BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,146
VIEWS

คุยกับ จักรชลัช Co-founder JOURNAL น้ำหอมแบรนด์ไทยที่สู้แบบมวยวัด ปีนี้เตรียมแตะ 500 ล้านบาท

ส.ค. 31, 2568 N.Rotchana
“ผมไม่อยากทำกลิ่นที่เป็นน้ำแล้วหอม แต่มันควรเป็นบางอย่างที่มีความหมาย เป็นเรื่องราว เป็นความทรงจำที่มากกว่านั้น” คำกล่าวของจักรชลัช เกษจำรัส CEO & Co-founder JOURNAL
 
หากย้อนกลับไปปี 2560 คงมีไม่กี่คนจะเชื่อว่าแบรนด์น้ำหอมสัญชาติไทยสามารถตั้งราคาหลักพันในประเทศที่ตลาดยังมองน้ำหอมเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย และพึ่งพาแบรนด์นำเข้าเป็นหลัก แต่ JOURNAL คือแบรนด์ที่พิสูจน์ว่า ถ้ามี “ดีไซน์” และ “เรื่องเล่า” ที่แข็งแรง สินค้าไทยก็สามารถสร้างมูลค่าได้อย่างแท้จริง
 
เส้นทางของ JOURNAL ไม่ได้เริ่มต้นจากความหลงใหล แต่เริ่มจากช่วงที่เรียนต่างประเทศ จักรชลัชได้พบกับความจริงข้อหนึ่งว่าการทำธุรกิจแบบเดิมๆ นั้นไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะมันต้องมีการสร้าง value ด้วย ความคิดนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเขากลับมาที่เมืองไทย มองไปรอบตัวแล้วพบว่า สินค้าไทยดีมาก มีคุณภาพ แต่สิ่งที่ขาดไปคือภาพลักษณ์
 
จักรชลัช เผยว่า “สินค้าโอท็อปไทยดี แต่หน้าตามันไม่ใช่ แพ็กเกจไม่ไหว คนเลยไม่เห็นคุณค่า”  ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตัดสินใจเปิด Creative Agency เพื่อช่วยแบรนด์ท้องถิ่นรีแบรนด์สินค้า ออกแบบใหม่ และเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้ง ทำให้ของดีในชุมชนกลายเป็นของที่มีคุณค่ามากขึ้น และขายได้ในราคาที่สมเหตุสมผล แต่ระหว่างการทำงานได้พบว่ามีสินค้าหนึ่งที่น่าสนใจเป็นนั่นคือน้ำหอม
 
“น้ำหอมสร้างคุณค่าได้ ตัวน้ำหอม มีสตอรี่ที่ผมรู้สึกว่ามันเล่าอะไรก็ได้ผ่านกลิ่น” นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาคิดต่อว่า “ถ้าจะสร้างแบรนด์น้ำหอมไทยให้มีมูลค่า มันต้องไม่ใช่แค่กลิ่นที่หอม แต่ต้องเป็นกลิ่นที่เล่าเรื่องได้”
 
นี่คือจุดที่ JOURNAL แตกต่างจากแบรนด์น้ำหอมทั่วไป เพราะเขาไม่ได้เริ่มจากกลิ่น แต่เริ่มจาก “เรื่อง”ทำให้กลิ่นทุกกลิ่นของ JOURNAL เริ่มจากโจทย์อยากเล่าอะไร? แล้วค่อยไปตามหาวัตถุดิบ กลิ่นโน้ต หรือองค์ประกอบ ที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความหมายออกมาเป็นกลิ่นได้
“กลิ่นแรกของ JOURNAL คือ The Legacy เรามองว่าไม้กฤษณาเป็นสิ่งของล้ำค่าที่คนไทยเคยใช้เป็นบรรณาการในสมัยก่อน แต่ผมไม่อยากให้มันเป็นแค่กลิ่นไม้ตรงๆ ก็เลยเอากลิ่นดอกไม้ขาวมาเติม เพื่อให้มันละมุนและมีมิติขึ้น ช่วงแรกยังไม่ได้ตีโจทย์ลึกมาก จะเหมือนเป็นการเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา อยากเล่าอะไรก็เขียนออกมาแบบนั้น แต่พอทำไปสักพัก เริ่มรู้สึกว่าน่าจะไปได้ไกลกว่านั้น จึงเริ่มตีโจทย์ให้เป็นงานอาร์ตมากขึ้น ใส่เรื่องราว ความหมาย และอารมณ์ลงไปในกลิ่นให้มากขึ้น”
 
“กลิ่น First Love ที่สะท้อนภาพของรักแรก บริสุทธิ์ สวยงาม และอบอุ่น ไม่ใช่แค่หวาน แต่เต็มไปด้วยมิติที่นุ่มนวล อ่อนโยน แต่ยังมีความเขินอายแบบรักครั้งแรกซ่อนอยู่”
 
“น้ำหอมทุกขวดของ JOURNAL มีที่มาที่ไปและสตอรี่ที่ชัดเจน เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองไทย จะเป็นเรื่องเล่าหรือสิ่งของก็ได้” จักรชลัชเผย พร้อมยกตัวอย่างเพิ่มเติม กลิ่นแม่นาค เราปรับความเข้าใจว่าแม่นาคไม่ใช่ผีที่น่ากลัว แต่เป็นตัวแทนของความรักนิรันดร์ ฉากที่ทุกคนจำได้คือฉากเอื้อมมือหยิบมะนาว เราจึงเลือกมะนาวมาเป็นโน้ตหลักของน้ำหอม ก่อนจะจบท้ายด้วยกลิ่นไม้กฤษณา ซึ่งเป็นส่วนผสมในน้ำหอมทุกตัวของ JOURNAL อยู่แล้ว
 
“หรือจะเป็นกลิ่นราชดำเนิน ที่เริ่มจากความตั้งใจจะถ่ายทอดความรู้สึกของนักมวยไทย แต่ถ้าพูดถึงนักมวยตรงๆ มันอาจจะดูแข็งไป ผมมองว่าจุดสุดยอดของนักมวยคือตอนขึ้นเวทีราชดำเนิน จึงตีความผ่านกลิ่นน้ำมันมวย กลิ่นเครื่องหนังของนวม และปิดท้ายด้วยกลิ่นไม้ สื่อถึงสปิริตของนักสู้”
 
ช่วงเริ่มต้น กลิ่นของ JOURNAL ยังตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน แต่เมื่อแบรนด์เติบโตขึ้น โจทย์ของกลิ่นก็เปลี่ยนตาม กลายเป็นงานออกแบบที่มีความเป็น Art Installation มากขึ้นในรูปของ Conceptual Perfume
“ตอนนี้เราโตขึ้น มีซัพพลายเออร์ที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้นเราจึงสามารถสร้างกลิ่นที่มีมิติ ฟุ้ง และตอบโจทย์คอนเซ็ปต์ได้เต็มที่ ซึ่งกลายเป็นความสนุกของผม เหมือนตอนที่ผมออกแบบคอลเลกชั่น One for the Road ก็จะเป็นกลิ่นของถนนชื่อดังของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นนิมมานเหมินท์ ข้าวสาร สีลม ทองหล่อ เพราะในต่างประเทศ เขามีถนนที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ระดับโลกเต็มไปหมด แล้วทำไมเมืองไทยจะไม่มีบ้าง สุดท้ายก็เลยออกมาเป็นกลิ่นนี้”
 
กระบวนการสร้างน้ำหอมของ JOURNAL ไม่ใช่แค่การจับกลิ่นมาผสม แต่คือการถ่ายทอดเรื่องราวให้ออกมาเป็นประสบการณ์ผ่านกลิ่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกกลิ่นต้องผ่านสองคำถามสำคัญ คือมีเรื่องราวหรือยัง และมีวัตถุดิบที่เล่าเรื่องนั้นได้หรือยัง หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง น้ำหอมขวดนั้นก็ยังไม่สมบูรณ์
 
“หลายครั้งมีกลิ่นใหม่ที่น่าสนใจ แต่ยังหาเรื่องราวไม่ได้ น้ำหอมขวดนั้นก็ต้องพักไว้ก่อน หรือบางทีมีเรื่องราวแล้ว แต่ยังหาวัตถุดิบที่ลงตัวไม่ได้ น้ำหอมขวดนั้นก็ต้องรออีกสักหน่อย”
 
ด้วยความฝันอยากเป็นอินเตอร์แบรนด์ ที่มีช็อปของ JOURNAL ในเมืองใหญ่ทั่วโลก แต่ต้องเจอคำถาม 
 
“ไม่มีหน้าร้านหรอ?” 
 
“น้ำหอมราคาหลักพัน แต่ไม่มีหน้าร้านเลยเหรอ?”
 
คำถามเหล่านี้กลายเป็นสัญญาณที่ทำให้ต้องทบทวนใหม่ จักรชลัชจึงฉุกคิดได้ว่า “เราเองยังไม่มีฐานในประเทศที่แข็งแรงเลย แล้วอยู่ดีๆ จะเอาสินค้าไปตั้งช็อปในต่างประเทศ มันเป็นไปไม่ได้” ทำให้เกิดJOURNAL สาขาแรกที่วันนิมมานเชียงใหม่
 
“JOURNAL เป็นแบรนด์ที่โตด้วยแพลนบีมาตลอด เนื่องจากแผนที่อยากจะเป็นมันไม่เป็น จึงต้องดิ้นรนเพื่อสู้ และก็ไปออกเป็นแผนสอง ยกตัวอย่างเช่น การเปิดสาขาที่ตอนนั้น JOURNAL ยังไม่มีโปรไฟล์ จะเข้าห้างก็ไม่ได้ จะไปตั้งคีออสเล็กๆ ในห้างมันก็ไม่เด่น ไม่เป็นที่จดจำ ดังนั้นคำตอบของสาขาแรกจึงไม่ใช่ห้างหรูในกรุงเทพฯ หากแต่เป็น เชียงใหม่ เมืองที่แบรนด์มองว่าเป็นเมืองหลวงของภาคเหนือ มีทั้งความเป็นศูนย์กลางของนักท่องเที่ยว และเป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว”
 
“นิมมานเชียงใหม่เหมือนทองหล่อหรือสุขุมวิทในกรุงเทพฯ ผมเดินวนอยู่หลายเดือน จนเห็นโครงการวันนิมมานกำลังจะสร้างเสร็จ ก็เลยตัดสินใจทันทีว่านี่แหละ ที่ของเรา”
 
โครงการวันนิมมาน เชียงใหม่ ซึ่งในเวลานั้นเป็นเหมือนทองหล่อของภาคเหนือ และกำลังจะกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของนักท่องเที่ยว ร้าน JOURNAL สาขาแรกจึงถูกสร้างขึ้นแบบ Art Installation ถึงแม้จะมีพื้นที่เพียง 30-33 ตารางเมตร แต่ก็ลงทุนกับดีไซน์อย่างจริงจัง ตั้งแต่ศิลปะ ผีเสื้อกว่า 600 ตัวประดับเพดาน ไปจนถึงการออกแบบร้านให้ทุกคนที่เดินผ่านต้องหยุดมอง
 
“แค่ขายได้วันละหมื่นก็ดีใจแล้ว” นั่นคือเป้าหมายในวันแรก
 
แต่ใครจะคาดคิดว่าจากเป้าหมายเล็กๆ JOURNAL ได้กลายเป็น Top Destination 1 ใน 3 แห่งของนักท่องเที่ยวจีนที่จะมาเที่ยวเชียงใหม่ ทุกอย่างเริ่มต้นจากโพสต์รีวิวในแอปพลิเคชัน XiaoHongShu (เสี่ยวหงชู) ของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งแชร์ประสบการณ์ว่ามาเชียงใหม่แล้ว “ต้องแวะ JOURNAL”
“จังหวะนั้นมันเป็นจังหวะที่ผมเรียกว่าโต้คลื่นนั่นแหละ จังหวะคลื่นมันมา คือนักท่องเที่ยวจีนพุ่งขึ้น เราก็แค่ไปยืนอยู่บนคลื่น แล้วไปพร้อมกับเค้า ผมไม่เคยไม่จัดโปร ไม่ลดราคา ไม่แถม แต่ยอดขายกลับโตขึ้นไม่มีเบรก ประกอบกับเป็นช่วงขาขึ้นของการท่องเที่ยวไทย ปี 2560-2562 คือปีที่พีค”
 
“ตอนนั้นถ้าใครถามว่าจะมีอะไรเป็นอุปสรรคกับ JOURNAL ไหม ผมตอบแบบกวนๆ ว่า ก็แค่โลกไม่เดินทางนั่นแหละ แต่ประโยคนั้นกลายเป็นจริงแบบเจ็บปวดที่สุดในชีวิตธุรกิจ เมื่อโควิด-19 ทำให้โลกทั้งใบหยุดเดินทาง”
 
ความสำเร็จจากหน้าร้านที่เคยแน่นทุกวัน หยุดชะงักทันที นักท่องเที่ยวหายไป 100% ยอดขายจากสองสาขาหลักในเชียงใหม่ หายไปจนเหลือศูนย์ ภายในเวลาไม่ถึง 4 เดือน 
 
จักรชลัช เล่าว่า เหตุการณ์ ณ ตอนนั้น ปิดหน้าร้านปุ๊บ ทำออนไลน์ทันที สู้แบบมวยวัดเลย เพราะจำได้เลยมกราคมขายได้สิบสามล้าน กุมภาเหลือสี่ล้าน มีนาเหลือสองล้าน และเมษาเหลือศูนย์ สิ่งที่คิดตอนนั้นมีอย่างเดียว ทำยังไงก็ได้ให้เก็บลูกน้องให้เยอะที่สุด เราอาจจะจ่ายคอมมิชชั่นเยอะไม่ได้แล้ว แต่มันต้องกลายเป็น salary base ล้วนๆ คือทุกคนต้องอยู่ให้ได้ ดิ้นทุกทางเพื่อให้มันรอด มีเงินเก็บบริษัทเท่าไหร่ เอามาจ้างนู่น จ้างนี่ คือเหมือนมวยวัด เหมือนปลาช็อกน้ำเลยก็ว่าได้
 
ในช่วงวิกฤตนั้น น้ำหอมเป็นสินค้าที่ขายยาก แต่บอดี้ออยล์กลับขายดีอย่างไม่น่าเชื่อ JOURNAL จึงตัดสินใจนำบอดี้ออยล์ที่เดิมตั้งใจจะทำตลาดต่างประเทศ มาทำตลาดในไทยทันที ด้วยการจ้างอินฟลูเอนเซอร์และทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ แม้ เงินสดจะร่อยหรอลงเรื่อยๆ แต่ก็ต้องลอง “เพราะถ้าอยู่เฉยๆ ตายแน่นอน” จักรชลัชเชื่อว่า “มันมีแค่สองทาง ตายแล้วได้สู้ กับตายโดยไม่สู้” และเขาเลือกที่จะสู้ “ไม่รู้หรอกว่า asset วิดีโอต่างๆ ที่ทำ มันจะเป็นยังไง แต่คือลงไปเรื่อยๆ ลงแล้วต้องรอด”
 
จุดเปลี่ยนสำคัญแรกเกิดขึ้นเมื่อ ยิปซี คีรติ มารีวิวบอดี้ออยล์ เนื่องจากเธอชื่นชอบและผู้คนก็เชื่อตาม ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมองว่าบอดี้ออยล์นั้นใช้ง่าย เป็น dry oil ก่อนหน้านั้นไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่ JOURNAL พยายามสื่อสาร มีแต่คนบอกว่าจะเอามานวดเหรอ แต่ในความเป็นจริง JOURNAL ได้บุกเบิกตลาดบอดี้ออยล์ในไทยตั้งแต่ปี 2560
 
ความภูมิใจแรกของ JOURNAL คือการทำลายกำแพงของน้ำหอมไทย ในยุคที่ไม่มีใครกล้าตั้งราคาน้ำหอมไทยเทียบเท่าเคาน์เตอร์แบรนด์ได้ JOURNAL ทำได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาใดๆ และความภูมิใจที่สองคือบอดี้ออยล์ที่ได้คุณยิปซีมารีวิว เป็นช่วงจังหวะที่ TikTok เข้ามาเมื่อ 2 ปีที่แล้วพร้อมกับฟีเจอร์ affiliate link ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีการแบนหรือตัดคะแนนการดูดคลิป ทุกคนจึงนำคลิปเก่าที่ JOURNAL ทำ พร้อมคลิปที่ยิปซีรีวิวไปลง ทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 
 
“ผมหว่านทุกอย่างแบบไม่รู้เลยว่ามันจะงอกไหม แต่โชคดีที่ตอนนั้น TikTok เข้ามา พร้อมมี Affiliate Link กลายเป็นตัวช่วยที่ดัน JOURNAL ขึ้นมาอีกครั้ง”
 
ปัจจุบัน JOURNAL ได้เติบโตจนบอดี้ออยล์มียอดขายแซงหน้าน้ำหอมไปแล้ว จักรชลัชอธิบายว่าคนไทยยังเปิดใจกับน้ำหอมยาก เพราะมีภาพจำว่าน้ำหอมราคาหลักพันควรเป็นของเคาน์เตอร์แบรนด์ JOURNAL จึงใช้บอดี้ออยล์ที่มีราคาหลักพันต้นๆ เป็นตัวนำร่องตลาด เมื่อคนได้ลองและชื่นชอบ ก็จะเปิดใจลองน้ำหอมในกลิ่นเดียวกันต่อไป 
 
“ถ้าอยู่ดีๆ ไปขายน้ำหอมตอนนี้ ขวดละ 2,600 หรือขวดใหญ่ 3,600 หลายคนก็จะมองว่าไปเคาน์เตอร์แบรนด์ดีกว่า เพราะยังมี Perception มันต้องเคาน์เตอร์แบรนด์อยู่”
 
ดังนั้น เป้าหมายของ JOURNAL ในตอนนี้คือการเป็นอันดับหนึ่งของบอดี้ออยล์ เพื่อสร้างฐานที่แข็งแกร่ง ก่อนที่จะกระโดดไปทำอย่างอื่นได้ เพราะประสบการณ์ในช่วงโควิด-19 ทำให้เห็นแล้วว่าการทุ่มเงินไปกับน้ำหอมในช่วงที่ตลาดยังไม่พร้อม อาจทำให้จมได้
หากดูตลาดบอดี้ออยล์ในประเทศไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างชัดเจน จากเดิมที่แทบไม่มีผู้เล่นในตลาด กลายเป็นสนามแข่งที่มีผู้เล่นหน้าใหม่กระโดดเข้ามาอย่างหนาแน่น จักรชลัชเผยว่า ถ้าย้อนกลับไปช่วงสองปีที่แล้วผมลองกดค้นหาคำว่า ‘บอดี้ออยล์’ ใน Shopee หรือ TikTok ยังไม่มีใครเล่นเลย แต่ตอนนี้แค่กดเสิร์ชคีย์เวิร์ด คนแย่งกันซื้อคีย์เวิร์ดเต็มไปหมด ขนาดจะซื้อคีย์เวิร์ดแบรนด์ตัวเองยังต้องจ่ายแพงเลย 
 
ถึงแม้ JOURNAL จะเป็นแบรนด์ที่เข้ามาในตลาดนี้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น แต่ก็ยอมรับว่าเรานิ่งไม่ได้แล้ว เพราะคู่แข่งในเทียร์เดียวกันเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะกลุ่มแบรนด์ไทยที่หันมาเล่นในตลาดบอดี้ออยล์ระดับพรีเมียม พร้อมย้ำว่า “เราไม่ได้สร้างสินค้าตามกระแส แต่เราคือคนสร้างกระแสนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่ต้องรักษาตำแหน่งเบอร์หนึ่งไว้ให้ได้”
 
ปีนี้จึงได้เห็น JOURNAL บุกตลาดเต็มตัว ทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท พร้อมทั้งดึงพีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกรขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของ JOURNAL Body Oil ตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้านบาทในปี 2568
 
จักรชลัชยอมรับว่าการบรรลุเป้าหมาย 500 ล้านบาทนั้นค่อนข้างมีความท้าทาย โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี หากเทียบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่เค้กเท่าเดิม หรือเค้กมันอาจจะเล็กลงนิดนึงด้วย การจะเติบโตได้หมายความว่าต้องไปแย่งส่วนแบ่งจากแบรนด์อื่นๆ อาจจะดูเศร้า แต่ก็ต้องทำ
 
“ธุรกิจของ JOURNAL ค่อนข้างผูกกับตลาดต่างประเทศพอสมควร ถ้าท่องเที่ยวไม่มาส่งมันเหนื่อย การเติบโตในตอนนี้จึงต้องใช้กำลังภายในมากขึ้น เป็นการโตที่ผมเหนื่อยสามเท่า”
สำหรับการตัดสินใจเลือก พีพี กฤษฏ์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ จักรชลัชมองว่า หากต้องการเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศในตลาดบอดี้ออยล์ ก็ต้องเลือกบุคคลที่อยู่ในระดับที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คนได้ และด้วยภาพลักษณ์ รวมถึงอิมเมจของพีพี กฤษฏ์ ที่เข้ากันได้ดีกับคุณสมบัติของบอดี้ออยล์ JOURNAL นี่ก็ถือเป็นสเกลใหญ่ที่สุดตั้งแต่ผมทำมาเหมือนกัน
 
ปัจจุบัน สัดส่วนยอดขายของ JOURNAL อยู่ที่ออนไลน์ 60% และออฟไลน์ 40% ซึ่งสลับจากปีที่แล้วที่ออนไลน์ 40% และออฟไลน์ 60% สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่องทางออนไลน์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป 
 
จักรชลัช ยอมรับว่ามีพฤติกรรมที่ผู้คนมาลองดมสินค้าที่หน้าร้านแล้วไปซื้อออนไลน์ ซึ่งทาง JOURNAL ก็ได้แก้เกมด้วยการทำสินค้าขนาดพิเศษที่มีจำหน่ายเฉพาะหน้าร้านเท่านั้น เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่องทางออฟไลน์ เชื่อว่าทุกช่องทางช่วยกันหมด 
 
สำหรับแผนขยายสาขา มีแผนจะขยายเพิ่มอีก 2 แห่ง เพราะปัจจุบัน JOURNAL มีอยู่ 15 สาขา หลังจากนี้จะไม่ขยายเพิ่มแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ไม่เอื้ออำนวย ทั้งท่องเที่ยว หรือเศรษฐกิจ จึงจะไปโตที่ออนไลน์ แทนที่จะขยายสาขา JOURNAL จะเน้นการปรับปรุงและรีโนเวทร้านหน้าร้านเดิมให้ดีกว่าเดิม เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทีมไลฟ์สดเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ JOURNAL เพิ่งจัดตั้งขึ้นอย่างจริงจังเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งเติบโตขึ้น 2-3 เท่า จักรชลัชพยายามทำให้การไลฟ์สดเป็นเหมือนเพื่อนคุยที่มอบ experience ให้กับผู้ชม โดยมีทีมไลฟ์อยู่ที่เชียงใหม่
 
เป้าหมายสำคัญที่ JOURNAL ตั้งไว้คือการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายใน 5 ปีหลังจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ JOURNAL ไม่ได้มอง IPO เป็นแค่การระดมทุน แต่ เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย
 
“ผมอยากให้ JOURNAL เป็นเหมือนนักบอลทีมชาติที่ไปเตะในต่างประเทศแล้วคนไทยภูมิใจ เวลาเดินผ่านร้าน JOURNAL ที่สิงคโปร์ ฮ่องกง หรือที่ไหนก็แล้วแต่ แล้วคนไทยพูดได้ว่านี่คือแบรนด์ของเรา” จักรชลัช กล่าวถึงความฝันอันยิ่งใหญ่
การเปิดช็อปหน้าร้านในต่างประเทศนั้น จักรชลัชตั้งใจที่จะไปให้ได้ในปีหน้า โดยมีปลายทางในฝันอย่างมารีน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) ที่สิงคโปร์ อย่างไรก็ตามสำหรับการเปิดช็อปในต่างประเทศตอนนี้ยังไม่มีแผนที่ชัดเจน เพราะยังต้องการควบคุมประสบการณ์ และทำให้ฐานในประเทศแข็งแรงก่อน แล้วจึงค่อยก้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศ
 
ท้ายที่สุด JOURNAL ไม่ได้ขายแค่น้ำหอมหรือบอดี้ออยล์ แต่กำลังส่งต่อความรู้สึก และประสบการณ์ที่ผู้คนจะได้รับทุกครั้งที่ได้สัมผัส เพราะทุกกลิ่นของ JOURNAL ล้วนมีเรื่องราวและความหมายซ่อนอยู่ เพื่อให้คนที่ใช้ไม่ได้แค่รู้สึกถึงกลิ่นหอม แต่ยังได้ความทรงจำ และอารมณ์บางอย่างกลับไปด้วย เหมือนกับที่ JOURNAL ตั้งใจสร้างสรรค์ทุกผลิตภัณฑ์ให้เป็นมากกว่าสิ่งของ แต่คือสิ่งที่เชื่อมโยงกับอารมณ์ ความรู้สึก และตัวตนของผู้คนอย่างลึกซึ้งเสมอ...

กลยุทธ์ Blue Ocean แบบ JOURNAL เส้นทางของแบรนด์ไทยที่เลือกเปลี่ยนสนามแข่ง แทนการสู้ในเกมเดิม พร้อมแตะ 1,000 ล้านอีก 2 ปี

Wall Street Journal ยก Stanford ขึ้นที่ 1 มหาวิทยาลัยดีที่สุดในสหรัฐ แซงหน้า Yale Harvard และ MIT

คุยกับ จักรชลัช Co-founder JOURNAL น้ำหอมแบรนด์ไทยที่สู้แบบมวยวัด ปีนี้เตรียมแตะ 500 ล้านบาท

เอาแล้ว Netflix X Spotify คอลแลปส์ข้ามขั้ว ขยายข้ามคอนเทนต์

“JOURNAL” ท้าชนตลาดบอดี้ออยล์ทุ่ม 50 ล้าน ดึง “พีพี–กฤษฏ์” ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่

ผลการประเมินวัคซีน mRNA-1273 ในเด็กอายุ 6 ถึง 11 ปี

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact