ย้อนไปเมื่อปี 2554 กลุ่มเซ็นทรัล รุกตลาดยุโรปเป็นครั้งแรก ประเดิมด้วยการเข้าซื้อกิจการ รีนาเชนเต (Rinascente) ห้างสรรพสินค้าหรูแห่งอิตาลี อายุ 150 ปี ที่มีสาขา 9 แห่งทั่วประเทศ เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับ “ทุนค้าปลีกสัญชาติไทย” ในการก้าวออกไปเป็นผู้เล่นระดับโลก
หลังผ่านไป 13 ปี ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของรีนาเชนเต ที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ซีอาร์ซี ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะในแง่ของการทำสถิติยอดขายที่สูงสุดเป็นประวัติการเมื่อปี 2566 ที่สามารถทำยอดขายได้สูงถึงประมาณ 1 พันล้านยูโร หรือร่วม 4 หมื่นล้านบาท
คุณญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC บอกว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของเซ็นทรัล รีเทล ที่ต้องการเข้าสู่ Luxury Retail Market อย่างเต็มรูปแบบ ประกอบกับ การมองเห็นเทรนด์การเติบโตของของสินค้า Luxury ที่ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อ จึงได้มองหาตลาดต่างประเทศ และเห็นศักยภาพ และ Opportunity ของตลาดยุโรปที่เป็นศูนย์กลางแฟชั่นของโลก มีความโดดเด่นในเรื่องของสินค้าลักชัวรี่ และเป็น Tourist Destination ดังนั้นในปี 2554 เซ็นทรัล รีเทล จึงได้เข้าไปลงทุนที่ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ซึ่งเป็นห้างที่เก่าแก่ที่สุดในอิตาลี และมีประวัติอันยาวนานกว่า 160 ปี

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ภายหลังจากการเข้าซื้อกิจการ เซ็นทรัล รีเทล ได้ปรับโฉมห้างจาก Traditional Store ให้กลายเป็น Luxury Store ซึ่งเป็น Iconic Landmark และเป็นจุด “Must-visit” ของนักท่องเที่ยว รวมถึงเป็นศูนย์กลางแห่งตลาดลักชัวรี่ระดับโลก ซึ่งสามารถตอบโจทย์ลูกค้าทั้งกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และกลุ่มนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างครบวงจร โดยเฉพาะสาขาแฟลกชิปสโตร์ คือ สาขามิลาน และโรม เวีย เดล ตริโตเน
พร้อมทั้งได้มีการยกระดับรีนาเชนเตสาขาอื่นๆ รวมถึงเปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเว็บไซต์ Rinascente.it และบริการ Rinascente On Demand Chat & Shop จนปัจจุบันรีนาเชนเตถือเป็น Luxury Retail อันดับ 1 ในอิตาลี และมีทั้งหมด 9 สาขา ใน 8 เมืองสำคัญ ที่เป็นศูนย์กลางด้านแฟชั่นและการช้อปปิ้งระดับโลก ได้แก่ สาขามิลาน, โรม เวีย เดล ตริโตเน, โรม เปียซซาฟิอุเม, ตูริน, ฟลอเรนซ์, คัลยารี, ปาแลร์โม, กาตาเนีย และ มอนซ่า รวมพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 74,000 ตารางเมตร ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 5,000 คน
โดยห้างรีนาเซนเต ทั้ง 9 สาขาในอิตาลี ต่างก็อยู่ในทำเลที่เป็น Strategic Location ซึ่งเป็นย่านสำคัญของเมือง ทำให้สามารถผลักดันตัวเองให้ก้าวขึ้นมาเป็นเดสติเนชั่นของการช้อปปิ้งสินค้า Luxury ของแต่ละเมืองที่มีสาขาอยู่ได้เป็นอย่างดี
สำเร็จของห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ถือเป็นความภาคภูมิใจของเซ็นทรัล รีเทล ที่ได้เป็นธุรกิจค้าปลีกไทยรายแรกที่ประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจเข้าไปในประเทศอิตาลี และเข้าไปพัฒนาห้างรีนาเชนเต จนเติบโตแข็งแกร่งและได้เข้ามาเติมเต็มพอร์ต Luxury Retail ของเซ็นทรัล รีเทล ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสริมแกร่งทั้งในด้าน King of Luxury, King of Fashion และ King of Network ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดลักชูรี่ระดับเวิลด์คลาสของเซ็นทรัล รีเทล
ที่สำคัญที่สุด ความสำเร็จในการสร้างห้างรีนาเชนเต สู่ Luxury Retail อันดับ 1 ในอิตาลี ในวันนี้ ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยในการนำธงไทยไปปักในเวทีค้าปลีกระดับโลก แสดงให้เห็นว่าค้าปลีกไทยมีศักยภาพสูง และสามารถยืนหนึ่งบน Global Stage ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ส่วนก้าวย่างต่อไปในการสร้างการเติบโตทางของรีนาเซนเต นั้น มร.ปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ในเครือเซ็นทรัล รีเทล บอกกับเราว่า หลังจากที่เซ็นทรัล รีเทล เข้าซื้อกิจการห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ได้มีการลงทุนครั้งใหญ่ โดยปรับโฉมห้างทุกสาขาทั่วอิตาลี ตั้งแต่ช่วงปี 2554 - 2566 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยน Traditional Department Store สู่ Luxury Retail อย่างเต็มรูปแบบ

“ก้าวต่อไปของห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต จะมีการยกระดับห้างไปอีกขั้น โดยชูเอกลักษณ์ของรีนาเชนเตที่เป็นมากกว่าห้างสรรพสินค้า สู่การเป็น Media Company โดยมีการลงทุนพัฒนาห้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับโฉมห้างให้สวยงาม, การปรับพอร์ต Brand Mix ให้ทันสมัย, การยกระดับการให้บริการแบบ VIP เช่น บริการ Personal Shopper และการมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้า ผ่านการจัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เช่น การจัด Brand Take Over ร่วมกับแบรนด์ระดับโลกต่าง ๆ และการจัด Big Events อีกมากมาย ทำให้ห้างรีนาเชนเต สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และดึงดูดทั้งลูกค้าโลคอล ลูกค้าชาวไทย และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ตลอดทั้งปี”
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต บอกอีกว่า จากความสำเร็จในปี 2566 ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเตพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำการเป็น Media Company อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการปรับตัวให้เท่าทันกับความต้องการของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในปัจจุบัน และมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งและการบริการที่เหนือระดับ ด้วย 3 กลยุทธ์หลักที่จะทำให้ห้างรีนาเชนเต เป็นมากกว่า Store ไล่เรียงตั้งแต่
1.การผสานรีนาเชนเตให้เป็นหนึ่งเดียวกับเอกลักษณ์ของเมือง ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเตแต่ละสาขา จะมีจุดเด่นและสะท้อนจิตวิญญาณของเมืองที่ตั้ง ทั้งในด้านคอนเซปต์การออกแบบอาคาร รูปแบบเสา การตกแต่งภายใน โทนสี รูปทรง วัสดุ ไปจนถึงดีไซน์โลโก้และถุงช้อปปิ้ง ที่แต่ละสาขาจะมีความโดดเด่นไม่ซ้ำกัน พร้อมคัดสรรคอลเลกชันร้านค้าโดดเด่น-แบรนด์เนมชื่อดังประจำเมือง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้า
2.การเปลี่ยนรีนาเชนเตให้เป็นศูนย์รวมของการใช้ชีวิต โดยเน้น 3 ด้านหลัก คือ
House of Brand: ครบครันด้วยแบรนด์สินค้าที่ดีที่สุดจากอิตาลีและแบรนด์ระดับโลก ทั้งกลุ่มสินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ ความงาม เครื่องใช้ในบ้าน รวมถึงเคาน์เตอร์แบรนด์ลักชูรี่ต่างๆ อาทิ Gucci, Celine, Chanel, Dior, Louis Vuitton และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย
House of Entertainment: รีนาเชนเตไม่ได้เป็นเพียงห้างสรรพสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นศูนย์รวมประสบการณ์ที่สดใหม่ ตื่นเต้น และงดงามเหนือจินตนาการสำหรับลูกค้าทุกคน โดยมีการจัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย และ Big Event ที่เป็น Talk of the Town ร่วมกับแบรนด์ระดับโลก โดยในปีนี้ทางรีนาเชนเตเตรียมจัดอีเวนท์พิเศษที่ยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปีมากกว่า 400 งาน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั่วโลก
House of Values: มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ลูกค้า ควบคู่ไปกับการเดินหน้าสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยดำเนินธุรกิจบนแนวคิด “Keep it beautiful” ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม รวมถึงให้ความสำคัญกับเรื่องของการให้ความเคารพซึ่งกันและกัน, ความคิดสร้างสรรค์, อารมณ์ความรู้สึก, ความหลากหลายและเท่าเทียม รวมถึงการค้นคว้าวิจัย เพื่อให้เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง

3.การยกระดับรีนาเชนเตสู่การเป็น Media Company ด้วยเอกลักษณ์ที่แข็งแกร่งของห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต และ Business Model ที่แตกต่างจากห้างอื่นๆ ทำให้ห้างรีนาเชนเต เปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของแบรนด์ต่างๆ และเป็นเหมือนสื่อสิ่งพิมพ์หรือเวทีที่แบรนด์สามารถมานำเสนอจุดเด่นและบอกเล่าเรื่องราวความเป็นตัวเองได้ในพื้นที่ของห้าง เห็นได้จากโปรเจ็กต์ Brand Take Over ที่ห้างรีนาเชนเตได้ร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง
อาทิ การจัดกิจกรรม “Chanel Wonderland” ของ Chanel Beauty ที่แปลงโฉมห้างรีนาเชนเตสาขามิลาน ให้กลายเป็นงานศิลปะสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สว่างไสวไปทั่วทั้งใจกลางเมือง ประดับประดาส่วนหน้าของอาคารด้วยไฟโทนสีทอง พร้อมทั้งตกแต่งไฟให้มีลูกเล่นเป็นคำว่า Chanel เพื่อสื่อถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ และทำให้เกิดภาพที่เป็นลวดลายสวยงามและมีชีวิตชีวา สร้างความตื่นเต้นและความประทับใจให้กับทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ถือเป็นการขยายฐานลูกค้า ทำให้เกิดการบอกต่อในวงกว้าง และเสริมสร้างชื่อเสียงให้กับห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเตอีกด้วย
การทำตลาดบนแนวคิดของการเป็น Media Company ตามคำอธิบายของมร.ปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี นั้น มีเหตุผลมาจากการที่ในปัจจุบัน ลูกค้ามีความเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก มีความต้องการที่ค่อนข้างจะ Demanding หรือจากซื้อเพื่อแค่ดำรงชีวิตประจำวัน เปลี่ยนมาเป็น การมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เข้ามาตอบโจทย์และสะท้อนความเป็นตัวตนของแต่ละคน
“การทำตลาดบนแนวคิดของการเป็น Media Company ก็คือ เราไม่ได้เป็นห้างสรรพสินค้าที่ทำหน้าที่แค่ขายสินค้า แต่จะมีการแบ่งเซ็กชั่นต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ รวมถึง Content ที่น่าสนใจ โดยเจ้าของแบรนด์สามารถเอาแบรนด์ตัวเองเข้ามาทำกิจกรรมเพื่อให้ลูกค้ารู้จัก หรือสร้างความผูกพัน ตลอดจน การประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และตื่นตาได้ โดยเราจะใช้ห้างเป็นตัวช่วยโปรโมทให้”
การเปลี่ยนมุมมองในการทำตลาดผ่านรูปแบบที่ว่านี้ นอกจาก จะสามารถสร้างความตื่นตาให้กับทั้งรีนาเซนเต และแบรนด์ที่เข้าจัดอีเว้นต์แล้ว ยังเป็นตัวช่วยในการสร้างรายได้ ซึ่งหลังจากที่เริ่มต้นทำตลาดบนแนวคิดนี้เมื่อปี 2019 มีรายได้จากส่วนนี้ 2 ล้านยูโร ผ่านไป 3 ปี สามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เป็น 7 ล้านยูโรในปีที่ผ่านมา โดยมีแบรนด์ที่เข้ามาร่วมโปรโมทในปีที่แล้ว 125 แบรนด์ ซึ่งถือว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
“ตลอดระยะเวลามากกว่า 1 ศตวรรษ ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเตได้ดำเนินธุรกิจมาอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีแผนที่จะสร้าง Next Big Move คือ การเปิดตัว Beauty Hub ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ในปีพ.ศ. 2570 ที่สาขามิลาน บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ซึ่งการเปิดตัวนี้จะทำให้ห้างรีนาเชนเต กลายเป็น King of Beauty ในอิตาลี และผู้เล่นใหญ่เพียงรายเดียวในโลกของความงาม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และน้ำหอมของอิตาลี พร้อมทั้งมีบริการเฉพาะบุคคลอีกมากมาย เช่น ห้องส่วนตัวที่ทันสมัย และทรีทเมนต์เพื่อความงามหลากหลายรายการ ซึ่งการลงทุนครั้งนี้จะช่วยให้ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต มียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 80 ล้านยูโรต่อปี และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั่วโลก ตอกย้ำการเป็นเบอร์ 1 Luxury Retail ของอิตาลี” มร.ปิแอร์ลุยจิ กล่าวสรุปทิ้งท้าย