ความยั่งยืนกลายเป็นคำพูดติดปากในแวดวงธุรกิจ เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่องค์กรทุกประเภท ทั้งขนาดใหญ่หรือแม้แต่สตาร์ทอัพ หรือ Tech SME ต้องให้ความสนใจ ทำให้เรื่อง ESG เป็นวาระสำคัญที่บริษัทต้องตอบคำถามผู้ถือหุ้นและนักลงทุน เช่น การวางกลยุทธ์และแนวทางการบริหารความเสี่ยง ESG เพื่อให้สามารถบริหารจัดการผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและสร้างโอกาสในการเติบโตและแข่งขันได้ในระยะยาว
แล้ว SME ที่เริ่มสร้างธุรกิจโดยเฉพาะ “สตาร์ทอัพ” จะต้องไม่มองข้ามเรื่อง ESG นั่นเพราะการสร้างธุรกิจจะต้องดึงดูดนักลงทุน ที่นอกจากโมเดลธุรกิจจะต้องมีแนวโน้มเติบโตได้ดีแล้ว จะต้องมีเรื่องของ ESG เข้ามาเกี่ยวด้วย
สตาร์ทอัพควรเริ่มต้นทำ ESG อย่างไร?

ดร.ศรีหทัย พราหมณี ผู้จัดการด้าน AIS The StartUp เล่าว่า โดยทั่วไปการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG คือการที่ให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลักๆ ด้วยกัน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ด้านสังคม (Social) และด้านธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่จะเริ่มจาก Environmental แต่สำหรับสตาร์ทอัพต้องเริ่มจาก Governance ก่อน
“นั่นเพราะเมื่อมีคำถามจากนักลงทุนที่มักจะทำให้สตาร์ทอัพไม่รู้จะตอบอย่างไร คือถ้าวันนี้คุณที่เป็นเจ้าของธุรกิจเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ธุรกิจจะไปต่ออย่างไร ใครคือคนที่จะมาทำธุรกิจแทนได้”
ดังนั้นการขับเคลื่อนการดำเนินงานในองค์กรให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้น มีโครงสร้างการกำกับดูแลที่ดี เรื่องนี้จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่ม Stakeholder ได้ เพราะองค์กรที่มีโครงสร้างองค์กรที่โปร่งใส สามารถจัดการคอรัปชั่นในองค์กรและปฏิบัติกับพนักงานอย่างเป็นธรรม องค์กรนั้นก็จะได้รับความเชื่อมั่นจากStakeholder ต่อไป
“การใส่ ESG ลงไปจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน ที่ไม่ใช่ภารกิจขององค์กรใหญ่เท่านั้น แต่ผู้ประกอบการ SMEและสตาร์ทอัพจะต้องเข้าใจและใส่ใจในการนำมาปรับใช้กับธุรกิจในทุกๆ มิติ”
AIS The StartUp ได้เดินหน้าตอกย้ำเป้าหมายการเป็นพาร์ทเนอร์ที่พร้อมผลักดันและสนับสนุนการทำงานของผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและ Tech SMEs ไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดที่สร้างการเติบโตแบบร่วมกัน หรือ “Partnership for Inclusive Growth” เพราะเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ และ Tech SME ไทยเป็นอย่างดี

ปีนี้ AIS The StartUp ได้ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในวงการไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย (Thai Startup Association) ในการ “สร้าง เสริม และ ต่อยอด” ด้าน ESG ภายใต้โครงการ ESG to Capital for Tech Entrepreneurs ตลอด 3 เดือนเต็ม ตั้งแต่การปูพื้นฐาน สร้างความเข้าใจให้ผู้ประกอบการเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พนักงาน คู่ค้า และชุมชน รวมถึงธรรมาภิบาลในด้านต่างๆ ไปจนถึงการเสริมศักยภาพของธุรกิจ ด้วยการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการลงทุน
ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพ และ Tech SME ไทยมีความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงสามารถเติบโตในตลาดได้อย่างยั่งยืน
“เพราะ Step ต่อไปของผู้ประกอบการสตาร์ทอัพไทย คือจะต้องก้าวจากการผลิตสินค้าที่ดีไปสู่การเป็นบริษัทที่ดีให้ได้”
การนำหลัก ESG ไปสู่การปฏิบัติไม่ใช่เรื่องง่ายซึ่งตลอดระยะเวลาการจัดงานสัมมนาที่ผ่านมา ได้จัดเต็มความรู้และมีองค์กรชั้นนำมาร่วมแบ่งปัน ช่วยเสริมแกร่งให้กับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพมีความเข้าใจในการประยุกต์ใช้หลักการด้าน ESGเข้าไปเป็นหนึ่งในกระบวนการทำงานของธุรกิจ เช่น คุณอนันตชัย ยูรประถม Director of SBDi Sustainable Business Development Institute ซึ่งทำงานด้านวิชาการการพัฒนาหลักสูตร การให้คำปรึกษางานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ มาช่วยแบ่งปันแนวคิด ESG โดยเฉพาะการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงของธุรกิจ พร้อมทั้งยังให้มุมมองการทำงานเพื่อรับมือกับการปรับตัวของธุรกิจ โดยเนื้อหาจะเน้นให้เห็นองค์ประกอบที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นในการวาง ESG Strategy สำหรับผู้ประกอบการ และ Tech Startup
นอกจากนี้ มีวิทยากรจากองค์กรชั้นนำมาแชร์ประสบการณ์องค์ความรู้หลักการดำเนินการของ ESG และโอกาสการลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมธุรกิจในยุค ESG Transition แนะนำวิธีการเตรียมตัวก่อนเข้าตลาดแนะนำการใช้เครื่องมือในการการดำเนินงานภายใน การวัดผล รวมถึงการทำ Applying IMM to One Report และGlobal Report Initiative (GRI) การเขียนรายงานความยั่งยืนตามแนวทางสากล
มีการเสริมทักษะให้กับผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้หลักการด้าน ESG เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงการลงทุนและการประเมินมูลค่าบริษัท โดยเฉพาะการวางรากฐานหลักธรรมาภิบาลในมิติต่างๆ เช่น ธรรมาภิบาลองค์กร (Corporate Governance), ธรรมาภิบาลการสร้างพันธมิตร (Partnership Governance), ธรรมาภิบาลทางการเงิน (Financial Governance), หรือการกำกับดูแลผู้ถือหุ้น (Shareholder Governance).
โครงการ ESG to Capital for Tech Entrepreneurs เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมด้าน ESG ให้แก่ผู้ประกอบการ มีภารกิจในการ “สร้าง” ความเข้าใจและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจยั่งยืน “เสริม” ศักยภาพการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการลงทุนการ ดำเนินธุรกิจด้วยการมีรากฐานและวางกลยุทธ์ธุรกิจตามหลักการ ESG ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับรูปแบบและขนาดของบริษัท เพื่อ “ต่อยอด” ให้ธุรกิจมีความได้เปรียบทางการการแข่งขันพร้อมเติบโตได้ไกลในตลาดโลก
เรียกได้ว่า การจัดโครงการ ESG to Capital for Tech Entrepreneurs ของ AIS The StartUp จัดเต็มความรู้ในเชิงนโยบายของภาครัฐด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับทิศทางการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนสตาร์ทอัพและการเติบโตขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ หรือแม้แต่เชื่อมต่อกับองค์กรชั้นนำเพื่อมาแบ่งปันและร่วมสะท้อนปัญหาและความสำคัญในการนำ ESG เข้าไปเป็นหนึ่งในกระบวนการทำงานของธุรกิจ มีการวางกลยุทธ์ด้าน ESG เพื่อช่วยลดความเสี่ยง เตรียมความพร้อม และเปิดประตูโอกาสการเข้าสู่ตลาดและขยายขนาดการเติบโตขององค์กรได้ต่อไป