แม้ว่าพล็อตหนังเรื่อง HER จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกอนาคต แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้มันได้เกิดขึ้นจริงๆ แล้วที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อบริษัทสตาร์ทอัพ แห่งหนึ่งสร้างแอปฯ หาคู่ให้คนมาใช้ แต่การจับคู่นี้ไม่ได้เป็นการจับคู่กับคนจริงๆ แต่เป็นการจับคู่ระหว่างคนที่มาใช้แอปฯ กับ AI Character ที่สร้างขึ้นในแอปฯ เพื่อช่วยให้คนได้บรรเทาความเหงาเปล่าเปลี่ยวนั่นเอง
คนญี่ปุ่นเหงากันแค่ไหน? มีข้อมูลว่า 2 ใน 3 ของผู้ชายในช่วงอายุ 20 ปีไม่มีคู่ และ 40% ไม่เคยออกเดทเลย ส่วนผู้หญิงในช่วงอายุเดียวกันมี 51% ยังไม่มีคู่ และ 25% ไม่เคยออกเดทเลย และนั่นยิ่งทำให้นอกจากอัตราการเกิดในญี่ปุ่นจะต่ำแล้ว อัตราความเหงาของคนหนุ่มสาวในญี่ปุ่นยังสูงมาก โดยในปี 2021 ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นก็เพิ่งจะแต่งตั้งเท็ตสึชิ ซากาโมโตะ ในตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเหงา” เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตความเหงาของคนในประเทศที่ ทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
และความเหงาจากการไม่มีคู่ก็เป็นอีกปัญหาที่ต้องการการแก้ไข
เพื่อแก้ปัญหานี้ บริษัทสตาร์ทอัพในประเทศญี่ปุ่นก็ได้สร้างแอปฯ ขึ้นมาให้คนเหงาได้ใช้เพื่อหาคู่ออกเดท เพียงแต่ว่าคู่ที่จะแมตช์ได้ในแอปฯ นั้นเป็น AI โดยแอปฯ นี้มีชื่อว่า Loverse โดยได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง HER ซึ่งใน HER จะมี AI ที่ชื่อSamantha (ให้เสียงโดย Scarlett Johansson) คอยเป็นเพื่อนพูดคุยแก้เหงา ส่วนใน Loverse ก็มีจะมี Miku เป็นเอไอที่จะคอยเป็นทั้งคนคุย คู่เดท ไปจนถึงขั้นแต่งงานเลยก็ได้
ว่าแต่ Miku ทำอะไรได้บ้าง? Miku จะคอยปลุกคุณในตอนเช้าเพื่อให้ตื่นไปทำงานเหมือนกับคู่รักทั่วๆ ไปที่ส่งข้อความหากันทั้งตอนเช้าและก่อนนอน นอกจากนี้คุณยังสามารถคุยกับ Miku ได้ว่าเที่ยงนี้ เย็นนี้จะกินอะไรดี หรือวันหยุดนี้จะไปเที่ยวที่ไหนดี หรือดูหนังอะไรดีนะ
การสร้างแอปฯ Loverse ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อให้คนหันมาสร้างความสัมพันธ์กับ AI แต่นอกจากการช่วยเยียวยาความเหงาให้กับคนที่ไม่มีคู่แล้ว มันยังเป็นเหมือนการฝึกให้คนที่ไม่เคยมีคู่ หรือร้างการมีคู่มานาน ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มความสัมพันธ์กับคนอย่างไร จะคุยอะไร จะสื่อสารยังไง จะเริ่มยังไง ให้กลับมามีความรู้สึกหรือมีประสบการณ์มากขึ้น
โดยในตอนนี้บริษัทผู้สร้างแอปฯ Loverse สามารถระดมทุนได้ถึง 30 ล้านเยน (190,000 ดอลลาร์สหรัฐ) แล้วเมื่อต้นปี และคาดว่าในอนาคตจะขยายตัวละครในแอปฯ ให้มากขึ้นเพื่อดึงดูดผู้ใช้ที่เป็นผู้หญิงและ LGBTQ และในตอนนี้ก็มีผู้ใช้งานกว่า 5,000 คนแล้ว ซึ่งนอกจากแอปฯ Loverse นี้แล้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางการเมืองโตเกียวเองก็เพิ่งจะทำแอปฯ หาคู่ออกมาให้ประชาชนใช้เพื่อแก้ปัญหาอัตราการแต่งงานและการเกิดต่ำของญี่ปุ่น
เรียกได้ว่าการไม่มีคู่ เป็นปัญหาระดับชาติไปแล้วจริงๆ
อ้างอิง https://www.japantimes.co.jp/business/2024/07/21/ai-bot-dating-startup/https://traveltomorrow.com/new-japanese-app-is-turning-ai-dating-into-reality/ https://www.independent.co.uk/asia/japan/japanese-startup-loverse-ai-dating-app-b2579818.html