ภาพสะท้อนที่บ่งบอกถึงความน่าสนใจของตลาดค้าปลีกภูเก็ตก็คือการออกมาประกาศแผนลงทุนเปิดลักชัวรี่ เอาท์เล็ต มอลล์ ในจังหวัดภูเก็ตของสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต ของบริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่าง 2 ผู้นำแห่งวงการค้าปลีกระดับโลก ได้แก่ สยามพิวรรธน์ เจ้าของและผู้บริหารโกลบอลเดสทิเนชั่นชั้นนำของไทย กับไซม่อน บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของโครงการระดับโลกที่เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช้อปปิ้ง ไดนิ่ง ความบันเทิง และโครงการมิกซ์ยูสจากสหรัฐอเมริกาที่จะเปิดในปี 2569
หลังจากที่ก่อนหน้านั้น เซ็นทรัลพัฒนาที่เข้าไปเปิดศูนย์การค้าในจังหวัดภูแก็ตถึง 2 แห่ง คือเซ็นทรัล เฟสติวัล และเซ็นทรัล ฟลอเรสต้า ที่ในส่วนหลังนี้จะเป็นศูนย์การค้าที่เน้นขายสินค้าลักชัวรี่แบรนด์แห่งแรกของภูเก็ต ก็ประกาศขยายพื้นที่ในส่วนที่เป็นสินค้าลักชัวรี่เพิ่มขึ้นจาก 2,000 ตารางเมตร เป็น 4,000 ตารางเมตร ภายในสิ้นปีนี้ และจะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 ตารางเมตร ภายในปีหน้า หรือเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัว
ขณะที่ในแง่ของแบรนด์นั้นจะมีการเพิ่มแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาจาก 14 แบรนด์ที่มีอยู่ อาทิ BALENCIAGA, BOTTEGA VENETA, BURBERRY, CHRISTIAN LOUBOUTIN, DIOR, GUCCI, HERMÈS, LOUIS VUITTON, OMEGA, PMT THE HOUR GLASS, SAINT LAURENT, VERSACE และ ZEGNA เป็นกว่า 30 แบรนด์ โดยภายในสิ้นปีนี้จะมีแบรนด์ดังอย่าง PRADA เข้ามาเปิดให้บริการในศูนย์ โดยการเติมแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามานั้น ส่วนหนึ่งจะเป็นแบรนด์ที่เข้ามาเปิดช้อปครั้งแรกในบ้านเรา โดยเฉพาะแบรนด์จากฝั่งยุโรป

การเพิ่มพื้นที่ขายมากขึ้นนี้จะตามมาด้วยการขยายไลน์สินค้าของแบรนด์ลักชัวรี่ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มแฟชั่น ซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มแม่เหล็กในการดึงดูดลูกค้าเข้ามาช้อปในศูนย์มากขึ้น จากเดิมที่ทั้ง 2 ศูนย์ของเซ็นทรัลพัฒนา คือเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม และเซ็นทรัล ฟลอเรสต้า จะมีทราฟฟิกรวมกันประมาณวันละ 80,000 คน ในจำนวนนั้นจะเป็นทราฟฟิกของเซ็นทรัล ฟลอเรสต้า ประมาณ 50,000 คนต่อวัน
คาดว่า หลังการเพิ่มพื้นที่และเพิ่มแบรนด์ รวมถึงการทำ Relocate กับแบรนด์ต่างๆ ที่มีอยู่ในศูนย์แล้ว น่าจะสามารถเพิ่มตัวเลขทราฟฟิกได้เป็น 60,000 คนต่อวัน โดยยังรวมแบรนด์ Lifestyle ระดับโลกที่ขยายสาขาออกนอกกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก เช่น COACH, KATE SPADE, KENZO, MICHAEL KORS, SAMSONITE, LUSH เป็นต้น
นอกจากการเติมเต็มแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาไว้ในศูนย์การค้าแล้ว เซ็นทรัลพัฒนายังมีการจับมือกับแบรนด์ดัง เพื่อทำ กิจกรรมการตลาดร่วมกัน อย่างในช่วงที่ผ่านมา มีการจัดอีเวนท์ที่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกใน Southeast Asia กับ CHRISTIAN LOUBOUTIN เปิดตัว "Loubi’s on the beach" Pop-up Store สร้างสรรค์พื้นที่ให้เป็น Tropical Paradise สวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในแฟชั่น ผสมผสานความหรูหราในสไตล์บีช เป็นต้น

ทำไมถึงต้องเป็น “ภูเก็ต”
คำตอบจาก ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer ของเซ็นทรัลพัฒนา ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย โดยเขาบอกว่า ศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกและเป็นจังหวัดที่สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวได้กว่า 360,000 ล้านบาทต่อปี ดึงดูดทั้งคนไทย-ต่างชาติ ทำให้กลายเป็นโอกาสทางการตลาดที่น่าสนใจ ประกอบกับ Strategic Location ของเซ็นทรัล ภูเก็ต ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และเป็นแลนด์มาร์คของคน Local-International มาโดยตลอด ส่งผลให้ Traffic Recovery ปี ’66 โตขึ้นจากปี 2562 ถึง 120% และหากนับจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงสุด 5 ประเทศ ได้แก่ จีน, รัสเซีย, เกาหลีใต้, ฮ่องกง และอเมริกา
เช่นเดียวกับการที่จังหวัดภูเก็ต ได้ก้าวขึ้นมาป็นจังหวัดที่สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจเป็นอันดับที่ 2 รองจากกรุงเทพฯ ในปี 2566 โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวถึง 380,000 ล้านบาท และในปี 2567 ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวที่ 450,000 ล้านบาท คาดว่าตลอดทั้งปี 2567 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าภูเก็ตกว่า 12 ล้านคน คิดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ
ไม่เพียงเท่านั้น ภูเก็ตยังถือเป็น “บ้านหลังที่ 2 ” ของเศรษฐีชาวไทยและต่างชาติ ด้วย Infrastructure ที่พร้อมรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทั้งแผนขยายสนามบินภูเก็ต เฟส 2 ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 มีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ โรงพยาบาล, โรงเรียนนานาชาติ, ท่าเรือยอชท์, สนามกอล์ฟ และ Private Jet เป็นต้น และเซ็นทรัล ภูเก็ตจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มเมืองตอบโจทย์ของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริม Sustainable Economy ให้ภูเก็ตเป็น Hub ระดับโลกในหลายมิติ อาทิ Culinary, Medical & Wellness, Sport Tourism, Education, Smart City, Marina และ MICE อีกด้วย
ภาพความพร้อมด้านกำลังซื้อของจังหวัดภูเก็ต สามารถสะท้อนจากจำนวนห้างค้าปลีกที่มีมากถึง 14 แห่ง และไฮเปอร์มาร์เก็ตอีก 19 แห่ง โดยปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลมีการลงทุนในภูเก็ตมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ประกอบด้วย 4 ศูนย์การค้า, 5 ห้างสรรพสินค้า, 7 โรงแรม, 3 คอนโดมิเนียม รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ในกลุ่ม อาทิ ซูเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, ไทวัสดุ, บีเอ็นบี โฮม, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, Tops Food Hall, Tops Market, Tops Daily, Tops Vita เป็นต้น

ดร.ณัฐกิตติ์ บอกอีกว่า จากฐานข้อมูล The1 ชี้ให้เห็นว่าลูกค้าของเซ็นทรัล ฟลอเรสต้า ภูเก็ต มียอดใช้จ่ายต่อคนสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัฒนาทั่วประเทศ โดยลูกค้า Wealth Segment ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต มีการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้า Wealth ของสาขาอื่นๆ ถึง 45% สะท้อนการเติบโตของตลาดสินค้าลักชัวรี่ในไทย ที่ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดประมาณ 1.6 แสนล้านบาท โดยตลาด Luxury ไทยขยายตัวถึง 5.62% จนถึงปี 2028 คาดว่าจะแซงหน้าตลาดสิงคโปร์
ที่น่าสนใจก็คือหากมองย้อนหลังไปกว่า 2 ทศวรรษที่แล้วจะพบว่า ภูเก็ตยังคงเป็นแค่เมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยว และส่วนใหญ่มักจะบินต่อไปสิงคโปร์หรือฮ่องกง เพื่อช้อปปิ้งสินค้าลักชัวรี่แบรนด์ก่อนกลับบ้าน ทำให้ผู้เล่นในตลาดค้าปลีกบ้านเรา พยายามเติมเต็มในเรื่องของการช้อปปิ้ง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มลักชัวรี่ แบรนด์เข้ามา ทำให้ ภูเก็ตกลายเป็นแห่งที่ 2 ของไทย ที่เป็นเดสทิเนชั่นในเรื่องของการช้อปปิ้งสินค้ากลุ่มนี้
มีการมองกันว่า การก้าวขึ้นมาเป็นเดสทิเนชั่นของการช้อปปิ้งสินค้าลักชัวรี่ นอกกรุงเทพฯ นั้น สิ่งที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดสำคัญอีกอย่างก็คือการมี Exclusive Item ที่จะมีแค่ในเมืองท่องเที่ยวชายทะเลระดับโลกอย่างซานโตรินี ไมอามี่ บีช ริเวียร่า ฮาวาย ซิดนีย์ ดูไบ ฮ่องกง ทำให้สามารถดึงดูดนักช้อปได้ค่อนข้างดี โดยไม่เพียงแค่นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังมีนักช้อปชาวไทยที่บินมาช้อปรุ่นที่ไม่สามารถหาซื้อได้ในกรุงเทพฯ ทำให้หลายแบรนด์ประสบความสำเร็จมียอดขายติดอันดับสูงสุดที่เซ็นทรัล ภูเก็ต และในบางสินค้าสามารถทำยอดขายติดอันดับเป็น Top Rank ของโลก
อย่างไรก็ตาม การเปิดสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต ในปี 2569 น่าจะเป็นอีกจิ๊กซอว์สำคัญที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มให้กับการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีแหล่งช้อปปิ้งที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งว่าไปแล้วเมืองท่องเที่ยวสำคัญหลายๆ แห่งก็มักจะมีร้านค้าปลีกในรูปแบบของพรีเมียม เอาท์เล็ต มอลล์เข้าไปเปิดให้บริการ
แน่นอนว่า การมีกลุ่มไซม่อนเข้ามาถือหุ้น ทำให้ได้เรื่องของคอนเน็คชั่นในการดีลกับแบรนด์ดังให้เข้ามาเปิดในศูนย์ และจากการเปิดสาขาที่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิก็เป็นภาพสะท้อนที่ดี เพราะมีแบรนด์ดังเข้ามาเปิดในสาขาแรกนี้ถึงกว่า 300 แบรนด์ ทั้งร้านค้าลักชัวรี่ แบรนด์ แบรนด์ของดีไซเนอร์ที่เป็นที่ชื่นชอบและได้รับความนิยมสูงสุด รวมถึงแบรนด์ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล และแบรนด์ไทยต่างๆ โดยมีไฮไลท์แบรนด์ที่มีเฉพาะที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น อาทิ BALENCIAGA, BURBERRY, VERSACE, MARC JACOBS, KARL LAGERFELD, REBECCA MINKOFF, LONGCHAMP, BOSS, MONTBLANC, SWISS WATCH GALLERY, FRED PERRY, NIKE UNITED SPO, POMELO, SIAM TAKASHIMAYA เป็นต้น
เป็นอีกการเติมเต็มให้ตลาดค้าปลีกของภูเก็ตมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น....