Easy E-Receipt 2.0 โครงการของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศในปี 2568 มีเรื่องอะไรบ้างที่เราควรรู้
มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์เล็กน้อย โดยแบ่งวงเงินออกเป็น 2 ก้อน
กลุ่มที่ 1 วงเงิน 30,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามปกติ เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนในส่วนแรก
กลุ่มที่ 2 วงเงิน 20,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ OTOP , วิสาหกิจชุมชน , วิสาหกิจเพื่อสังคม
(หรือสามารถซื้อสินค้า OTOP, วิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคม ให้ครบ 50,000 บาททีเดียวก็ได้ )
แต่การใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจะต้องได้รับใบเสร็จที่ถูกต้องจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น ซึ่งจะต้องเป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt)
เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีจะขึ้นอยู่กับ “เงินได้สุทธิ” ของแต่ละบุคคล โดยมีอัตราภาษีและการลดหย่อนตามช่วงเงินได้สุทธิ ดังนี้
เงินได้สุทธิ 0 - 150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี ลดหย่อนได้ 0 บาท
เงินได้สุทธิ 150,001 - 300,000 บาท อัตราภาษี 5%
ใช้สิทธิ์ 30,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 1,500 บาท
ใช้สิทธิ์ 50,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 2,500 บาท
เงินได้สุทธิ 300,001 - 500,000 บาท อัตราภาษี 10%
ใช้สิทธิ์ 30,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 3,000 บาท
ใช้สิทธิ์ 50,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 5,000 บาท
เงินได้สุทธิ 500,001 - 750,000 บาท อัตราภาษี 15%
ใช้สิทธิ์ 30,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 4,500 บาท
ใช้สิทธิ์ 50,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 7,500 บาท
เงินได้สุทธิ 750,001 - 1,000,000 บาท อัตราภาษี 20%
ใช้สิทธิ์ 30,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 6,000 บาท
ใช้สิทธิ์ 50,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 10,000 บาท
เงินได้สุทธิ 1,000,001 - 2,000,000 บาท อัตราภาษี 25%
ใช้สิทธิ์ 30,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 7,500 บาท
ใช้สิทธิ์ 50,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 12,500 บาท
เงินได้สุทธิ 2,000,000 - 5,000,000 บาท อัตราภาษี 30%
ใช้สิทธิ์ 30,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 9,000 บาท
ใช้สิทธิ์ 50,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท
เงินได้สุทธิ 5,000,000 บาท ขึ้นไป อัตราภาษี 35%
ใช้สิทธิ์ 30,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 10,500 บาท
ใช้สิทธิ์ 50,000 บาท ลดหย่อนได้สูงสุด 17,500 บาท

สำหรับวิธีใช้สิทธิลดหย่อน ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการต้องแจ้งข้อมูลให้ผู้ประกอบการใช้ออก e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ดังนี้ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวบัตรประชาชน) โดยเมื่อแจ้งข้อมูลครบแล้ว ข้อมูลการซื้อสินค้าและการบริการจะปรากฏใน My Tax Account ของผู้เสียภาษี และสามารถใช้ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2568
ตัวอย่างสินค้าที่ไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรการนี้ เช่น
- สุรา, เบียร์, ไวน์, ยาสูบ
- ซื้อรถยนต์, จักรยานยนต์
- น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ
- ค่าน้ำประปา, ค่าไฟฟ้า
- ค่าบริการสัญญาณมือถือ-บริการอินเทอร์เน็ต
- ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย
วิธีการค้นหาร้านค้าร่วมมาตรการ
สามารถเช็กร้านค้าและบริการที่สามารถออกใบเสร็จที่ออกใบรับอิเล็กทรอนิกส์และใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ เว็บไซต์กรมสรรพากร ซึ่งจะปรากฏรายชื่อร้านค้า โดยสามารถทำตาม 3 ขั้นตอนได้ดังนี้
- เข้าสู่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.etax.rd.go
- มองหาเมนูผู้ได้รับอนุมัติ จากนั้นกด ‘เลือก’
- ระบบจะปรากฏรายชื่อร้านที่ได้รับการตรวจสอบจากกรมสรรพากร และสามารถออกใบเสร็จที่ถูกต้องได้
สรุป
โครงการ Easy E-Receipt 2.0 เปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าและบริการที่มีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้สามารถลดหย่อนภาษีได้ พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ หากคุณวางแผนที่จะช็อปและใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี อย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดของร้านค้าและขอใบเสร็จให้ถูกต้องตามเงื่อนไขภายในวันที่ 28 ก.พ. 2568 นี้เท่านั้น