ความน่าสนใจของการปรับโฉมใหญ่ของห้างเซ็นทรัลชิดลมในรอบ 50 ปี นั้น ไม่ได้อยู่เพียงแค่การยกระดับตัวเองจาก ห้างสรรพสินค้าพรีเมียมมาสู่การเป็นห้างสรรพสินค้าลักชัวรี่ตามเทรนด์การเติบโตของตลาดค้าปลีกบ้านเรา ที่กำลังพุ่งมาที่การ ตอบโจทย์ความเป็นลักชัวรี่ ไลฟ์สไตล์มากขึ้นเท่านั้น
แต่การปรับโฉม “ห้างเซ็นทรัลชิดลม” ในครั้งนี้ยังมีการนิยามตัวเองใหม่สู่ “The Store of Bangkok” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ สอดรับกับการทำตลาดห้างสรรพสินค้าระดับหรูของกลุ่มเซ็นทรัล ที่วันนี้ไม่ได้จำกัดพื้นที่อยู่แค่ในประเทศ แต่ยังมีการขยาย ธุรกิจเข้าไปซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าในยุโรปหลายประเทศ พร้อมกับปรับโฉมและวางให้แต่ละห้างที่เข้าไปซื้อกิจการมีการ นิยามตัวเองให้เป็น “The Store of City” ที่ก้าวข้ามจากแค่การเป็นสถานที่ขายสินค้ามาสู่การเป็นความภาคภูมิใจของเมือง
สอดคล้องกับมุมมองของ ณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่ให้ไว้ในข่าวการปรับโฉมครั้งนี้ว่า เซ็นทรัลต้องการปรับโฉมใหม่ของห้างเซ็นทรัลชิดลมเป็น Iconic Department Store ของกรุงเทพมหานคร เป็นจุดหมายปลายทางต้อนรับลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก เรามีทั้งลักชัวรี่แบรนด์, แบรนด์ของไทย รวมถึง เอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ที่มีเฉพาะห้างเซ็นทรัลชิดลม
“การปรับโฉมครั้งนี้ นอกจากการเป็น The Store of Bangkok เรายังเล็งเห็นโอกาสที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าทาง เศรษฐกิจไทยในพื้นที่ ดึงดูดนักช้อปจากทั่วโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 30-40% มีทราฟฟิกเพิ่มขึ้น 20% สร้างยอดขาย เติบโตอีกกว่า 30% และในวันที่ 12 ธันวาคม 2567 เราจะจัดงานฉลองโฉมใหม่เซ็นทรัลชิดลมอย่างเป็นทางการ อยากเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของวงการลักชัวรี่ รีเทล ของกรุงเทพ มหานครไปด้วยกัน”

ว่ากันว่า ช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมานี้ ตลาดค้าปลีกทั่วโลกรวมถึงบ้านเรามีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตัวผู้บริโภคที่ก้าวข้ามจากแค่การช้อปเพื่อตอบโจทย์การดำรงชีวิตประจำวันมาสู่การช้อปเพื่อสะท้อนการมีตัวตน หรือสะท้อนภาพลักษณ์ของตัวเองที่เรียกได้ว่า จากแค่ตอบโจทย์ในเรื่องของ Need มาตอบโจทย์เรื่อง Want แทน ซึ่งการ ช้อปปิ้ง จะเป็นเรื่องของ Moment ในแต่ละ Moment
เช่นเดียวกับการก้าวข้ามจากแค่การรับรู้มาสู่การมีความรู้ในสิ่งที่ตัวเองปรารถนาที่จะซื้อมากขึ้น ทำให้ต้องการมาก กว่าแค่ Product แต่เป็น Brand ที่ตอบสนอง Want ของตัวเองได้ จึงไม่ได้มองแค่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องของสไตล์แทนการ วางสโตร์ หรือร้านค้าปลีกของผู้ประกอบการค้าปลีก จึงต้องก้าวข้ามจากแค่การเป็นที่ขายสินค้ามาสู่การเป็นสถานที่ที่รวบรวม เรื่องราวต่างๆ ที่ถูกมองว่า น่าจะตอบโจทย์ในการช้อปปิ้งเพื่อยกระดับเรื่องของสไตล์ และการสะท้อนตัวตนของคนช้อปได้ จึงเป็นอีกหัวใจของการทำตลาดค้าปลีกหลังจากนี้ไป
นั่นน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญของการนิยามตัวเองใหม่ของเซ็นทรัลชิดลม ไปสู่การเป็น “Store of Bangkok” ที่รวมถึง การขยับ Positioning ใหม่ให้เป็นห้างสรรพสินค้าลักชัวรี่
“ห้างเซ็นทรัลชิดลมเป็นห้างแรกของจำนวนทั้งหมด 28 สาขาของห้างเซ็นทรัลทั่วประเทศ เปิดให้บริการมา แล้วถึงครึ่งศตวรรษ (50 ปี) เป็น Flagship Store ของกลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลที่ประสบความสำเร็จ และเปิดให้ บริการมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2517 ตั้งอยู่บน Strategic Location รองรับลูกค้าด้วยคอนเซ็ปต์ One-Stop-Shopping ที่ให้ความสำคัญกับความสุขของลูกค้าในทุกๆ ตารางนิ้ว จึงออกแบบอย่างพิถีพิถัน พร้อมคัดสรรสินค้า จากทั่วทุกมุมโลกมาอย่างดี นำเสนอด้วยบริการที่เป็นเลิศ ให้ความรู้สึกหรูหราเสมือนเดินอยู่ห้างดังในยุโรป”

ว่าไปแล้ว นิยามใหม่ของ “The Store of Bangkok” จะสะท้อน Brand Value ที่แข็งแกร่ง ตอบโจทย์ทุก Touchpoint พร้อมครองใจลูกค้าทุกเจนเนอเรชั่น
การสะท้อน Brand Value ดังกล่าวจะทำผ่านทั้งเรื่องของ Elegantly Exceptional หรือการเป็นห้างโฉมใหม่ดีไซน์ การตกแต่งเป็นเอกลักษณ์จากสถาปนิกชื่อดังระดับโลก ร่วมดีไซน์ Façade อันโดดเด่น โมเดิร์นโทนสีชมพูใหม่ที่เรียบหรู ใช้ กระจกสีขาวขุ่น ซึ่งเรืองแสงและเปลี่ยนสีได้ในเวลากลางคืน ภายในตกแต่งด้วยคอนเซ็ปต์ “Garden of Roses” ใช้สี Chidlom Pink บนผนัง และใช้กระเบื้องหิน Terrazzo บริเวณทางเดิน ดิสเพลย์สินค้าแบบ Open Display สบายตา เรียกได้ว่าเป็น สถาปัตยกรรมที่ผสานวัฒนธรรมไทยและสากลได้อย่างลงตัว เทียบเท่าศิลปะชั้นสูง
นอกจากนี้ ภายในห้อง “Personal Shopping Suite” และชั้น 2 ของเซ็นทรัลชิดลม ห้างเซ็นทรัลยังร่วมมือกับแบรนด์ เทคโนโลยีเสียงแห่งอนาคตระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศส “Devialet” เพื่อเพิ่มระบบเสียงที่ดีที่สุดในห้างให้กับลูกค้า และใน ขณะเดียวกันยังจับมือกับ “Jim Thompson” นำผ้าผืนสวยสุดพิเศษมาผลิตเป็นโซฟาเพื่อลูกค้าเซ็นทรัลชิดลมเท่านั้น
การดีไซน์ใหม่นี้ยังรวมถึงเรื่องของ Influentially Stimulating หรือเป็นรีเทลที่นำศิลปะมาผสมผสาน จนเกิดเป็น กิจกรรมและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้สัมผัสก่อนใคร เช่น “Central Let ‘s Celebrate” ที่ตกแต่งห้างในธีม The Malai’s Family เรื่องราวความสุขของครอบครัวใหญ่ สื่อความผูกพันระหว่างห้างเซ็นทรัลกับลูกค้าที่ดูแลกันเหมือนคนในครอบครัว
และ Playfully Innovative หรือการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพิ่มความสนุกกับลูกค้า เช่น Samsung Galaxy Immersive Gardena ในคอนเซ็ปต์ “Avant Gardena” ที่มอบประสบการณ์การชมดอกไม้แบบ Immersive ด้วยเทคโนโลยี การแสดงภาพบนจอบนดิจิทัลแคนวาส
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเรื่องของ Collaboratively Welcoming ที่ทำให้เซ็นทรัลชิดลม เป็นมากกว่าสถานที่ช้อปปิ้ง แต่คือไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์คที่สมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ทั้งการช้อปปิ้ง การรับประทานอาหาร การพักผ่อน และการสร้าง แรงบันดาลใจ โดยมีกิจกรรมและพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้คนที่หลากหลาย ตั้งแต่การจัดแสดงงานศิลปะ คาเฟ่ชั้นนำ อย่าง “Christian Louboutin” ที่เตรียมเทกโอเวอร์ “The Bar” กลายเป็น “Loubi Bar” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในเอเชีย ที่มีเมนู เครื่องดื่มสุดพิเศษ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม เช่น การจัดเวิร์คช็อป การแสดงดนตรีสด และกิจกรรมพิเศษ ที่สร้างความผูกพันและความสนุกสนานให้กับผู้มาเยือน ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุด คือการ Curating Happiness ให้ลูกค้าที่มี Lifestyle ที่แตกต่างได้เติมเต็มความสุขที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมได้ตามสไตล์ของตัวเอง
อีกทั้ง ยังมีการปรับ New Brand Identity ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่การเปลี่ยนโลโก้เซ็นทรัลเดิมจากสีแดงเป็นสี Chidlom Pink อันเป็นเอกลักษณ์ของสาขาชิดลม แฟลกชิพสโตร์แห่งเดียวเท่านั้น และที่เห็นได้ชัด คือ “ถุงช้อปปิ้ง” สีใหม่ที่ให้ความ รู้สึกฟีลกู๊ดอยากเป็นเจ้าของ บ่งบอก DNA ของชาว #ChidlomCitizens ผู้มีสไตล์และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
โดย Chidlom Pink ยังเป็นสีมงคลแห่งยุค 9 และ Central Chidlom ยังพร้อมเผยโฉมใหม่สมบูรณ์แบบในเดือน ธันวาคม ซึ่งในศาสตร์ฮวงจุ้ยนับเป็นยุคแห่งความ พร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทะยาน สู่ความก้าวหน้า

ซึ่งภายใต้การนำทัพของ “ผู้บริหารเจนเนอเรชั่นใหม่อ “ที่คิดล้ำ ทำใหม่” หลายคนจึงยกให้ห้างเซ็นทรัล เป็น เทรนด์เซตเตอร์แห่งวงการรีเทลมาอย่างต่อเนื่อง
การปรับโฉมใหม่ของเซ็นทรัลชิดลมในครั้งนี้ มีการทำให้จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ครั้งใหญ่ผ่านแคมเปญสื่อสารการตลาด “Chidlom Pink Take Over” ที่วางกลยุทธ์สื่อสารกับลูกค้าครบ 360 องศา ไม่ว่าจะ เป็น การเข้าถึง Customer Journey ผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ครอบคลุมทุกมิติ Wrab สถานีและรถไฟฟ้าบีทีเอส สี Chidlom Pink 6 ขบวน สื่อโฆษณาภายในสถานีและขบวนรถไฟฟ้า จอพาโนรามิกหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ หนังโฆษณาและ บิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ เฟซบุ๊ค อินสตาแกรม และ Tiktok @CentralChidlom เป็นต้น
รวมถึงการเล่าเรื่องความสนุกของการสื่อสาร ผ่านไฮไลท์แคมเปญ อาทิ “Symbol Mania” ในคอนเซ็ปต์ A Symbol Can Be Anything นำเสนอสัญลักษณ์ของเซ็นทรัลชิดลมผ่านมุมมองต่างๆ ให้อิสระในด้าน Creative Communities ที่อยู่ใน ทุกที่ของชีวิตทุกคนได้ โดยร่วมกับ Artists และ Creators รุ่นใหม่กว่า 25 ครีเอเตอร์ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่ได้แรงบันดาลใจ จากสัญลักษณ์ และสี Chidlom Pink ซึ่งหลายชิ้นงานเป็น Talk of the Town และเป็น New Initiatives การตลาดที่ไม่ได้เน้น โฆษณา แต่เป็น Co-creation เพื่อสร้างมูลค่าทางการตลาด สอดแทรก Chidlom Pink ในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ ที่ทุกคนให้ความ สนใจตั้งแต่แฟชั่น, ศิลปะ, เมนูกาแฟ, อาหาร, งานอดิเรก
และ “Rube Goldberg” - The New Central Chidlom Exhibition พาผู้ชมเดินทางผ่านการเปลี่ยนแปลงสู่เซ็นทรัล ชิดลมโฉมใหม่ ซึ่งวิดีโอคอนเทนต์นี้ทางห้างเซ็นทรัลชิดลมได้สร้างเครื่องจักร Rube Goldberg ของจริงขนาดยักษ์ เตรียมจัด แสดงนิทรรศการพาทุกคนร่วมเดินทางไปชมการพลิกโฉมเซ็นทรัลชิดลมสู่ The Store of Bangkok ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 17 พ.ย. - 10 ธ.ค. 67