บ้านราคาต่ำกว่า 3 บาทกระทบหนักยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง 60-70% ทำให้เจ้าพ่อทาวน์เฮ้าส์ “พฤกษา” จำเป็นต้องเบนเข็มมาจับบ้านราคาแพง โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปเป็น 30% เพื่อมาชดเชยบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทที่เคยเป็นเสาเหลักก่อนหน้านี้
แต่อย่างที่ทุกคนทราบดีว่าบ้านเดี่ยวกลุ่มพรีเมียมเป็นตลาดที่ดีเวลอปเปอร์ทุกเจ้าต่างจับจ้องและขยายพอร์ตกันเต็มไปหมด พฤกษาผู้มาทีหลังจึงใช้อีกขาหนึ่งของธุรกิจ นั่นก็คือกุล่มโรงพยาบาลวิมุตให้เป็นประโยชน์เพื่อมาสร้างจุดต่างให้กับโปรดักท์ของตัวเอง ชูโมเดลใหม่ในลักษณะบ้านเวลเนสเต็มรูปแบบ รวมทั้งรองรับสังคมสูงวัย
โดยครั้งนี้พฤกษาเลือกเปิดตัวในทำเลประชาชื่นเป็นครั้งแรกภายใต้แบรนด์ “ไพนน์ เวลเนส เรสซิเดนซ์ ประชาชื่น” ราคา 12-20 ล้านบาทเชื่อมโยงบริการทางการแพทย์ครบวงจรและการบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มาให้ลูกบ้านถึงบ้าน
ปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าพฤกษาใช้จุดแข็งในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำรายเดียวของไทยที่มีโรงพยาบาลอยู่ในเครือ พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในรูปแบบ “Multigeneration Wellness Cluster Residence” ขึ้น ภายใต้แบรนด์ใหม่ “ไพนน์ เวลเนส เรสซิเดนซ์” โดยคำนึงถึงสุขภาพ ความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงวัยเป็นหัวใจสำคัญ เชื่อมโยงเรื่องของสุขภาพ (Health) ให้เข้ากับการใช้ชีวิตในบ้าน (Home) ผ่าน Design, Facilities, Service ต่าง ๆ ตลอดจนการออกแบบบ้านและพื้นที่ส่วนกลางให้สอดคล้องกับฟังก์ชั่น “อยู่ดี” โดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มวิมุต ร่วมกับการใช้ Universal Design Concept ทำให้ทุก ๆ พื้นที่ในบ้านมีความปลอดภัยกับทุกคน พร้อมนำนวัตกรรม เทคโนโลยี การบริการดูแลสุขภาพและการบริการระดับพรีเมียมเข้ามาใช้ เพื่อทำให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิต “มีสุข” ได้ทุกพื้นที่
ทั้งนี้ตรงพื้นที่ส่วนกลางโดยเฉพาะคลับเฮ้าส์ถูกออกแบบมาให้รองรับกิจกรรมมากมาย ทั้ง Kid zone, Senior zone และ Wellness Room โดยร่วมมือกับกลุ่มโรงพยาบาลวิมุต ให้บริการดูแลด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตแบบครบวงจร ที่พร้อมดูแลสุขภาพกายใจของลูกบ้าน เช่น บริการแพทย์เยี่ยมตรวจที่โครงการ การจัดกิจกรรมให้กับลูกบ้านที่โครงการ บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (ViMUT App) รวมถึงบริการ Concierge Service ผู้ช่วยส่วนตัว ที่จะมาช่วยจัดการ ทั้งเรื่องบ้าน การใช้ชีวิต ตลอดจนเพิ่มความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยทุก ๆ ด้าน เช่น จัดหาแม่บ้านทำความสะอาด จองโต๊ะร้านอาหาร จองตั๋วเครื่องบิน นอกจากนี้ยังส่งเสริมการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG ด้วยหน้าต่างสูงโปร่ง และสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยจุดติดตั้ง EV Charging ทุกหลัง พร้อมนำแพลตฟอร์ม MyHuas ควบคุมระบบ Home Automation ที่สร้างความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการใช้ชีวิต