ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้นำด้านแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลก เปิดตัวแบรนด์แฟชั่นใหม่ล่าสุดที่จะมาสร้างสีสันให้กับตลาดฟาสต์แฟชั่นในประเทศไทยและท้าชิงส่วนแบ่งการตลาด
OVS (โอวีเอส) ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2515 ในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี และเป็นแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นอันดับหนึ่งในอิตาลี ประกอบไปด้วยสินค้าสำหรับสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และเด็ก ปัจจุบันมีร้านมากกว่า 1,300 สาขา ทั้งในอิตาลีและต่างประเทศ โดยร้านในประเทศไทยดำเนินงานบริหารโดยบริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้นำเข้าแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกหลากหลายแบรนด์ และเป็นอันดับหนึ่งในตลาดรีเทลประเทศไทย เจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการนำเข้าแบรนด์ OVS แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เริ่มสูงขึ้นในตลาดฟาสต์แฟชั่นในประเทศไทย
“ตลาดแฟชั่นยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจอยู่เสมอ ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น ต้องการที่จะนำแบรนด์ที่มีคุณภาพและมีสไตล์ไม่เหมือนใครเข้ามา เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงการแต่งตัวในแบบอิตาเลียนสไตล์ ในราคาที่จับต้องได้ ซึ่ง OVS เป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในประเทศอิตาลีและมีศักยภาพสูงที่จะแข่งขันในตลาดเมืองไทย
เป้าหมายของเราคือการเป็นผู้นำในตลาดรีเทลแฟชั่นของประเทศไทย และในการที่จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ เราต้องพัฒนาประสิทธิภาพและคุณค่าของแบรนด์ในเครือ ขณะเดียวกัน การนำเข้า
แบรนด์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแบรนด์ OVS ที่มั่นใจได้ว่าจะเติบโตได้ดีในประเทศไทย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าว
ตลาดเสื้อผ้าในประเทศไทยเติบโตขึ้นถึง 4.4 เปอร์เซ็นต์ในปีพ.ศ. 2560 และคาดว่า ในปีนี้จะเติบโตขึ้นอีก 4.1 เปอร์เซ็นต์หรือมีมูลค่าสูงถึง 234 พันล้านบาท โดยไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น คาดว่าบริษัทฯ จะมีรายได้จากสินค้าประเภทเสื้อผ้านำเข้าจากแบรนด์ต่างๆ สูงถึง 4 พันล้านบาท
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ของไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น “ผมเชื่อว่า กลยุทธ์เร่งการเติบโตของเราในปีพ.ศ. 2560 เป็นไปตามเป้าหมาย และมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานบางอย่างสำหรับแบรนด์ที่มีอยู่ รวมทั้งมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ด้วย”
แบรนด์ที่อยู่ภายใต้ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น เช่น Charles & Keith (ชาร์ลส แอนด์ คีธ), Esprit (เอสปรี) และ Bossini (บอสสินี่) เติบโตสูงกว่ามาตรฐานตลาด ซึ่งอยู่ที่ 19 เปอร์เซ็นต์ และยังมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง ส่วน Radley London (แรทลีย์ ลอนดอน) และ anello (อเนลโล่) มียอดขายรวมสูงถึง 430 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมาหลังจากเปิดตัวในประเทศไทยมาได้เพียง 1 ปี
“ความสำเร็จที่สำคัญของเราในปีพ.ศ. 2560 คือแบรนด์ใหม่ของเรา anello ซึ่งไปได้ดีเกินความคาดหมายในทุกด้าน ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นว่าเราวางกลยุทธ์ได้ถูกทาง และเราจะดำเนินการตาม กลยุทธ์นั้นอย่างต่อเนื่องในปีพ.ศ. 2561 ผมเชื่อว่า anello จะยังคงเติบโตสูงกว่ามาตรฐานตลาดต่อไป”
ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อให้เข้ากับปัจจุบันที่ผู้คนนิยมซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น มีแผนที่จะกระตุ้นตัวเลขด้วยช่องทางช้อปปิ้งออนไลน์ เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในตลาดฟาสต์แฟชั่นประเทศไทย
“ผู้บริโภคทุกวันนี้มีตัวเลือกมากมายในการเลือกซื้อสินค้า ทั้งในเรื่องของช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และเวลา การช้อปปิ้งออนไลน์เป็นเรื่องที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า ไมเนอร์เชื่อมโยงประสบการณ์ทั้งสองทางเข้าด้วยกัน ด้วยร้านค้าแบบออฟไลน์ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ วิธีนี้ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าอีกและให้การสนับสนุนแบรนด์ของเราเป็นอย่างดี”