ผลจากการเหลือผู้เล่นในตลาดค้าปลีกที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตอยู่เพียง 2 ราย ในปัจจุบัน นั่นคือ โลตัส จากกลุ่มซีพี และบิ๊กซี ของเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่แม้จะดูเหมือนว่ายังคงมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง แต่เมื่อเทียบกับในอดีตแล้ว พบว่า ภาพการชิงชัยดูจะลดความเข้มข้นลงไปมาก
ขณะเดียวกัน ทั้งคู่ก็มีการมุ่งมาที่การให้ความสำคัญกับการทำกำไร โดยมองหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ อย่างการหันไปให้ความสำคัญกับเรื่องของพื้นที่เช่าในมอลล์ ที่นอกจากจะยังคงมีตัวเลขการเติบโตดีกว่า การเติบโตของสินค้าในกลุ่ม FMCG แล้ว ยังเป็นการเข้าไปรองรับกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ที่มองถึงการเข้ามาใช้บริการในร้านค้าปลีกที่เป็นมากกว่าแค่การช้อปปิ้ง แต่คือเรื่องของการใช้ชีวิต ซึ่งจะแตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง
การขยับตัวในเรื่องดังกล่าวของโลตัส คือภาพที่สะท้อนในเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี การปรับในครั้งนี้ มีการวางหมุดหมายให้โลตัสก้าวขึ้นไปเป็นมากกว่าแค่ร้านไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ขายสินค้าราคาถูก แต่เป็น SMART Community Center ศูนย์รวมการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทของคนในชุมชน ตามการบอกเล่าผ่านงานแถลงข่าวฉลองครบรอบ 30 ปีของ สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย จะประกอบไปด้วยกลยุทธ์สำคัญ 4 กลยุทธ์
ไล่เลียงตั้งแต่ 1.การเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับอาหารและอาหารสดคุณภาพสูง 2.การตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตรอบด้าน ทั้งความบันเทิง กิจกรรม รวมถึงการให้บริการแบบ Omni-channel เชื่อมต่อการให้บริการทั้งที่สาขาและแพลตฟอร์มออนไลน์ 3. การมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าและตรงใจในแต่ละบุคคล ด้วยโปรแกรมสมาชิกมายโลตัส และ 4. ความยั่งยืนในทุกมิติที่ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจในทุกๆ วัน

นอกเหนือจากนั้น ยังมีการเรื่องของจัดพอร์ตของแบรนด์ที่สอดรับไปกับฟอร์แมตของสโตร์แต่ละประเภทมีความลงตัวแล้ว จากเดิมที่เมื่อครั้งยังเป็นเทสโก้ โลตัสอยู่จะมีฟอร์แมตสโตร์หรือแบรนด์สโตร์ที่ค่อนข้างหลากหลายออกไป ไล่ตั้งแต่ เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้า ซึ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่เน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับบนขึ้นมาหน่อย ตัวอย่างสาขาในรูปแบบนี้ก็มีที่พระราม 4 และเลียบทางด่วนรามอินทรา เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์เทสโก้ โลตัส ที่เป็นฟอร์แมตของไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เทสโก้ โลตัส คุ้มค่า ซึ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กที่ใช้เจาะเมืองรอง รวมถึงฟอร์แมตของตลาดโลตัส ที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ฟอร์แมตดีพาร์เมนต์สโตร์ อย่างสาขาพัฒนาการ และเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นค้าปลีกไซส์เล็ก ซึ่งการเลือกวางแบรนด์และสโตร์ฟอร์แมตที่หลากหลายในช่วงเวลานั้น ส่วนหนึ่งต้องการที่จะให้แมตช์กับโลเคชั่นและกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ เช่นเดียวกับการทำเพื่อเลี่ยงข้อ จำกัดในเรื่องของกฎผังเมือง
แต่ภายหลังการกลับคืนสู่อ้อมกอดของกลุ่มซีพี นอกจากจะมีการรีแบรนด์จากเทสโก้ โลตัสมาสู่แบรนด์โลตัสแล้ว ยังมีการจัดพอร์ตของแบรนด์ใหม่ที่ใช้กับแต่ละฟอร์แมตสโตร์และมีความลงตัวแล้วในช่วงที่ผ่านมา ไล่เลียงตั้งแต่แบรนด์ โลตัส โกเฟรช ที่ถูกใช้กับทั้งร้านค้าปลีกไซส์เล็กที่เน้นขายสินค้าอาหารสดที่หลากหลายในกลุ่มผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ถูกวางให้เป็นมินิซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดพื้นที่ 80 – 300 ตร.ม. แล้วแต่ละโลเคชั่น โดยมีสินค้าที่วางขายในร้าน 300 – 8,000 รายการ

นอกจากนี้ โลตัส โกเฟรช ยังถูกใช้กับฟอร์แมตสโตร์ในรูปแบบของซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีขนาดพื้นที่ 500 – 1,200 ตร.ม. เน้นอาหารสดและของใช้จำเป็นในบ้าน มีสินค้าตั้งแต่ 8,000 – 12,000 รายการ ฟอร์แมตซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขยายในรูปแบบของมอลล์ใกล้บ้านที่ขยายเข้าไปในชุมชน โดยมีร้านอาหารที่หลากหลายเข้ามาเป็นแม่เหล็กสำคัญ ซึ่งโลตัสต้องการผลักดันตัวเองให้ก้าวขึ้นมาเป็น “ฟู้ด เดสทิเนชั่น” ของคนเมืองรุ่นใหม่ สาขาในรูปแบบนี้ที่เปิดไปแล้วก็มีที่ถนนสุทธิสาร และที่ซอยนวลจันทร์ เป็นต้น
อีกแบรนด์ ก็คือ โลตัส ที่เป็นฟอร์แมตไฮเปอร์มาร์เก็ตที่จับกลุ่มแมส มีขนาดพื้นที่ 2,000 – 10,000 ตารางเมตร มีสินค้าในสโตร์ 17,000 –36,500 รายการ เน้นขายสินค้าที่หลากหลาย โดยสาขาส่วนใหญ่จะพ่วงไปกับมอลล์หรือพื้นที่เช่า ที่ในช่วงหลังมีการปรับให้เข้ากับวิถีการใช้ชีวิตของคนเมืองรุ่นใหม่มากขึ้น โดยจะเติมร้านค้าในส่วนของร้านอาหารและแหล่งแฮงก์เอาท์เข้าไปเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่มากกว่าการมาสโตร์เพื่อช้อปปิ้งเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
ส่วนอีกฟอร์แมต คือโลตัส พรีเว่ ที่เปิดไปสาขาเดียวคือที่ ICS โดยฟอร์แมตในรูปแบบนี้จะถูกวางไว้ให้เป็นพรีเมียม ไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่เน้นขายสินค้าพรีเมียมนำเข้า มีสินค้าหลากหลายกว่า 27,000 รายการ มีพื้นที่ขาย 2,400 ตร.ม.
หากไล่เลียงการทำตลาดค้าปลีกของโลตัสแล้วจะพบว่า แต่ละฟอร์แมตต่างมีการแบ่งกลุ่มเป้าหมาย และทำตลาดกันในแต่ละเซ็กเม้นต์อย่างชัดเจน แต่ทั้งหมดนั้นจะเน้นให้ความสำคัญกับการทำตลาดสินค้าในกลุ่มอาหารสด ที่ถูกมองว่านอก จากจะมีความถี่ในการช้อปที่สูงกว่าสินค้าในกลุ่มฮาร์ดไลน์แล้ว สินค้าอาหารสดยังเข้ามาเป็นอีกจิ๊กซอว์ที่ต่อภาพการทำตลาดของกลุ่มซีพีที่เป็นผู้ผลิตสินค้าประเภทอาหารรายใหญ่ของบ้านเราอีกด้วย

ขณะที่ในส่วนของพื้นที่เช่า โลตัสมีพื้นที่เช่าอยู่ที่ประมาณ 830,000 ตารางเมตร จากจำนวนสาขาทั้งหมดกว่า 2,400 สาขา แบ่งเป็นฟอร์แมตไฮเปอร์มาร์เก็ต 177 สาขา ซูเปอร์มาร์เก็ต ภายใต้แบรนด์ โลตัส โก เฟรช 225 สาขา และโลตัส โก เฟรช ที่เป็นค้าปลีกไซส์เล็ก กระจายอยู่ในชุมชนอีก 1,783 สาขา
นับตั้งแต่การกลับคืนสู่อ้อมกอดของกลุ่มซีพีอีกครั้งของค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ต 1 ใน 2 รายของบ้านเราอย่างโลตัส ก็เป็นเสมือนการส่งสัญญาณให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดค้าปลีกบ้านเรา โดยเฉพาะในมุมของการแข่งขันที่นอกจากการแข่งกันเรื่องของการพัฒนาช่องทางขายให้เป็น Omni - channel ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างช่องทางขายออฟไลน์ คือการขายผ่านสาขากับออนไลน์แพลตฟอร์มต่างๆ เข้าเป็นเนื้อเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการช้อปในยุค New Smart Retail ที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อการทำตลาดค้าปลีกแล้ว
การแข่งขันที่รุนแรงในเรื่องของสงครามราคา ที่เปิดเกมใส่กันตลอดในช่วงกว่า 2 ทศวรรษของการถือกำเนิดขึ้นของค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตก็พลอยลดลงจนแทบจะไม่มีออกมาให้เห็น
ที่สำคัญ ยังเกิดความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการลงทุนขยายสาขา ที่ทั้งบิ๊กซี และโลตัสต่างลดการลงทุนในการขยายสาขาของไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ลง พร้อมกับหันไปเน้นการลงทุนในฟอร์แมตของสาขาที่มีพื้นที่ช้อปปิ้งมอลล์และมีซูเปอร์มาร์เก็ต ขนาดไม่ใหญ่นัก เป็นหนึ่งในแม่เหล็กแทน
ถือเป็นอีกภาพของสงครามค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงไป....