Segment ที่ 5 สเปเชียลตี้สโตร์ (Specialty Store) ป็นร้าน้าในแนวโมเดิร์นเทรดที่เน้นขายสินค้าเฉพาะอย่าง มีทั้งที่“เสียบ” เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต และแยกออกมาตั้งเป็นสแตนอะโลนข้างนอกศูนย์ ร้านค้าในรูปแบบนี้ที่โดดเด่นในบ้านเราก็คือร้านเพอร์โซนัลแคร์อย่าง บู๊ท วัตสัน และเดอะการ์เดี้ยนซ์ของกลุ่มแดรี่ ฟาร์ม ที่เน้นขายสินค้าเพอร์โซนัลแคร์ บิวตี้ สินค้าพวกสุขภาพและยาต่างๆ
ร้านค้าแนวนี้ เข้ามาอบโจทย์ในแง่ของความต้องการเฉพาะด้านของผู้บริโภคที่มองว่า ไม่อยากเสียเวลา
ในการเดินเลือกซื้อสินค้าประเภทนี้ในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต จึงมุ่งมาที่ร้านขายสินค้าเฉพาะอย่างโดยตรง และสิ่งหนึ่งที่ผู้เล่นแต่ละรายทำเพื่อสร้างแรงดึงดูดมากขึ้นก็คือการนำสินค้า “เฮ้าส์แบรนด์”ที่หาซื้อไม่ได้ในร้านค้าประเภทอื่นเข้ามาเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดผู้บริโภค....
Segment ที่ 6 แคธากอรี่ คิลเลอร์ (Category Killer) เป็นร้านค้าปลีกที่พัฒนามาจากร้านค้าขายสินค้าเฉพาะอย่างโดยมีลักษณะพิเศษคือ จะมีสินค้าให้บริการแบบครบครันในสินค้าประเภทนั้นๆ พร้อมทั้งมีทีมขายที่เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ โดยจุดที่แตกต่างออกไประหว่างร้านค้าเฉพาะอย่างกับร้านแนวแคธิกอรี่ คิลเลอร์ก็คือ แคธิกอรี่ คิลเลอร์ จะเน้นขายสินค้าราคาต่ำกว่าร้านค้าทั่วไป
แคธากอรี่ คิลเลอร์ (Category Killer) ในบ้านเรา ถูกปูทางด้วยกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ที่มีการพัฒนาร้านค้าปลีกในแนวนี้มาตั้งแต่การปรับโครงสร้างใหม่เมื่อราวปี 2537 – 2538
กลุ่มเซ็นทรัล ถือเป็นกลุ่มค้าปลีกที่มีร้านค้าแนวแคธากอรี่ คิลเลอร์ (Category Killer) มากที่สุดในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น โฮมเวิร์ค ที่ขายสินค้าประเภท Home Improvement หรือ สินค้าประเภทซ่อมแซม ตกแต่งบ้าน เพาเวอร์บาย ขายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ซูเปอร์สปอร์ต ขายอุปกรณ์กีฬา บีทูเอส ขายเครื่องเขียน และ ออฟฟิศ ดีโป้ ขายอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน ขณะที่คู่แข่งขันในตลาดรายอื่นๆที่เข้ามาทำตลาดในเซ็กเม้นต์นี้ก็มี แม็คโครออฟฟิศ ขายอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน สปอร์ตเวิร์ลด ขายสินค้าเกี่ยวกับกีฬา ร้านโฮมโปร ขายสินค้า ตกแต่ง ซ่อมแซมบ้าน และ ร้านอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ขายเฟอร์นิเจอร์ และสินค้าในหมวดตกแต่งบ้าน เป็นต้น
ว่าไปแล้ว ยังมีร้านค้าปลีกในแนว Category Killer อีกหลายประเภทที่ยังไม่เข้ามาเปิดตัวในบ้านเรา อย่างพวก “เพ็ทช้อป” ที่ขายสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยตรง หรือ ร้านบุ๊คสโตร์ ขายหนังสือโดยเฉพาะ ด้วยจุดขายของการมีสินค้าในหมวดหมู่เดียวกันที่มีการ “มิกซ์ เมอร์ชันไดร์ซซิ่ง”หรือการจัดเรียงสินค้าที่ผสมผสานอย่างลงตัว และมีราคาเป็นแม่เหล็กสำคัญ ทำให้ร้านค้าแนวแคธิกอรี่ คิลเลอร์ มีแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกับการเข้ามารองรับการ “ซื้อจริง” ของผู้บริโภค
นอกจากค้าปลีกที่เป็นออฟไลน์ทั้ง 6 Segment ที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีค้าปลีกในส่วนที่เป็นออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางค้าปลีกที่กำลังมีเทรนด์การเติบโตที่มาแรง เนื่องจากเป็นการเริ่มต้นจากฐานที่ยังเล็กอยู่
ปัจจุบัน ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 3.1 ล้านล้านบาท เป็นสัดส่วนของร้านค้าปลีก (ออฟไลน์) ราว 3 ล้านล้านบาท อีก 1 แสนล้านบาท เป็นมูลค่าตลาดออนไลน์ ซึ่งแต่ละปีเติบโตสูง 15-20% ต่อเนื่องทุกปี ในอนาคตจะขยับสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น
ชอปปิงออนไลน์ก้าวเข้ามาอย่างเต็มตัวและเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งค้าปลีกออนไลน์ของห้างต่างๆ และช่องทางมาร์เก็ตเพลส ขณะที่ตลาดค้าปลีกที่มีร้านค้าหรือที่เรียกว่าออนกราวด์ หรือ ธุรกิจออฟไลน์ เติบโตในระดับ 3%
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของตลาดค้าปลีกบ้านเรากำลังมุ่งงสู่แพลตฟอร์มการค้าแบบออมนิแชนแนล (Omni-channel) ที่ผู้ประกอบการค้าปลีกมีการผสานเชื่อมโยงหลากหลายช่องทาง (Multi-channel) นำเสนอเป็นทางเลือกให้ลูกค้าที่มีความต้องการเข้าถึงสินค้าและบริการได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความสะดวกหรือความต้องการในช่วงเวลานั้นๆ
เป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของตลาดค้าปลีกบ้านเราอย่างแท้จริง