BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,248
VIEWS

โลตัส โกเฟรช - บิ๊กซีมินิ - ท็อปส์ เดลี่ แข่งอย่างไร ในวันที่ค้าปลีกไซส์เล็ก มีเซเว่น อีเลฟเว่น ครองตลาดแบบทิ้งห่าง

ก.ย. 12, 2567 R.Somboon
ข้อมูลวิเคราะห์จากสายงานวิจัยธุรกิจ กลุ่มกลยุทธ์และนวัตกรรม ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีการประเมินว่า ในปี 2567 มูลค่าตลาดของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะขยายตัวราว 5.7% มาอยู่ที่ 6.05 แสนล้านบาท เติบโตต่อเนื่องในปี 2568 คาดว่าจะขยายตัว 5.3% อยู่ที่ 6.38 แสนล้านบาท
 
ขณะที่ย้อนไปในปี 2566 มูลค่าตลาดร้านสะดวกซื้อเติบโตมาอยู่ที่ 5.73 แสนล้านบาท ขยายตัว 8.1% เมื่อพิจารณามูลค่าตลาดร้านสะดวกซื้อในช่วงปี 2561-2566 พบว่า ขยายตัวอยู่ราว 4.1% เฉลี่ยต่อปี โดยปัจจัยหนุนหลักที่ส่งผลให้ตลาดเติบโตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐ รวมทั้งความถี่ของกลุ่มผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าผ่านหน้าร้านมากขึ้น ทั้งพนักงานออฟฟิศ นักท่องเที่ยวต่างชาติ
 
เมื่อลงลึกในรายละเอียดของตลาดแล้วจะพบว่า เซเว่น อีเลฟเว่นยังคงครองเบอร์ 1 ด้วยจำนวนสาขาที่จะทะลุกว่า 1.5 หมื่นสาขาภายในสิ้นปีนี้ โดยมีส่วนแบ่งตลาดที่มีอยู่ในมือที่กว่า 70.8% ตามมาด้วยเบอร์ 2 คือโลตัส โกเฟรช มีส่วนแบ่งตลาด อยู่ที่ 10.6% ตามมาด้วยบิ๊กซี 4.5% ซีเจ 4.2% และอื่นๆ 9.9%
 
ด้วยเหตุที่เบอร์ 1 อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น มีส่วนแบ่งตลาดและจำนวนสาขาที่ค่อนข้างจะทิ้งห่างจากผู้ตาม โดยตัวเลขไตรมาส 2/2567 เซเว่น อีเลฟเว่น มีสาขาทั้งสิ้น 14,854 แห่ง อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 8,512 แห่ง ต่างจังหวัดทั่วประเทศ 6,342 แห่ง เป็นร้านที่บริษัทลงทุนเอง 7,546 สาขา และร้านแฟรนไชส์ 7,308 สาขา แน่นอนว่า บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ยังคงทุ่มงบลงทุนต่อเนื่องในปีนี้รวม 13,000 ล้านบาท เร่งขยายสาขาใหม่มากกว่า 700 แห่ง
 
ทำให้ไฮไลท์ของการแข่งขันที่น่าจับตามองส่วนหนึ่งจะมาอยู่ที่การแข่งกันของเบอร์รองๆ ในตลาด โดยโลตัส โกเฟรช ที่เป็นของกลุ่มซีพีเช่นเดียวกันเป็นเบอร์ 2 ที่มีจำนวนสาขาล่าสุดอยู่ที่ 1,783 สาขา และยังคงมีการเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละประมาณ 200 สาขา
 
ความน่าสนใจของการรุกตลาดของโลตัส โกเฟรช ไม่ใช่แค่การเดินหน้าขยายสาขาเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่จะทำอย่างไรให้ภาพของโลตัส โกเฟรช มีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากเซเว่น อีเลฟเว่น เพื่อไม่ให้กินแชร์กันเองมากนัก
 
โลตัส วางไว้ให้โกเฟรชเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก ที่นอกจากจะขายความสะดวกสบายในการให้บริการกับลูกค้าในชุมชนแล้ว สิ่งที่แตกต่างกับเซเว่น อีเลฟเว่น อย่างชัดเจนก็คือ การนำเสนอสินค้าที่ในกลุ่มที่เป็นอาหารสด โดยเฉพาะเนื้อหมู และเนื้อไก่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการขายสินค้าให้กับกลุ่มซีพี


ขณะที่เซเว่น อีเลฟเว่น จะเป็นคอนวีเนียน ฟู้ด สโตร์ที่เน้นกลุ่มอาหารกว่า 70% แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพร้อมทาน ซึ่งกลายเป็นข้อแตกต่างที่จับต้องได้มากที่สุด
 
สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย พูดไว้ในงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญฉลอง 30 ปีของโลตัสไว้อย่างน่าสนใจว่า การขยายสาขาของโลตัสที่รวมถึงสาขาขนาดเล็กอย่างโกเฟรชนั้น จะมีการนำเสนอสินค้าในแต่ละสาขาที่มีการ Customized ตามลูกค้าในแต่ละโลเคชั่น นั่นคือจะเป็นการนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด โดยใช้ดาต้าจากแพลตฟอร์มลอยัลตี้โปรแกรมอย่างมายโลตัส เข้ามาเป็นตัวช่วยในการคัดสรรสินค้า
 
ถือเป็นการรุกตลาดที่ออกมาใกล้เคียงกับเบอร์ 3 อย่างบิ๊กซี ที่มีการนำเรื่องของ “Store Assortment” ที่เป็นการคัดเลือกสินค้าให้หลากหลายตามความต้องการของลูกค้า ตามทำเลที่สาขานั้นๆ ตั้งอยู่
 
เป็นรูปแบบของการนำเสนอสินค้าในร้านที่ผู้เล่นในตลาดค้าปลีกของบ้านเรานิยมนำมาใช้ ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือการนำเสนอสินค้าของเซเว่น อีเลฟเว่น ผ่านการทำ Store Assortment โดยใช้วิธีการดึงฐานข้อมูลลูกค้าที่ได้มาจากระบบ CRM รวมถึงดาต้าที่เกิดจากจากการซื้อสินค้าในแต่ละสาขา, จาก Delivery เป็นต้น
 
พร้อมกับคิดคำนวณเอาสินค้าที่ขายดีที่สุด 20% มาจัดวางในตำแหน่งสำคัญและขยายพื้นที่เชลฟ์ สินค้าขายดีจะมี พื้นที่ขายประมาณ 2-3 แถว และจะมีการชั้นวางสินค้าไว้ในจุดที่ปะทะสายตาผู้บริโภค คือชั้นบนและกลาง รวมถึงการต่อยอด ด้วยการเอาสินค้าขายดีมาขยายไลน์ โดยตกลงกับผู้ผลิต ส่วนสินค้าที่ขายไม่ดีจะถูกลดเหลือเพียง 1 แถว และส่วนใหญ่จะถูก วางไว้ชั้นล่างหรือคัดทิ้งไป
 
การนำรูปแบบนำเสนอสินค้าในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการทำตลาดในยุคที่ดาต้าของลูกค้าเข้ามามีบทบาทต่อ ตลาดค้าปลีก ซึ่งจะช่วยในการบริหารพื้นที่ขายบนเชลฟ์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะเป็นการนำเสนอสินค้าที่ตรงกับ ความต้องการของลูกค้าในแต่ละโลเคชั่น
 
ตัวอย่างการทำตลาดในเรื่องนี้ของบิ๊กซีก็คือการนำเสนอสินค้าในสาขาที่อยู่ในแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จะมีการนำเสนอสินค้าในส่วนที่เป็นของฝากยอดนิยมในพื้นที่ที่มากกว่าสินค้าทั่วไป เป็นต้น
 
บิ๊กซี ยังคงให้ความสำคัญกับการขยายสาขาในรูปแบบของมินิบิ๊กซีหรือสาขาขนาดเล็ก สิ่งที่น่าสนใจก็คือการขยายสาขาใหม่ของบิ๊กซี มินิจะปรับสาขาให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น จากเดิมพื้นที่ 2-3 คูหา ไปสู่ขนาด 3-4 คูหา หรือมีพื้นที่ต่อสาขาประมาณ 60-100 ตร.ม. รองรับความต้องการของตลาด และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการกลุ่มสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น โดยตามแผนงานจะมีการขยายสาขาต่อปีประมาณ 200 สาขา
 
ตัวเลขในช่วงกลางปีที่ผ่านมา บิ๊กซีมีสาขาของบิ๊กซี มินิประมาณ 1,567 สาขา ในจำนวนนั้นจะเป็นสาขาของ       แฟรนไชส์ในไทย 51 สาขา ขณะเดียวกันยังมีสาขาของบิ๊กซี มินิในกัมพูชาที่เปลี่ยนชื่อจากร้านกีวี มาร์ท ที่บิ๊กซีเข้าไปเทก        โอเวอร์อีก 19 สาขา


นอกจากนี้ ยังมีสาขาในฮ่องกงอีก 24 สาขา ที่บิ๊กซี รีเทลได้ซื้อกิจการร้าน  AbouThai ทั้ง 24 สาขา ในฮ่องกง และเปลี่ยนชื่อเป็นบิ๊กซี (Big C) ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 พร้อมวางแผนเปิดสาขาเพิ่มปีละ 25 สาขา เพื่อให้มีสาขารวมมากถึง 99 สาขา ภายในสิ้นปี 2569
 
ส่วนที่รุกตลาดอย่างเข้มข้นอีกรายก็คือ ซีเจ เอ็กซ์เพรส ของคาราบาว กรุ๊ป ที่ตามแผนดำเนินธุรกิจ 3 ปี (ปี 2567-2569) จะมีการขยายสาขาครบ 2,000 แห่งภายในปี 2569 หรือเพิ่มสาขาใหม่อย่างน้อยปีละ 250 สาขา และตั้งเป้าหมายผลักดันรายได้แตะ 80,000 ล้านบาท จากปี 2566 อยู่ที่ 40,000 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายในระยะยาวคือปี 2575 ต้องมีร้านให้บริการลูกค้า 3,000 สาขา มีรายได้ระดับ 1 แสนล้านบาท
 
แม้จะมีการเลื่อนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ภาพที่ชัดเจนในการรุกตลาดของผู้เล่นรายนี้ก็คือ การรุกตลาดด้วยจุดขายที่แตกต่าง เน้นการขายสินค้าราคาถูกในกลุ่มโกรเซอรี่ โดยการรุกขยายสาขานั้น จะมีโมเดลของร้าน 3 รูปแบบ คือ ร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต มีพื้นที่ขายเฉลี่ย 300 ตารางเมตร มีลูกค้าเฉลี่ย 500- 600 คนต่อวันต่อสาขา
 
ส่วนโมเดลที่ 2 คือ ซีเจ มอร์ ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ มอลล์ ขนาดไม่ใหญ่ในกระจายอยู่ในชุมชน โดยมีร้านค้าในเครือเข้ามาเปิดร่วมกับร้านซีเจซูเปอร์มาร์เก็ต มีพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 2 ไร่ ภายในร้านมีสินค้าหลากหลายของเครือ เช่น สินค้าไลฟ์สไตล์ อูโนะ นายน์บิวตี้ สินค้าความงาม ร้านกาแฟและเครื่องดื่มบาว คาเฟ่ มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 800-1,000 คนต่อวันต่อสาขา
 
ขณะที่โมเดลที่ 3 ก็คือ ซีเจ เอ็กซ์ (CJX) ซึ่งเป็นร้านในโมเดลใหม่ที่เพิ่งทดลองเปิดไปไม่กี่สาขา เป็นร้านไฮบริดที่ทำทั้งค้าปลีกและค้าส่ง เพิ่งเปิดตัวช่วงปลายปีที่ผ่านมา เจาะทำเลในชุมชน ในลักษณะของป่าล้อมเมืองที่เริ่มเปิดสาขาแรกๆ ในเขตอำเภอรอบนอกของจังหวัดนครปฐม และสมุทรสาคร เพื่อทดลองการทำตลาด ซึ่งเป็นกลยุทธ์หนึ่งของผู้เล่นรายนี้ที่มักจะทดลองคิด Business Model ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
 
สิ่งที่น่าจับตามองสำหรับการแข่งขันในตลาดนี้อีกอย่างก็คือการหันมาให้น้ำหนักกับการรุกตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตไซส์เล็กของท็อปส์ ที่มีการรีแบรนด์ไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยปรับเปลี่ยนสาขาของแฟมิลี่มาร์ทที่หมดสัญญาแฟรนไชส์ มาเป็นท็อปส์ เดลี่ พร้อมกับเดินหน้าขยายสาขาด้วยการนำระบบแฟรไชส์มาใช้
 
ตัวเลขล่าสุดของท็อปส์ เดลี่จะมีสาขาอยู่ในมือประมาณ 511 สาขาตามแผนที่วางไว้ จะเดินหน้าขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ำกว่า 100 สาขา ซึ่งการให้น้ำหนักในการรุกตลาดไซส์เล็กมากขึ้นนั้น นอกจากการมองเห็นเทรนด์การเติบโตและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้าแล้วส่วนหนึ่ง ท็อปส์ยังมองถึงการวางให้ท็อปส์ เดลี่เป็นเน็ตเวิร์คในการเติมเต็มการทำตลาดในรูปแบบของออมนิแชนแนล ซึ่งสาขาที่กระจายอยู่ในชุมชนจะเป็นตัวช่วยในการส่งสินค้าให้กับลูกค้าที่ช้อปผ่านช่องทางออนไลน์


ปัจจุบัน ท็อปส์มีสาขาในทุกแฟร์แมตรวมๆ อยู่ที่ 702 สาขา กระจายใน 46 จังหวัด แบ่งออกเป็น  Tops Supermarket   141 สาขา Tops Food Hall  20 สาขา Tops daily  511 สาขาอื่นๆ ได่แก่ Tops Wine Cellar 3 สาขา และ มัทสึคิโยะ อีก 27 สาขา
 
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างที่ท็อปส์ เดลี่ใช้ในการแข่งขันในตลาดค้าปลีกไซส์เล็กก็คือ เรื่องของการนำเสนอสินค้า   ที่นอกจากจะมีตัวสินค้านำเข้ามาวางขายในร้านแล้ว ยังมีเรื่องของการดิสเพลย์สินค้า ที่มีการจัดรูปแบบออกมาเป็น “รูม       คอนเซ็ปต์” ที่แบ่งสินค้าแต่ละหมวดหมู่ให้ง่ายต่อการช้อปอีกด้วย
 
โดยท็อปส์ เดลี่จะใช้จุดแข็งของซัพพลายเชนที่ท็อปส์มีอยู่ รวมถึงการใช้แพลตฟอร์ม ลอยัลตี้โปรแกรมของกลุ่มเซ็นทรัลอย่างเดอะวัน ที่มีการท็อปอัพเบเนฟิตต่างๆ เข้าไปนอกเหนือจากการได้พ้อยท์ของเดอะวัน เข้ามาช่วยในการทำตลาด
 
เซเว่น อีเลฟเว่นอาจจะครองเบอร์ 1 อย่างทิ้งห่างคู่แข่งขัน แต่สำหรับการแข่งขันของเบอร์รองๆ ในตลาดนี้ ถือว่าน่าจับตามองไม่น้อย เพราะต่างฝ่ายต่างใช้จุดแข็งที่มีอยู่เข้ามาช่วยในการทำตลาด
 
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหลักในการสร้างกำไร อาจจะไม่เพียงพอเพราะลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อตลอดเวลา
 
โดยเฉพาะกับความต้องการสินค้าใหม่ๆ ในหมวดอาหารสด ผักผลไม้ อาหารพร้อมรับประทานและเครื่องดื่ม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความสะดวกในการซื้อสินค้าใกล้บ้าน จนกลายเป็นอีกการปรับเกมที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว....


สรุปภาพรวม “โลตัส” วันนี้มีกี่แบรนด์ - ฟอร์แมต ทำตลาดอย่างไรในวันที่ลูกค้าเปลี่ยนไป

โลตัส โกเฟรช - บิ๊กซีมินิ - ท็อปส์ เดลี่ แข่งอย่างไร ในวันที่ค้าปลีกไซส์เล็ก มีเซเว่น อีเลฟเว่น ครองตลาดแบบทิ้งห่าง

ท็อปส์ – โลตัส ปรับเกมรับเทรนด์ใหม่ค้าปลีกไซส์เล็ก

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact