ตลาดสมาร์ทโฟนกำลังเดินทางเข้าสู่ยุค AI Phone หลายค่ายทยอยเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ๆ ที่มีฟังก์ชั่น AI มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่จุดที่น่าสังเกตก็คือส่วนใหญ่จะใส่เทคโนโลยีนี้เข้าไปในกลุ่มสินค้าที่เป็นรุ่นเรือธงของแบรนด์ ซึ่งมีราคาหลายหมื่นบาท ส่วนรุ่นเริ่มต้นและรุ่นทั่วไปนั้นจะยังไม่มีฟังก์ชั่นดังกล่าว
จุดนี้เองที่ทำให้ออปโป้ ไทยแลนด์มองเห็นช่องว่างและโอกาสทางการตลาด จึงได้มีการหยิบเอาฟังก์ชั่น AI มาใส่ในสมาร์ทโฟนตลาด Mass ของ OPPO ที่มีช่วงราคา 10,000 – 20,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่คนทั่วไปนิยมซื้อไปใช้งานมากที่สุด นำโดย OPPO Reno 12 Series 5G
“วันนี้เราประกาศลุยตลาด AI Phone ในไทยแบบเต็มตัว รับกระแส AI บูมต่อเนื่อง เข้าถึงคนรุ่นใหม่สู่ประสบการณ์อัจฉริยะผ่าน Generative AI มาสู่สมาร์ทโฟน ปักหมุด 50 ล้านคนทั่วโลกให้ได้เข้าถึง OPPO AI ในสิ้นปีนี้”
ชานนท์ จิรายุกุล ประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายบริหาร ออปโป้แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ออปโป้สามารถตีตลาดในประเทศไทยได้นั้น คือกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่มักนิยมซื้อสมาร์ทโฟนในราคาระดับกลาง และมองหาสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพที่สวย โดยเฉพาะการถ่ายภาพบุคคลหรือที่เรียกว่าพอร์ตเทรต บวกกับในปีนี้ที่กระแสของ AI กำลังมาแรง ผู้บริโภคมองเทคโนโลยีด้าน AI บนสมาร์ทโฟนเพื่อช่วยปรับ แต่งรูปภาพให้สวยยิ่งขึ้น รวดเร็ว และใช้งานฟรี เพื่อตอบรับพฤติกรรมดังกล่าว ออปโป้มุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์จาก AI ให้มากที่สุด และมีความตั้งใจที่จะเพิ่ม Generative AI อีกมากมายเข้าไปอยู่ในสมาร์ทโฟนทุกกลุ่มของออปโป้ ตั้งแต่ราคาเริ่มต้นไปจนถึงระดับแฟลกชิพ ด้วยเหตุนี้ออปโป้ ไทยแลนด์จึงประกาศตัวเป็นผู้เล่นสำคัญของตลาด AI Phone ในปีนี้โดยการเปิดตัวสมาร์ทโฟน AI ถ่ายรูปคนอย่างโปรด้วย AI Portrait อย่าง “OPPO Reno12 Series 5G” ซึ่งเป็น AI Phone เครื่องแรก
โดยทาง OPPO มีการวางแผนงานพัฒนาเทคโนโลยี AI ไว้ 3 เฟส คือ
1.0 เป็น AI เวอร์ชั่นที่เริ่มปล่อยออกมาในช่วงเดือนมีนาคมโดยให้สมาร์ทโฟนบางรุ่นในท้องตลาด เช่น Reno 11 อัพเดทและใช้งานได้ โดย OPPO มีการเลือกฟังก์ชั่นเด่นๆ ลบคนในภาพ ให้มือถือรุ่นเก่าได้ใช้งานได้
2.0 ใส่เข้ามาเป็นค่ามาตรฐานในรุ่น Reno 12 รวมถึงมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ฉลาดขึ้น มีฟังก์ชั่นมากขึ้น เช่น ลบคนอัตโนมัติ, มี AI Studio สามารถเปลี่ยนชุด, เปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนฉากหลังได้ ฯลฯ
3.0 จะเปิดตัวในช่วงปลายปี และมีการเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ เข้าไป
ชานนท์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ปี 2024 ถือเป็นปีแห่ง AI Phone ที่บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต่างกระโดดเข้ามาชิงตลาดอย่างดุเดือด แต่เป้าใหญ่ของ OPPO คือการทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์จาก AI OPPO เร่งเครื่องอย่างเต็มกำลัง โดยตั้งเป้าให้ผู้ใช้ 50 ล้านคนทั่วโลกได้ใช้งาน OPPO AI ภายในสิ้นปีนี้ โดยวางกลยุทธ์ขยายความสามารถด้าน Generative AI ไปยังทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน AI ที่ดีที่สุด สอดคล้องกับพันธกิจของแบรนด์ “Technology for Mankind, Kindness for the World” ซึ่งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา OPPO ได้มีการจดสิทธิบัตร AI ไปแล้วกว่า 5,000 ใบ ทั้ง CV ด้านการประมวลภาษาธรรมชาติ และด้านการเรียน รู้ของเครื่องจักร ส่งผลให้ปัจจุบัน OPPO มีฟีเจอร์ AI ที่ช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น HyperTone Image Engine, Trinity Engine และ LinkBoost รวมถึงฟีเจอร์ยอดนิยมอย่าง ยางลบ AI 2.0, AI Best Face, AI Clear Face, AI Studio และอีกมากมายซึ่งเน้นไปที่การถ่ายภาพเป็นหลัก นอกจากนี้ ออปโป้ตั้งเป้าจะเปิดตัว AI อีกกว่า 100 รายการภายในปีนี้

“ปลายปี OPPO ตั้งธงเป็นผู้นำ AI ปัจจุบัน OPPO มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 4 ของโลก ทำตลาดไปแล้วกว่า 60 ประเทศ มีคนใช้งาน 600 ล้านคนทั่วโลก OPPO เป็น Top 3 ใน 21 ประเทศทั่วโลกในกลุ่มมือถือราคา 600 เหรียญ ส่วนในประเทศไทย OPPO มีส่วนแบ่งการตลาดแบบจำนวนเครื่องอยู่ที่ 2 เราเป็นที่ 1 ในประเทศอินโดนีเซียและกัมพูชา”
สำหรับตลาดในไทย OPPO Reno Series ถือเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมเสมอมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพอย่างจัดเต็ม ล่าสุด OPPO ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลก พัฒนา AI สู่การเป็น OPPO AI Phone เครื่องแรกที่ดีที่สุดสำหรับคนรุ่นใหม่ เปิดตัว OPPO Reno12 Series 5G เพื่อปฏิวัติตลาดสมาร์ทโฟนในไทย ยกระดับแนวคิดจาก “The Portrait Expert” สู่ “The AI Portrait Expert” ตอบโจทย์พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่มองหาทั้งเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพไปพร้อมๆ กับการใช้งานด้าน AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ภาพถ่ายที่สวยงามแบบไร้ที่ติในพริบตา ซึ่งหลังจากเปิดตัวไปที่ประเทศจีน เรียกได้ว่าได้รับผลตอบรับเป็นที่น่าภาคภูมิใจ ทั้งในด้านการเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางเจ้าแรกที่มี AI จึงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคและสื่อมวลชน อีกทั้งยังมาพร้อมดีไซน์โฉมใหม่แบบ Futuristic Fluid มอบริ้วคลื่นสุดล้ำในสีเงิน Astro Silver ที่ให้ความรู้สึกถึงความล้ำสมัยในยุค AI อีกด้วย
OPPO เชื่อว่าปัจจุบันกำลังถึงจุดเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง จากยุคของสมาร์ตโฟนกำลังจะเข้าสู่ยุคของ AI Phone อย่างเต็มตัว ด้วยเหตุนี้ ออปโป้จึงจัดตั้ง OPPO AI Center โดยมุ่งเน้นวิจัยและพัฒนาด้าน AI และแอปพลิเคชันโดยเฉพาะเพื่อเสริมขีดความสามารถ AI และพัฒนาผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ ที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง

พฐนนฐ์ อมรประดิษฐ์กุล ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ออปโป้แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ออปโป้จะเพิ่ม Generative AI ในสมาร์ทโฟนทั้งหมด ตั้งแต่ Find N Series, Find X Series, Reno Series และ A Series สู่การเป็น AI Phone ที่เข้าถึงทุกคนได้อย่างแท้จริง โดยการใช้งาน AI จากออปโป้ในปัจจุบันจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ Generative AI จากออปโป้จะเข้ามายกระดับประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวันใน 2 ด้านสำคัญ คือการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และความคิดสร้างสรรค์เฉพาะบุคคล
1. การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient Productivity): การสรุปเอกสารหรือไฟล์บันทึกเสียง (Document/recording Summarization), การแปลเอกสาร (Document Translation), การสร้างข้อความหรือการตอบโต้ (Copy/response Generation)
2. ความคิดสร้างสรรค์เฉพาะบุคคล (Personalized Creativity) : ยางลบ AI (AI Eraser), การปรับแต่งคุณภาพของรูป (Image Quality Enhancement), การสร้างรูปภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Image Generation) และการสร้างอีโมจิ (Emoji Generation)
ที่ผ่านมา OPPO มีทรัพยากรและพัฒนาเทคโนโลยีทางด้าน AI เอง เช่น สิทธิบัตร AI โมเดล AI ขนาดใหญ่ และเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ นอกจากนี้ ออปโป้ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก เช่น Google, Microsoft, MediaTek, Qualcomm และอีกมากมาย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้น เช่น OPPO Reno 12 Series 5G จะมี Generative AI จาก Google อย่าง Gemini ที่มาพร้อมฟีเจอร์ AI Toolbox เช่น AI Writer และ AI Recording Summary เพื่อเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมี AI จาก Microsoft ช่วยในการสร้างเสียงพูดและเข้าใจข้อความต่างๆ