ประกอบด้วย- MK Restaurants Franchise Model
เปิดรับนักลงทุนสร้างธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างประเทศด้วยแบรนด์ MK Restaurant ที่ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 450 แห่ง ทั่วประเทศไทย และอีก 37 สาขาใน 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น, เวียดนาม และลาว ให้มีภาพลักษณ์ดูเด็กลง รวมไปถึงแบรนด์แหลมเจริญซีฟู้ด ร้านอาหารไทยซีฟู้ดที่มีประวัติยาวนาน ที่อยู่ภายใต้เครือของ MK Group เช่นกัน ซึ่งในส่วนของแหลมเจริญปัจจุบันในมาเลเซียมี 3 สาขา และเตรียมเปิดเพิ่มอีก 5 สาขา อีกทั้งยังเล็งขยายสู่จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และตะวันออกกลางมากขึ้นอีกด้วย
MK Group ร่วมมือกับ Senko Group Holding ผู้นำด้านโลจิสติกส์ในประเทศญี่ปุ่น ให้บริการด้านโลจิส ติกส์แบบ One Stop Services สำหรับธุรกิจทุกประเภท รองรับสินค้าทั้ง Food และ Non – Food โดยมีรถขนส่งทุกอุณหภูมิและทุกขนาด บริการคลังสินค้าคุณภาพสูง ศูนย์กระจายสินค้า และรองรับการทำ Forwarding การนำเข้าและส่งออกสินค้าที่ครบทุกความต้องการด้านโลจิสติกส์
Mark One Innovation ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ MK Wellness บุกตลาดรีเทลส่งสินค้าทางเลือกเพื่อสุขภาพของคนไทย และสนับสนุนเกษตรกรไทย อาทิ นมยูเอชทีและนมอัดเม็ด Memberry ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Memplus และ Fiber Plus เอ็มเค วิตามินกัมมี ผักกรอบเอ็มเคพร้อมทาน เป็นต้น รวมกว่า 30 รายการ มีวางจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และส่งออกไปยังต่างประเทศแล้ว รวมถึงยังมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดอีกด้วย
เนื่องจากตลาดน้ำจิ้ม-ซอสทั่วโลกเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีมูลค่า 5-6 หมื่นล้านบาทถึงแสนล้านบาท MK Group จึงส่งน้ำจิ้มสุกี้ เอ็มเค สูตรต้นตำรับ แบบบรรจุขวด รสชาติเดียวกับทานที่ร้าน ซึ่งไอเทมนี้ของ MK เป็นอีกตัวละครสำคัญที่ทำให้แบรนด์อยู่คู่คนไทยมาได้ยาวนาน ทางแบรนด์เคลมว่ารับประทานได้กับอาหารหลายประเภท ตั้งแต่เปิดตัวมาก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคภายในประเทศ ขายได้ประมาณ 4-5 แสนขวด/เดือน คาดว่าทั้งปีจะสร้างยอดขายแตะ 300 ล้านบาทและในปีถัดไปจะโตเท่าตัว ปัจจุบันได้เริ่มส่งออกไปสู่ต่างประเทศ อาทิ เกาหลี, อังกฤษ, แคนนาดา รวมไปถึงสหรัฐอเมริกา และในอนาคตมีแผนกระจายสินค้าไปทั่วโลกอีกด้วย
บริการซัพพลายอาหาร ครอบคลุมสินค้าอาหารหมวด เกี๊ยว, ชุบแป้งทอด, ติ่มซำ, บะหมี่ และอื่น ๆ ตามความต้องการของลูกค้า ให้บริการโซลูชั่นอาหารครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา ออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิตและหาบรรจุภัณฑ์ การวิเคราะห์ ทดสอบคุณภาพ ไปจนถึงการจดแจ้งทะเบียนอาหาร และบริการด้านโลจิส ติกส์ ภายใต้การดูแลของบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (International Food Supply Company Limited หรือ IFS