อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสของเซ็นทรัลพัฒนาในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้มองแค่การทำศูนย์การค้า แต่คือการสร้างย่านการค้าให้เกิดขึ้นในเมืองต่างๆ ของบ้านเรา โดยภูเก็ตถือเป็นจังหวัดที่ผู้เล่นรายนี้เข้ามาทำตลาดมานานกว่า 20 ปีมาแล้ว
การเดินหน้าทุ่มงบอีก 7,000 ล้านบาท เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับ “เซ็นทรัล ภูเก็ต” ในครั้งนี้จึงถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นการมองภาพรวมในเรื่องของการสร้าง Downtown Economy ระดับโลก ให้ภูเก็ตเป็นเดสติเนชั่นที่คน “มาอยู่” มากกว่าแค่มาเที่ยว ดึงดูดกลุ่ม Long-stay, นักท่องเที่ยวคุณภาพ และ Global wealth พร้อมโครงสร้างเมืองครบทั้ง Lifestyle, Culture, Fine dining, Coastal Living และ Wellness ที่เรียกได้ว่า เป็นการยกระดับให้ CBD ของภูเก็ตมีความน่าสนใจเทียบเท่ากรุงเทพฯ และเมืองชายทะเลชั้นนำของโลก

ทำไมภูเก็ตถึงถูกให้ความสำคัญขนาดนั้น และการขยับตัวในครั้งนี้มีการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบอะไรเข้าไปบ้าง เพื่อยกระดับไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ เรามองลองทำความเข้าใจกัน โดยเริ่มจาก
1.จังหวัดภูเก็ตถือเป็นที่แรกๆ ที่เซ็นทรัลพัฒนาเปิดศูนย์การค้า 2 แห่งในทำเลเดียวกันแค่มีถนนกั้น โดยเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัลที่จับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมในปี 2004 ตามมาด้วยเซ็นทรัล ฟอเรสต้า ปี 2018 ที่เป็นศูนย์การค้าที่ทำตลาดสินค้าลักชัวรี่ แบรนด์ที่แรกนอกเขตกรุงเทพฯ
2.ทั้ง 2 ศูนย์มีพื้นที่ขายรวมกัน 500,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ขายของเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต 300,000 ตารางเมตร และเซ็นทรัล ฟอเรสต้า 200,000 ตารางเมตร ถือเป็นศูนย์การค้าที่มีพื้นที่ขายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของศูนย์การค้าที่เซ็นทรัลพัฒนามีอยู่ รองจากเซ็นทรัลเวิลด์ที่มีพื้นที่ขาย 550,000 ตารางเมตร เป็นศูนย์การค้าระดับรีจินัล มอลล์ของเซ็นทรัลพัฒนา
3.แม้จะมีพื้นที่ขายใหญ่เป็นอันดับ 2 แต่ในแง่ของยอดขายต่อตารางเมตรมีตัวเลขสูงกว่าศูนย์อื่นๆ ในเครือถึง 2.5 เท่า ผ่านฐานลูกค้า VVIP ระดับ Tycoon กว่า 3,000 คน โดยมีลอยัลตี้ แพลตฟอร์มอย่าง The 1 Ecosystem ช่วยเชื่อมโยงกลุ่มลูกค้า Wealth ทั่วประเทศในการเข้ามาใช้จ่ายในศูนย์ โดยนักท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ที่เข้ามาใช้จ่ายในศูนย์ก็คือรัสเซีย ยุโรป และอเมริกา โดยมีนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลาง เป็นอีกกลุ่มเป้าหมายที่มีการเติบโตแบบน่าจับตามอง
4.ภูเก็ตในวันนี้ ก้าวไปอีกขั้นมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว ด้วยการเป็นศูนย์กลางระดับโลกในหลายด้านทั้ง Medical, Wellness และ Hospitality อีกทั้งการเติบโตของ Branded Residences ต่อเนื่อง โดยจะมีวิลล่าเปิดใหม่ระดับ High-end ถึง Ultra Luxury รองรับการใช้ชีวิตเป็นจุดหมายของ Global Wealth และ Long-stay Residents ทั่วโลก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจภูเก็ตจาก Visitor Economy สู่ Living Economy อย่างชัดเจน นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เซ็นทรัลพัฒนามีการทุ่มงบถึง 7,000 ล้านบาท ขยายพื้นที่ในส่วนของรีเทล ทั้งฝั่งเฟสติวัลและฟอเรสต้า มีการเติมแบรนด์แฟชั่น ร้านอาหาร รวมถึง ‘‘World-class Arena for Entertainment & Culture’ เข้าไป เพื่อทำให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ เดสติเนชั่นที่สมบูรณ์แบบ โดยในฝั่งฟอเรสต้าจะมีการเพิ่มพื้นที่ขายของลักชัวรี่แบรนด์เข้าไปอีกเท่าตัว จาก 10,000 ตารางเมตร เป็น 20,000 ตารางเมตร
5.ส่วน Luxury Brands นั้นจะมีการรวม Luxury Brands ระดับต้นๆ ของโลก อาทิ Balenciaga, Gucci, Hermes, Louis Vuitton, PMT The Hour Glass, Saint Laurent, Versace, Zegna โดยมีแบรนด์ที่เปิด Exclusive ครั้งแรกนอกกรุงเทพฯ: Balenciaga/ Bottega Veneta / Bvlgari/ Burberry / Dior / Gucci / Hermes / Louis Vuitton/ Omega/ Pmt The Hour Glass/ Prada / Saint Laurent / Versace / Tiffany & Co/ Zegna
นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ขยายพื้นที และคอนเซ็ปต์ใหม่ Exclusive เฉพาะเซ็นทรัล ภูเก็ต: Louis Vuitton บูติกส่วนต่อขยายใหญ่ที่สุดในภาคใต้, Prada บูติกใหม่ขนาด 597 ตร.ม. มาพร้อมคอลเลกชัน Beachwear ที่มากที่สุด , PMT The Hour Glass ขยายพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม, Celine Exclusive Pop-Up, Chanel Beauty Exclusive Pop-Up, Balenciaga, Saint Laurent ปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุด, TOD’S: Pop-Up ครั้งแรก คอนเซ็ปต์ Italian Summer ที่แรกที่เดียวในไทย, Bvlgari — เปิดบูติก Exclusive คอนเซ็ปต์ที่แรกที่เดียวในภูเก็ต, Tiffany & Co. New Concept Store ที่มาพร้อมดีไซน์ Mosaic Façade ที่เดียวในประเทศไทย

6.ส่วน Fashion & Bridge-line Brands มีการเพิ่มเป็นกว่า 250 แบรนด์ ตัวอย่างความสำเร็จ อาทิ ZARA Flagship ใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia เปิดวันแรกยอดขายอันดับ 1 ในเอเชีย รวมถึง Lululemon, COS, ALO, Orlebar Brown ที่เลือกเปิดสาขาสำคัญนอกกรุงเทพฯ ตอกย้ำเซ็นทรัล ภูเก็ตในฐานะเดสติเนชั่นที่แบรนด์ระดับโลกเลือกปักหมุด
7.แม้จะเปิด 2 ศูนย์ในพื้นที่ที่ห่างกันแค่ถนนกั้น แต่ทั้ง 2 ฝั่งก็มีการวางตำแหน่ง ตลอดจนมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยในฝั่ง Floresta จะเน้นตอบโจทย์กลุ่ม Global Wealth รวม High-end Luxury Fashion, Premium Café, Private Lounge และ Luxury Lifestyle ใหม่ๆ ทั้ง Sports, Athleisure, Active Living และ Home
พร้อมยกระดับเป็น Premium F&B Destination ที่รวม Michelin Restaurants และ Street Food ในสเกลใหญ่ รวมถึงแม่เหล็กสำคัญอย่าง Central Department Store, Aquaria และพื้นที่กิจกรรมต่างๆ
ขณะที่ฝั่ง Festival สร้าง Complete Customer Journey Loop ยกระดับประสบการณ์การช้อปต่อเนื่องทั้งศูนย์ฯ เสริม Fashion Flagship ขนาดใหญ่ ดึงแบรนด์ดังชั้นนำกรุงเทพฯ เปิดครั้งแรก และขยายโซนร้านอาหารชั้น 3 เพิ่มอีกกว่า 15% เพื่อยกระดับ Food Destination เต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ยังพัฒนา Mixed-use Entertainment Complex และ World-class Attractions ใหม่ใน Central Phuket District เพื่อสร้าง Must-visit Destination ที่แตกต่างระดับโลก ซึ่งจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป

8.การเติบโตของเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตที่ถูกขับเคลื่อนจากการท่องเที่ยว ทำให้ภูเก็ตกลายเป็นที่สนใจของกลุ่มทุนต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเซ็นทรัล ที่วันนี้มีธุรกิจในจังหวัดภูเก็ตครอบคลุมเกือบทั้งหมดของธุรกิจในเครือ โดยลงทุนในภูเก็ตมากกว่า 140 แห่ง นับเป็นจังหวัดที่มีการลงทุนสูงสุดอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ครอบคลุมธุรกิจรีเทล 10 แห่ง โรงแรม 7 แห่ง ที่อยู่อาศัย 3 แห่ง และธุรกิจในเครือเซ็นทรัล รีเทลอีกกว่า 120 Outlets
9.หากนับเฉพาะศูนย์การค้าในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลที่เข้าไปเปิดในจังหวัดภูเก็ตจะมีอยู่ทั้งหมด 5 ศูนย์ ไล่ตั้งแต่เซ็นทรัล เฟสติวัล เซ็นทรัล ฟอเรสต้า โรบินสันไลฟ์สไตล์ ถลาง ที่ตั้งอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร เปิดให้บริการเมื่อปี 2565 โรบินสันไลฟ์สไตล์ ฉลองตั้งอยู่ย่านราไวย์-ฉลอง เป็นสาขาใหม่ล่าสุดที่เปิดให้บริการเพื่อรองรับกำลังซื้อทางตอนใต้ของเกาะ และปอร์โต เดอ ภูเก็ตตั้งอยู่ในย่านเชิงทะเล ใกล้ Laguna Phuket เป็นศูนย์การค้าแบบ Open-air ภายใต้แนวคิด Lifestyle Mall ที่บริหารโดยกลุ่มเซ็นทรัล
นอกจากนี้ ยังมีเซ็นทรัล ป่าตอง ห้างสรรพสินค้าขนาดกะทัดรัดตั้งอยู่ใจกลางย่านป่าตอง ตรงข้ามศูนย์การค้า จังซีลอน เน้นนักท่องเที่ยวและการช้อปปิ้งแบรนด์เนม
10.หากจะสรุปแผนในการการทุ่มงบ 7,000 ล้านบาทของเซ็นทรัลพัฒนาในครั้งนี้แล้ว จะมุ่งทำใน 3 ส่วนสำคัญ ไล่ตั้งแต่ - เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า “The Pinnacle of Urban Luxury” ขยายพื้นที่ลักชัวรี่เพิ่มอีกเท่าตัว เป็น The World’s Luxury Destination ที่สมบูรณ์แบบที่สุดนอกกรุงเทพฯ คาดเปิดไตรมาส 4 ปี 2026
- เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล “The Everyday Urban Lifestyle Gateway” ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งผสานรีเทล แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และพื้นที่กิจกรรมไว้ด้วยกัน คาดเปิดไตรมาส 1 ปี 2028
- World-Class Attractions แลนด์มาร์กใหม่ที่รวม Aquatic Experience, World-class Arena for Entertainment & Culture และ Immersive Park บนพื้นที่ต่อขยาย 14 ไร่ คาดเปิดไตรมาส 3 ปี 2028
ทั้งหมด ไม่ได้มองเป้าหมายที่แค่การเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้ศูนย์การค้าเท่านั้น แต่ยังมองถึงการยกระดับ CBD ของภูเก็ต ให้กลายเป็น Destination ที่เป็นย่านช้อปปิ้ง และการใช้ชีวิตระดับโลก เพื่อทำให้ภูเก็ตก้าวขึ้นไปเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลระดับโลก เทียบเคียงเมืองชายทะเลระดับโลก....

บทสรุป
งบลงทุน : เพิ่มงบ 7,000 ล้านบาท ดันมูลค่ารวมโครงการสู่ 26,000 ล้านบาท
ขยายพื้นที่: เพิ่มพื้นที่ใช้สอยจาก 3 แสน เป็น 5 แสนตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่โครงการทั้งหมด 110 ไร่
Double Luxury Zone: ขยายโซนลักชัวรี่ที่ฝั่ง Floresta อีกเท่าตัว เพื่อรองรับแบรนด์ระดับโลก (เปิด Q4/2026)
World-Class Attractions: พัฒนาพื้นที่ใหม่ 14 ไร่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ทั้ง Aquatic Experience และ Immersive Park แล้วเสร็จปี 2028
Entertainment Arena: สร้าง Arena ขนาดใหญ่สำหรับจัดงานบันเทิงและวัฒนธรรมระดับนานาชาติ
Ultimate Culinary Landmark: รวมร้านอาหารตั้งแต่ Local จนถึงระดับ Fine Dining และร้านระดับ Michelin ที่จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
Strategic Location: ยกระดับใจกลางเมืองภูเก็ตให้เป็น Downtown Luxury เทียบชั้นย่านเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ
Target Group: มุ่งเป้ากลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว (High-Spending Travelers)
Complete Mixed-use: โครงการจะประกอบด้วย ศูนย์การค้า, ที่อยู่อาศัยระดับ High-end และ Convention Hall
Sustainable Growth: เน้นการสร้างเมืองที่ผู้คนอยาก "มาอยู่" มากกว่าแค่มาเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูเก็ตอย่างยั่งยืน