หากจะบอกว่าธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน หรือ QSR เป็นสมรภูมิเดือดของอุตสาหกรรมอาหารก็คงไม่ผิดนัก เนื่องจากเป็นเซกเมนต์ที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง มีผู้เล่นหลักหลายรายทั้งแบรนด์ดังระดับโลก ซึ่งมีความแข็งแกร่ง ยังไม่รวมถึงร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดท้องถิ่น, Street Food, และร้านสะดวกซื้อซึ่งถือเป็นหนึ่งในคู่แข่งด้วยเช่นกัน การแข่งขันในตลาดนี้จึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องของรสชาติอาหารหรือราคาเหมือนในอดีต แต่ยังรวมถึงการตอบสนองต่อพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เช่น การมุ่งเน้นที่บริการเดลิเวอรี การใช้เทคโนโลยีในการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า การพัฒนาเมนูใหม่ๆ และการสร้างประสบการณ์น่าประทับใจภายในร้านอย่างต่อเนื่อง

แม้การแข่งขันในธุรกิจ QSR จะดุเดือดแค่ไหน แต่ KFC ยังคงครองความเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนหรือ QSR ได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสำคัญเกิดจากการมุ่งใช้กลยุทธ์ในการมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกด้านไม่ว่าจะเป็น ด้านอาหารซึ่งมีการพัฒนาเมนูที่เข้าถึงผู้บริโภคโลคอลทั้งในแง่รสชาติและราคา การนำเสนอโปรโมชันที่หลากหลาย การทำการสื่อสารการตลาดที่โดดเด่น การพัฒนาความสะดวกและบริการหน้าร้าน การพัฒนาแอปพลิเคชัน KFC THAILAND เพื่อเพิ่มความสะดวกในการสั่งซื้อซึ่งผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย ทำให้ KFC เป็นแบรนด์ QSR อันดับ 1 ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง

สาขาที่ครอบคลุมถือเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ KFC สามารถเข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้แม้ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามการพัฒนาของเทคโนโลยีในโลกดิจิทัล ซึ่งผู้บริโภคหันไปนิยมสั่งซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ หรือสั่งอาหารผ่าน Food Delivery มากขึ้น เหตุผลจากความสะดวกสบาย แต่ KFC ก็ยังเชื่อในการสร้างประสบการณ์ความอร่อยให้ผู้บริโภคผ่านสาขา ซึ่งปัจจุบัน KFC ประเทศไทยมีสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศถึง 1,145 สาขา และยังมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เพื่อเข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกๆ คน ในทุกพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

“เราปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศมากขึ้นและมีการปรับรูปแบบร้านให้สอดรับกับยุคดิจิทัล ทั้งการใช้ Self-Order Kiosk ในร้านเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีและรวดเร็วให้กับลูกค้า มีการพัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน KFC THAILAND เวอร์ชันใหม่ที่ใช้งานง่าย สะดวก คุ้มค่ามากกว่าเดิม อีกทั้งยังสามารถเลือกจัดส่งไปที่บ้านหรือเลือกบริการ Just Pick Up กดสั่งปั๊บ รับหน้าร้าน ทำให้ผู้บริโภคสามารถมารับไก่ทอดร้อนๆ ที่หน้าร้านได้อย่างสะดวกทุกที่ไม่ต้องต่อคิว นอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นกลยุทธ์การตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่มีการใช้งานออนไลน์มากขึ้น พยายามทำแคมเปญสื่อสารทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสีสันให้กับแบรนด์ สร้างเอนเกจเมนต์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคเพื่อกระตุ้นดีมานด์ในการซื้อมากขึ้น” คุณศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์ Chief Development Officer – South Asia, KFC Asia Franchise Pte. Ltd. กล่าวถึงความสามารถในการแข่งขันของ KFC
สำหรับเป้าหมายระยะยาว คุณศศิพินทุ์ เผยว่า KFC ตั้งเป้าขยายสาขาให้ถึง 1,500 สาขาภายในปี 2573 พร้อมทั้งมีแผนที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ 100% และมุ่งเน้นแนวทางด้านความยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์เหล่านี้ KFC มุ่งสร้างความครอบคลุมในการให้บริการ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่อย่างตรงจุดเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคและเติบโตเคียงข้างคนไทยอย่างมั่นคงในระยะยาวส่งมอบประสบการณ์ Finger Lickin' Good ปรัชญาของผู้พันแซนเดอร์สได้อย่างแท้จริง