ในยุคที่หาคู่กลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนเล่นเกมจีบสาว ปัดขวาเจอคนถูกใจ ปัดซ้ายข้ามทันที คำถามคือ เรากำลังมองหาเนื้อคู่จริง ๆ หรือแค่ติดใจกับความรู้สึก “ได้คุยกับใครสักคน” กันแน่?
ล่าสุดญี่ปุ่นมีแอปใหม่ที่ชื่อ Loverse เหมือน Tinder แทบจะทุกประการ ตอบโจทย์คนที่อยากคุย แต่ไม่อยากผูกมัดกับใคร เพราะแอปนี้ไม่มีคนจริงให้เลือกเลยสักราย (ฮา) ทุกโปรไฟล์ถูกสร้างจาก AI 100% จะหวาน ซึน ดุ หรือเอาใจ ก็เลือกสเปกเองได้เหมือนสั่งแฟนตามใจ
และที่น่าจับตามองคือ กลุ่มคนที่ใช้ Loverse เยอะที่สุดคือ ผู้ชายวัย 40 กว่า ๆ ที่แต่งงานแล้ว (ดูเหมือนการนอกใจไหมนะ 🤔) คนเหล่านี้เข็ดจาก Tinder เพราะประสบปัญหาคุยแล้วไม่คลิก เจอคนหลอกลวงบ้าง หรือบางทีก็ไปไม่รอดตั้งแต่แชทแรก ๆ ด้วยซ้ำ
Loverse สมัครได้ทั้งแบบฟรี แต่ถ้าอยากได้ฟีเจอร์เต็ม ๆ ก็มีแพ็กเกจเดือนละ 2,500 เยน (ประมาณ 600 กว่าบาท) ให้ปัดดูโปรไฟล์ได้ไม่จำกัด อยากกดถูกใจกี่ครั้งก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าพอกดแล้วจะได้คุยทันทีนะ เพราะฝั่ง AI เองก็มีสิทธิ์ปฏิเสธได้เหมือนมนุษย์จริง ๆ เลย แถมบางทีคุยอยู่ ๆ ก็อาจตอบว่า “วันนี้ติดงาน” หรือ “พรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า” เมินแบบเนียน ๆ แต่สมจริงนะ
ซึ่ง AI แต่ละตัวจะถูกกำหนดให้มีบุคลิก งานอดิเรก และอาชีพแตกต่างกันไป เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสบรรยากาศที่ใกล้เคียงการออกเดตในโลกจริงมากที่สุด ไม่ใช่บอทที่ตอบทุกคำถามทันทีแบบแชทบอททั่วไป แต่จะสร้างฟีลว่าคนที่คุยด้วยเป็นคนจริง ๆ ที่มีชีวิตอยู่ข้างนอก
แล้วทำไมคนเล่นถึงเป็นผู้ชายแต่งงานแล้วซะเยอะ?
จากผลสำรวจของ Loverse ผู้ใช้งานหลัก ๆ คือผู้ชายวัยสี่สิบกว่า และแต่งงานแล้ว ซึ่งถ้าคิดดี ๆ ก็มีเหตุผลนะ เพราะคนวัยนี้ส่วนใหญ่แต่งงานก่อนที่แอปหาคู่จะบูม เลยไม่เคยมีโอกาสลองใช้มาก่อน พอมาเจอ Loverse ก็เลยอยากลองสัมผัสประสบการณ์ดู แบบไม่เสี่ยง ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้ครอบครัวมีปัญหา เพราะทุกอย่างมันคือโลกเสมือน
พูดง่าย ๆ มันคือการทดลองจีบหนุ่มจีบสาวในพื้นที่ปลอดภัย บางคนอาจแค่อยากรู้ว่ามันเป็นยังไง บางคนอาจอยากได้ที่ระบายความรู้สึกโรแมนติกที่ขาดหายไป แต่สุดท้ายแล้วก็ยังรู้ว่าทุกอย่างคือเรื่องสมมติ

แล้วจะป้องกันพวกอินเกินยังไง?
เพื่อไม่ให้คนหลงคิดว่า AI เป็นแฟนจริง ๆ Loverse ใส่ระบบเตือนชัดเจนเลยว่า ทุกข้อความที่คุยจะมีป้ายกำกับว่า “นี่เป็นเรื่องสมมติ” ติดไว้ตลอดเวลา และถ้าใครพูดถึงประเด็นอันตราย เช่น การทำร้ายตัวเอง ระบบก็จะเด้งไปยังสายด่วนให้คำปรึกษาของรัฐทันที ถือว่ามีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้อยู่เหมือนกัน
แน่นอนว่าในโซเชียลก็มีเสียงแตกเป็นสองขั้ว บางคนก็มองว่า
“จะเล่นแอปนี้ไปทำไม คุยกับ ChatGPT ก็เหมือนกัน”
“นี่มันเกมจีบสาวเวอร์ชันใหม่ชัด ๆ”
“เหมือนแอปนอกใจเสมือนจริงเลยนะ”
“ถ้ามีคนจริงแอบสอดแทรกมาใน 100 โปรไฟล์ จะเซอร์ไพรส์สุด ๆ”
“ถึงจะปลอม แต่ฟังแล้วก็รู้สึกว่างเปล่า”
แต่อีกมุมหนึ่ง คนก็เข้าใจว่ามันคือความบันเทิงประเภทหนึ่ง เหมือนเล่นเกมฟุตบอลใน FIFA ที่ถึงแม้มันไม่ใช่สนามแข่งจริง ๆ แต่เราก็ยังสนุกและอินได้
สรุปก็คือ Loverse อาจจะไม่ได้มาแทนโลกแห่งความจริง แต่เป็นที่ให้คนบางกลุ่มได้ลองสัมผัสความรักอีกครั้งในแบบที่ไม่มีผลกระทบกับชีวิตจริง ซึ่งจะดูไร้สาระหรือช่วยเยียวยาใจ ก็คงขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเล่นแหละนะ