ธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจบริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บิ๊กคาเมร่าเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจดังกล่าวจึงนำเอาจุดเด่นด้านการเป็นพันธมิตรทางการค้าที่เข้มแข็งกับแบรนด์กล้อง ช่างภาพมืออาชีพระดับประเทศ รวมถึงการเป็นผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ของไทย วางแผนการดำเนินงานโดยใช้กลยุทธ์ “Exclusivity Marketing (เอ็กซคลูซิวิตี้ มาร์เก็ตติ้ง)”เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษแบบเอ็กซคลูซีฟให้กับลูกค้า ทั้งด้านสินค้า (Exclusive Product) บริการ (Exclusive Service) และกิจกรรมพิเศษต่างๆ (Exclusive Activity)ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้าบิ๊ก คาเมร่า เท่านั้น
การดำเนินกลยุทธ์ Exclusive Product หรือความเอ็กซคลูซีฟด้านสินค้า บิ๊กคาเมร่า ได้ร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์กล้องชั้นนำระดับประเทศ เพื่อนำสินค้าในรุ่น หรือสี ที่ได้รับความนิยมหรือเป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น (Limited edition) มาจำหน่ายเฉพาะที่บิ๊ก คาเมร่า เท่านั้น เริ่มต้นปี 2018 ด้วยFujifilm X-A5 กับรุ่นสีพิเศษได้แก่ สีดำDark Silver และสีน้ำตาล Camel และจะมีตามมาเรื่อยๆทั้งปีซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีความเชื่อมั่นในด้านความเป็นมืออาชีพในการจัดจำหน่ายของบิ๊ก คาเมร่า ที่มีถึงกว่า 230 สาขาทั่วประเทศจึงสามารถมั่นใจได้ว่าลูกค้าจะสามารถเข้าถึงสินค้าได้อย่างแน่นอน
บิ๊กคาเมร่า ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นที่จดจำแก่ผู้บริโภคว่าหากต้องการสินค้าในสีและรุ่นพิเศษ จะต้องมาที่บิ๊ก คาเมร่า เท่านั้น สำหรับ Exclusive Service เป็นการเน้นย้ำบริการหลังการขายแบบมืออาชีพ อาทิ การรับประกันสินค้า การให้คำปรึกษาเรื่องการใช้งาน เป็นต้น และสำหรับ ExclusiveActivityคือสิ่งที่ตอกย้ำความเหนือกว่าคู่แข่งขันในตลาด คือการจัดกิจกรรมแบบเอ็กซคลูซีฟเพื่อให้ลูกค้าบิ๊ก คาเมร่า ได้เข้าร่วมโดยในแต่ละปีจะใช้งบประมาณในส่วนนี้ ไม่ต่ำกว่า 14,500,000ล้านบาท ในการจัดกิจกรรมต่างๆ เฉลี่ยกว่า 75ครั้งต่อปี ได้แก่ กิจกรรมเวิร์คช้อปการถ่ายภาพ ในบรรยากาศและสถานที่ระดับพรีเมี่ยมพร้อมเชิญช่างภาพชื่อดังระดับประเทศมาแนะเทคนิคการถ่ายภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้กล้องให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดมีลูกค้ากว่า 6,000 รายต่อปีที่ได้รับความรู้ในการถ่ายภาพและสามารถใช้งานกล้องดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการคืนกำไรให้กับลูกค้า ผ่านกิจกรรมบิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โบนัส ซึ่งลูกค้าผู้โชคดีจะได้ร่วมทริปเวิร์คช้อปถ่ายภาพพร้อมท่องเที่ยวประเทศในฝัน อาทิ ฝรั่งเศส ออสเตรีย เยอรมนี นิวซีแลนด์ เป็นต้น ซึ่งจะมีทั้งช่างภาพชื่อดังร่วมสอนถ่ายภาพอย่างมืออาชีพ และดารานักแสดงชื่อดังร่วมเป็นนางแบบ
นอกเหนือจากกลยุทธ์ด้านการทำตลาดแบบ Exclusivity Marketing นี้แล้ว บริษัทฯยังคงวางแผนในการเปิดสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น ตามการขยายตัวของห้างสรรพสินค้า ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดส่วนในธุรกิจการพิมพ์ (Printing) ซึ่งดำเนินงานภายใต้ชื่อ Wonder Photo Shop นั้น ที่ผ่านมาเปิดไปแล้ว 6 สาขา และปีนี้มีแผนขยายสาขาเพิ่มอีกอย่างน้อย 4 สาขา รวมเป็น 10 สาขา.....