โดยปกติแล้วสโลแกน “finger lickin' good” ของ KFC จะหมายถึงไก่ อันเป็นเอกลักษณ์ของ KFC แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงความหมายนี้ใน Saucy ร้านอาหารที่เป็นคอนเซปต์ใหม่ล่าสุดของ KFC ที่มุ่งเจาะผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z
ร้าน Saucy ยกให้ซอสและดิปเป็นดาวเด่นของร้าน โดย “Saucy” ร้านแรกซึ่งเป็นร้านต้นแบบ จะเปิดตัวในวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2024 (เวลาสหรัฐฯ) ในเมืองออร์แลนโด ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ร้านอาหารแห่งนี้ใช้ธีมสีสีแดงปนสีชมพูตามแนวทางของร้านเดิม ร้าน Saucy ชูจุดเด่นเรื่อง “น้ำจิ้มเด็ด” ซอสและดิป พร้อมไก่ไร้กระดูก (Chicken Tender) 11 รายการ ซึ่งทั้งสองอย่างล้วนเป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่น Gen-Z ที่ต้องการ รสชาติแปลกใหม่และไก่ไร้กระดูก
การเปิดตัว Saucy เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับ KFC หนึ่งในแบรนด์ของค่าย Yum! Brands, Inc. ซึ่งมีผลประกอบการของร้านอาหารในสหรัฐอเมริกาลดลงติดต่อกันหลายไตรมาส ความพยายามของ KFC ในการนำเสนอมื้ออาหารราคาประหยัด และข้อเสนอแบบจำกัดเวลาไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค ทำให้ KFC ต้องต่อสู้อย่างยากลำบากกับเชนร้านไก่ที่ทันสมัยกว่า เช่น Wingstop และ Raising Cane's
แนวคิด ของ Saucy คือการปรับปรุงสโลแกน “finger lickin' good” ให้ทันสมัยขึ้น และมุ่งเน้นไปที่หนึ่งใน “ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัญลักษณ์” มากที่สุดของบริษัท คือ ไก่ไร้กระดูก, อ้างอิงตามคำบอกเล่าของ Christophe Poirier ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแนวคิด (Chief Concept Officer) ของ KFC
“จากการปรับปรุงสโลแกน 'finger lickin’ good (อร่อยจนต้องเลียนิ้ว) ให้ทันสมัยขึ้น เราจึงได้นำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ ซึ่งก็คือ ซอสหลากหลาย สีสันหลากหลาย และเครื่องดื่มหลากหลาย” Poirer บอกกับ CNN และเสริมว่า “มุ่งเป้าไปที่คนรุ่น Gen Z โดยเฉพาะ”

Poirer กล่าวว่า "ไก่ไร้กระดูก เป็นอาหารที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่อายุน้อย เนื่องจากสามารถรับประทานได้ง่ายในขณะเดินทาง และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ"
จากการสำรวจเมนูอาหารของร้านอาหารโดย Technomic Ignite ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอาหาร พบว่า เมนูไก่ไร้กระดูกมีให้เลือกมากขึ้นกว่า 5% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
และเพื่อเป็นการยกย่องเครื่องเทศและสมุนไพร 11 ชนิดในไก่ทอดของ KFC Saucy จึงเปิดตัวด้วยซอสจำนวนเท่ากันที่เสิร์ฟเป็นชุด ชุดละ 4 ซอส ซึ่งมีตั้งแต่ซอสรสเผ็ด เช่น ซอสเพสโต้แรนช์ฮาลาปิโน (Jalapeño pesto ranch) และ มัสตาร์ดน้ำผึ้งครีโอล (Creole honey mustard), ไปจนถึงรสหวาน เช่น ซอสเทอริยากิ (Teriyaki), และซอสรสหวานและเผ็ดแบบไทย (Thai sweet and spicy)
RJ Hottovy หัวหน้าฝ่ายวิจัยเชิงวิเคราะห์ของ Placer.ai กล่าวว่า "ซอสมะเขือเทศกลายมาเป็น “ตัวขับเคลื่อนหลัก” ของนวัตกรรมในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป และยังกล่าวเพิ่มเติมว่า Saucy น่าจะ “ช่วยให้ KFC ปรับปรุงแบรนด์ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับเทรนด์ในอุตสาหกรรมปัจจุบัน”
Hottovy ยังได้บอกกับ CNN ว่า "การขยายตัวเลือกซอสทำให้ KFC สามารถรักษาเมนูให้กระชับหรือดึงดูดใจเช่นเดียวกับคู่แข่งได้ ขณะเดียวกันก็ให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรสชาติอาหารที่สั่ง ให้ตรงตามรสนิยมของตัวเองได้"
นอกจากนี้ Saucy ยังมีเมนูที่น้อยลงเมื่อเทียบกับแบรนด์เรือธง โดยเน้นไปที่แซนด์วิชบางชนิด แต่ยังมีของหวานใหม่ ๆ, เครื่องดื่มผลไม้ และเครื่องเคียง เช่น ขนมปังปิ้ง, เฟรนช์ฟราย และ โคลสลอว์ (Coleslaw - สลัดกะหล่ำปลี) อีกด้วย
ภายในร้านมีคิออส (Kiosk) สำหรับสั่งอาหาร มีที่นั่งและโต๊ะสีสันสดใส และมีพื้นที่สำหรับการแสดงสด (Live entertainment) ภายนอกร้านปกคลุมด้วยสีชมพูพร้อมโลโก้ Saucy สีสันสดใส พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า เป็นแบรนด์ KFC นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งอาหารได้ที่ไดรฟ์ทรูด้วย
ในช่วงแรก Saucy จะมีเพียงสาขาเดียว แต่ในอนาคตอาจมีการขยายสาขาออกไป ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จ ก็เป็นไปได้ที่ Saucy จะขยายสาขาออกสู่ตลาดต่างประเทศรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญกับรสชาติของซอส และยังนิยมซอสรสจัดด้วย
Cr : CNN
Source