คุณเนลสัน เหลียง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีเอสเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือแรบบิท และรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่, บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราคือผู้ให้บริการการชำระเงินในรูปแบบ ไมโคร เพย์เม้นต์ หรือ Micro-payment อันดับ 1 ในกรุงเทพฯ ด้วยสมาชิกบัตรแรบบิทกว่า 8.5 ล้านคน เราเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นไลน์ ประเทศไทย ผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นไลน์ ที่คนทั้งประเทศใช้งานและมีแอพพลิเคชั่นไลน์เพย์อยู่ในโทรศัพท์ของทุกคน เอไอเอสผู้นำระบบสื่อสารครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และมีลูกค้ากว่า 40 ล้านคน บีทีเอส ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าครอบคลุมการคมนาคมทั่วกรุงเทพฯ และบัตรแรบบิท ที่มีฐานข้อมูลสมาชิกและร้านค้าต่างๆ มากมาย การร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้เราเป็นผู้นำอันดับ 1 ของการให้บริการทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ ที่สามารถผลักดันสังคมไทยไปสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ที่ภาครัฐตั้งใจขับเคลื่อนได้อย่างแน่นอน”
โอกาสจาก Cashless Society
คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย กล่าว “ประโยชน์จากการก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดหรือ Cashless Society สามารถเปลี่ยนประเทศไทยได้ และเป็นมากกว่าความสะดวกสบาย ในการที่ผู้ใช้ไม่ต้องพกเงินสดไปทุกที่ เพราะ 87% ของคนไทยไม่มีบัตรเครดิตและยังเข้าถึงการชำระเงินที่ไม่สะดวก ทำให้การชำระเงินผ่านมือถืออย่าง Rabbit LINE Pay สามารถช่วยแก้ปัญหาในข้อนี้ได้ ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้ให้เข้าสู่สังคมที่ไม่ใช้เงินสดหรือ Cashless จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราเชื่อมั่นว่าพันธมิตรในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น AIS ที่เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถืออันดับ 1 Rabbit ที่เป็นผู้นำด้านไมโครเพย์เม้นต์ และ Mass Transit อันดับ 1 และ LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มอันดับ 1 จะผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดได้จริง
คุณปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS อธิบายว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็น Critical ที่จะทำให้ภาพรวม Mobile Money ในประเทศไทยเติบโต แต่ความท้าทายคือ แพลตฟอร์มนี้จะได้รับความนิยมมากหรือน้อยขึ้น อยู่กับพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งหมด ว่าจะคลิกกับพวกเขาหรือเปล่า และสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ 100% หรือเปล่า ซึ่งเราสามารถเห็นพฤติกรรมการจ่ายเงินรูปแบบนี้ได้ในประเทศจีน ที่คนทั้งประเทศจ่ายเงินด้วยมือถือ เป็นพฤติกรรมที่สุดขั้วของ Cashless Society”
“Ecosystem ของเราแข็งแรงและพร้อมด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว เราเชื่อว่าเราเป็น Local Platform ที่ดีกว่า เพราะเราและพาร์ทเนอร์ต่างมี Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ Endloop ของเราแข็งแรงกว่า 10 เท่า”
สิ่งที่เกิดขึ้น คือการขยายขีดความสามารถ Mobile Money Platform จาก 3 พาร์ทเนอร์ ที่เป็นผู้นำตลาดในแต่ละด้านทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการใช้ศักยภาพ ทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และองค์ความรู้ทั้งหมดที่ผู้นำทั้ง 3 มี เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าโลกธุรกิจในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถยืนหยัดและเติบโตต่อไปได้ด้วยตัวคนเดียวแล้ว AIS ได้รู้แล้วว่าเป้าหมายในการเป็น Digital Life Service Provider คือการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งและเติบโตไปพร้อมกัน นั่นคือการเดินเข้าสู่ยุคของ End of Alone อย่างแท้จริง